S5 User Choice
May 18, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner3.gif บ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี อุดรโฮมแคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮมbanner4.gifสถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์
You are here:  Home arrow กระดานสนทนา
ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?
ภัยจากพี่เลี้ยงเด็ก (2 viewing) (2) ผู้เยี่ยมชม
Go to bottom ตอบกลับกระทู้นี้ รายการถูกบันทึก: 0
หัวข้อ: ภัยจากพี่เลี้ยงเด็ก
#304
ภัยจากพี่เลี้ยงเด็ก 3 ปี, 9 เดือน ที่แล้ว กรรม: 0  

ท่านที่มีลูกหลานเล็กๆ ก่อนตัดสินใจหาพี่เลี้ยงเด็ก กรุณาอ่านเรื่องนี้ก่อน ไม่ได้ขู่ให้ตกใจกลัว แต่เตือนสะติว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้น เพื่อที่จะได้เพิ่มความระมัดระวังและมีความรอบคอบในการจัดหาพี่เลี้ยง
ทารกเกิดใหม่ไม่เหมือนกันทุกคน บางคนก็เลี้ยงง่าย ไม่ร้องไม่อ้อน แต่บางคนร้องได้ร้องดี ร้องเกือบตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ตื่นนอนเป็นร้อง ทั้งนี้ก็อยู่ที่ยีนส์ของพ่อกับของแม่ เด็กที่ ไอ.คิว.สูงมักจะร้องมากตอนเป็นทารก พ่อแม่บางคนทนรับสภาพนี้ไม่ไหว ทำบางอย่างลงไปด้วยอารมณ์โมโหจนลูกตายก็มี บางคนจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วย เด็กอยู่กับพี่เลี้ยงจะเงียบไม่งอแง แรกๆก็ชมว่าพี่เลี้ยงเก่ง แต่พอพี่เลี้ยงออกไปแล้ว ลูกกลับมาร้องอีก กว่าจะรู้ว่าลูกตัวเองโดนยานอนหลับบดใส่ผสมไปกับนมที่ให้ลูกดื่ม ก็เกือบจะสาย เรื่องลูกติดยานอนหลับยังเป็นเรื่องเล็ก ที่ผมจะนำมาเล่าต่อไปนี้ ถึงตายดีเดียว
ครั้งที่ผมรับราชการอยู่ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลใต้ ช่วงนั้นมีคดีจับคนเรียกค่าไถ่เกิดขึ้นมาก คดีที่กินใจกระทบกระเทือนความรู้สึกมากก็คือ คดีคนร้ายจับตัว ด.ช.วีระชัย ฯ อายุ ๖ ขวบไปเรียกค่าไถ่ เหตุเกิดท้องที่ สน.บางรัก
ด.ช.วีระชัยฯเป็นลูกของพ่อค้าคนจีน ซึ่งประกอบอาชีพค้าขายอาหาร ร้านชื่อดังย่านสีลม ก.ท.ม. มีฐานะร่ำรวย ด.ช.วีระชัยฯเป็นเด็กน่ารัก พ่อแม่เอาใจ มีพี่เลี้ยงเป็นหญิงชาวโคราชอายุ ๒๐ กลางๆ ชื่อ น.ส.กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน ด.ช.วีระชัยฯเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนอนุบาลแถวถนนมหาพฤฒาราม ในย่านใกล้เคียงกับที่พักอาศัย ทุกเช้าจะมีรถบ้านขับไปส่งที่โรงเรียนและรับกลับตอนเลิกเรียน โดยมีกิ่งแก้วฯพี่เลี้ยงคอยรับคอยส่ง เป็นเช่นนี้อยู่หลายปี เป็นที่ทราบกันดีในบรรดาครูบาอาจารย์ ตอนเย็นเลิกเรียนอาจารย์ผู้ปกครองเห็นกิ่งแก้วฯมารอรับก็จะไปตาม ด.ช.วีระชัยฯให้ ครูอาจารย์ที่โรงเรียนรู้จักกิ่งแก้วฯมากกว่าพ่อและแม่ของ ด.ช.วีระชัยฯ และ ด.ช.วีระชัยฯกับกิ่งแก้วฯก็มีความรักความผูกพักพันกัน ชนิดที่เรียกได้ว่า เด็กติดพี่เลี้ยงมากกว่าพ่อแม่
ปัญหาเรื่องลูกเล็กๆติดพี่เลี้ยงเป็นเรื่องสำคัญ พ่อแม่บางรายไม่สนใจ กลับนึกดีใจที่ลูกติดพี่เลี้ยง ตัวเองจะได้ไปไหนมาไหนได้สะดวก ทิ้งลูกไว้กับพี่เลี้ยง นั่นแหละภัยกำลังจะมาถึงโดยไม่รู้ตัว ผมยังเชื่อว่าไม่มีใครรักลูกมากเท่าพ่อแม่ รองๆลงไปก็ปู่ย่าตายาย เพราะเด็กคือสายโลหิต การตามใจเด็กในทุกๆทางมิได้หมายความว่ารักเด็กเสมอไป การเลี้ยงเด็กจำเป็นจะต้องสอนให้เด็กเรียนรู้ไปในตัว นั่นคือเราไม่สามารถตามใจเด็กไปเสียทุกอย่าง แต่ตรงกันข้ามกับพี่เลี้ยงเด็กซึ่งมักจะตามใจ อาหารหรือขนมหวานบางอย่างไม่ควรให้เด็กได้ลิ้มรส แต่เผลอๆพี่เลี้ยงแอบป้อนให้ เด็กเลยชอบจนกลายเป็นติด พ่อแม่ให้อาหารตามสูตรคุณภาพซึ่งไม่ค่อยมีรสชาติ เด็กไม่ชอบจึงร้องหาแต่พี่เลี้ยง
สำหรับรายคุณกิ่งแก้วฯ อยู่มาวันหนึ่งกิ่งแก้วฯเกิดปัญหากับครอบครัวเด็ก ถูกไล่ออกจากบ้าน ด.ช.วีระชัยฯมิได้รู้ในเรื่องนี้ด้วย ตกเย็นกลับบ้านไม่เห็นกิ่งแก้วฯวีระชัยฯก็ได้แต่ร้องไห้ จะหากิ่งแก้วฯ พ่อแม่ไม่รู้จะอธิบายลูกอย่างไรก็เลยโบ้ยไปว่ากิ่งแก้วฯเป็นคนไม่ดี และหนีออกจากบ้านไป เด็กอายุเพียง ๖ ขวบไม่รับรู้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น โหยหาแต่พี่เลี้ยงเพราะทุกคืนนอนอยู่ด้วยกัน พ่อแม่คิดว่าใช้เวลาไม่กี่วันลูกก็คงจะหายคิดถึงไปเอง แต่พ่อแม่คิดผิดถนