S5 User Choice
May 18, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner3.gif บ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี อุดรโฮมแคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮมbanner4.gifสถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์
You are here:  Home arrow กระดานสนทนา
ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?
อัลไซเมอร์ คนพยาบาลหนักกว่าคนเป็น (1 viewing) (1) ผู้เยี่ยมชม
Go to bottom ตอบกลับกระทู้นี้ รายการถูกบันทึก: 0
หัวข้อ: อัลไซเมอร์ คนพยาบาลหนักกว่าคนเป็น
#166
อัลไซเมอร์ คนพยาบาลหนักกว่าคนเป็น 4 ปี, 2 เดือน ที่แล้ว กรรม: 0  
อัลไซเมอร์ คนพยาบาลหนักกว่าคนเป็น

มีคนถามผมหลายคนแล้วครับถึงโรคอัลไซเมอร์ (ALZHEIMER'S DISEASE) ผมได้ผัด ผ่อนมาเป็นเวลานานพอสมควร ไม่อยากจะเขียน เหตุที่ไม่อยากจะเขียนก็เพราะว่าโรคนี้เป็นโรครักษาไม่ได้

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคหนึ่งในหลายๆโรคที่เกี่ยวกับสมองเสื่อม ถ้าเราพูดถึงคนไข้อย่างเดียวโดยไม่พูดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นๆ จะรู้สึกว่าอัลไซเมอร์ดีซีสนี้เป็นโรคร้ายแรงที่สุดสำหรับผู้ป่วยเอง เพราะสำหรับคนไข้นั้นเขาจะไม่รู้ตัวว่าเขาเป็นอะไร ความจำของเขาจะเสื่อมลงๆจนจำอะไรไม่ได้ เขาจะไม่รู้ตัวของเขาเอง จะจำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง เขายังมีชีวิตอยู่ ร่างกายอาจจะดูสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่ในด้านความรู้สึกและจิตใจนั้น เขาเหมือนคนตายแล้ว

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็อยากจะเล่าให้ฟังถึงผู้ป่วยคนหนึ่ง ซึ่งชื่อเสียงของเขาใหญ่โตรู้จักกันดีทั่วโลก เป็นบุคคลสำคัญที่สุดของอเมริกา เพราะเขาเป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เขาคือประธานาธิบดีโรแนลด์ เรแกน

เมื่อสมัยที่ผมทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ ของสหประชาชาติที่นิวยอร์ก มีโอกาสได้พบได้ ฟังและได้สัมผัสกับประธานาธิบดีเรแกนมากครั้ง โดยเฉพาะวันเปิดประชุมใหญ่ของสหประชาชาติในเดือนตุลาคม

โปรดอย่าคิดว่าเป็นเรื่องคุยออกโม้กระไรนะครับ ในการที่ผมเอ่ยถึงท่านประธานาธิบดีเรแกน แต่ดังที่ได้บอกท่านผู้อ่านหลายครั้งแล้วในคอลัมน์ “ปั้นชีวิต” นี้ ว่าผมไม่ต้องการพูดแต่เรื่องวิชาการล้วนๆ แต่จะหาโอกาสที่จะ “คุย” กับท่านผู้อ่านบ่อยๆ เพราะผมชอบการคุยและคิดว่าการคุยปนวิชาการแบบนี้ ทำให้เกิดความเป็นกันเองและเป็นเพื่อนกับ ท่านผู้อ่านมากขึ้น

ฉะนั้น การคุยคราวนี้ขอคุยกับผู้ที่ผมรักและนับถือมากคนหนึ่ง คือเรื่องท่านประธานาธิบดีเรแกน กับโรคที่ทำให้ท่านป่วยในชีวิตตอนปลายของท่าน คือ โรคอัลไซเมอร์

ผมรู้จักท่านประธานาธิบดีเรแกนมาก่อนจากภาพยนตร์เก่าๆที่ท่านเคยแสดง ท่านเล่นเป็นตัว พระเอกตลอดเวลา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าท่านต้องเป็นชายหนุ่มรูปหล่อมาก่อน ความจริงแม้แต่ท่านไม่ได้ เป็นดาราหนังแล้ว แต่ กลายมาเป็นบุคคลสำคัญ ของประเทศ ผมก็ว่าท่านก็ยังหล่ออยู่นะ

เมื่อได้พบเห็นท่านใกล้ๆระหว่างการ ประชุม ผมรู้สึกรักและนับถือท่านทันที เป็นบุคคลสำคัญมากที่สุดคนหนึ่งของโลกก็จริง แต่ ท่านไม่มีท่าทางหยิ่ง-- “เบ่ง” หรือไว้ตัวเลย ท่านทำตัวเป็นคนง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตอง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนผู้สูงอายุที่ใจดี

ที่ผมเชื่อได้ทัน ทีก็คือท่านไม่มีท่าทางเป็นนักการเมืองเลย ขอ ประทานโทษ นักการเมืองต้องโกหกเก่ง แต่รู้สึกว่าประธานาธิบดีเรแกนโกหกไม่เป็น ท่านชอบเล่าเรื่องตัวอย่างของคนที่ท่านพบบ่อยๆ บางครั้งเวลาเล่าเรื่อง นอกคำบรรยายที่ผู้ช่วยของท่านพิมพ์ไว้ให้แล้ว ท่านเล่าซ้ำกันหลายครั้งก็ยังมี แต่คนก็เห็นว่าเป็นเรื่องโจ๊ก หัวเราะอย่างเป็นกันเองสนุกสนานทั่วหน้า ผมเชื่อ ว่าท่านเป็นคนเปิดเผยไม่มีลับลมคมใน

ถ้าดูตามประวัติ ของท่าน ท่านได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 40 ของอเมริกา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1980 ตอนนั้นท่านอายุได้ 70 ปีพอดี สถิติครั้งแรกในชีวิตการเป็นประธานาธิบดีก็คือ ดูเหมือนจะเป็นผู้ได้รับเลือกเมื่อมีอายุแก่ที่สุด ในบรรดาประธานาธิบดีคนอื่นๆที่ผ่านมา

ถ้าจะพูดถึงความ รู้สึกของผมตอนแรกๆที่ทราบว่าประธานาธิบดี เรแกนเริ่มเข้าสู่วงการเมืองอยู่นานจนกระทั่ง ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการรัฐแคลิฟอร์เนียซ้ำกันถึงสองสมัย ผมยังไม่ค่อยเชื่อว่านักแสดงหรือดาราหนังจะกลายเป็นนักการเมืองที่ดีได้ แต่เมื่อได้ลองศึกษาดูประวัติของท่านย้อนหลัง ปรากฏว่าไม่ว่าจะทำอะไร ท่านก็ทำได้ดีและได้รับความสำเร็จแทบทุกเรื่อง เมื่อเรียนหนังสือก็เรียนจนจบปริญญามหาวิทยาลัยยูเรกาคอลเลจจนจบ ในด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์

ขณะเป็นนักเรียนไปเล่นกีฬาก็ได้รับคัดเลือก เข้าอยู่ในทีมนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัย เมื่อจบมหาวิทยาลัยแล้วก็ได้รับคัดเลือกเป็นหัวหน้าข่าวกีฬาของสถานีวิทยุ ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในขณะที่มีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น

หลังจากนั้นก็ได้รับการคัดเลือกเป็นดาราภาพยนตร์ ได้เล่นภาพยนตร์รวมทั้งหมด 53 เรื่อง และกลายเป็นดาราโด่งดังทั่วประเทศ

พอเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ก็เข้าเป็นทหาร แต่ไม่ผ่านการตรวจร่างกายเพราะสายตาสั้น จึงได้ แต่เป็นทหารประจำการอยู่แต่ในสำนักงาน แต่กระนั้นก็ทำงานได้เลื่อนตำแหน่งจากพลทหารเป็นนายสิบ นายร้อย นายพันในที่สุด ตำแหน่งสุดท้ายได้รับการเสนอชื่อเป็นนายพันตรี แต่ยังไม่ทันได้รับอนุมัติสงครามก็สงบลงเสียก่อน

หลังจากนั้นก็กลับไปเล่นภาพยนตร์และก็เกิด สนใจในเรื่องการเมืองเกี่ยวแก่สิทธิของดาราและนักแสดงแขนงต่างๆ จึงได้รับเลือกเป็นประธานสหพันธ์ นักแสดงของประเทศอเมริกา และก็ได้รับเลือกซ้ำต่อมาทุกปีเป็นเวลา 5 ครั้ง

พอถึงระยะนี้ประธานาธิบดีเรแกนก็หันเข้าหาเรื่องการเมืองเต็มตัว เขาสมัครเข้าพรรคการเมืองและได้รับเลือกเป็นตัวแทน และหัวหน้าการหาเสียงของพรรคแทบทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง จนกระทั่งครั้งสุดท้ายได้สมัครในการเลือกตั้ง เพื่อรับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิ ฟอร์เนียและชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้ว่าการสมใจ และก็มี ชื่อเสียงโด่งดังจนเข้าระดับเข้ารับเลือกเป็นประธานาธิบดีได้

พอสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ก็ต้องผ่านการแข่งขันเลือกตัวผู้แข่งในพรรคเดียวกันเสียก่อน เขาแพ้การคัดเลือกถึงสองครั้ง

พอสมัครครั้งที่ 3 ในปี ค.ศ. 1980 เขาเข้าแข่งขันการคัดเลือกสู้กับจอร์จ บุช เขาชนะการคัดเลือกเป็นตัวแทนสมัครเป็นประธานาธิบดีพรรคริพับลิกัน และต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้พรรคเดโมแครต คือ จิมมี่ คาร์เตอร์

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเขาชนะคู่แข่งอดีตประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ ชนิดได้คะแนนชนะแบบถล่มทลาย

เขาเป็นประธานาธิบดีครั้งแรกได้รับความนิยมอย่างสูง พอครั้งที่สองปี 1984 เขาสมัครเข้ารับเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกเป็นครั้งที่สอง ปรากฏว่าได้รับการเลือกตั้งชนะคู่ต่อสู้แบบถล่มทลายอีกครั้งหนึ่ง

การเป็นประธานาธิบดีครั้งที่สองสิ้นสุดลงเมื่อปี 1989 หลังจากนั้นเขาก็ใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ ต่อสังคมด้วยการไปปรากฏตัวต่อชุมนุมชน ให้การบรรยายตามสถาบันต่างๆ และอาการทางสมองเขาก็เริ่มแสดงให้เห็นว่าสมองเขาเริ่มเสื่อมทรามลงทุกขณะ และการปาฐกถาครั้งสุดท้ายซึ่งประธานาธิบดีเรแกนได้ใช้ความอดทนแสนสาหัส บังคับตัวเองให้ไปในงานศพของเพื่อนรักคนหนึ่ง คือประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน และได้ออกปราศรัยต่อชุมชนเป็นครั้งสุดท้ายในงานศพของนิกสันครั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 1994

วันที่ 5 พฤศจิกายน 1994 เรแกนเขียนจดหมายส่วนตัวด้วยลายมือขยุกขยิกของตัวเอง บอกต่อเพื่อนร่วมชาติของเขาทุกคนว่า นายแพทย์ ได้วินิจฉัยว่า เขาป่วยเป็นอัลไซเมอร์ดีซีส เรแกนก็ยังมีอารมณ์ขันเขียนลาเพื่อนๆว่า “ขณะนี้ตัวผมกำลังเดินทางไกลไปสู่ตะวันตกดินของผมเอง ผมเชื่อว่าสำหรับอเมริกาแล้วทุกคนจะมีอนาคตสดใสของรุ่งอรุณรออยู่ข้างหน้า ขอบคุณครับเพื่อนรัก ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณทุกคน”

เขามีชีวิตเงียบเชียบอยู่ต่อไปอีก 10 ปี เป็นคนตายไปแล้วทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่

ถามว่าคนดีที่น่ารักและน่านับถือทำไมจึงต้องตายทั้งเป็น

ขอตอบอย่างวิชาการอาทิตย์หน้าครับ.
ใส่รหัสที่นี่   
_FB_QMESSAGE_NOTE
admin (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 35
graph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
รายงานถึง moderator   การบันทึก การบันทึก  
 
Reply Quote  
Go to top ตอบกลับกระทู้นี้
ขอขอบคุณ FireBoardget the latest posts directly to your desktop
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
บางกอกเนอร์สซิ่งโฮม rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif jukokai
ดิษฐ์ราเนอร์สซิ่งโฮม ditsara nursing home maneeya300.gif goodcare nursing home
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
web statistics
bandwidth test Free counter and web stats
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้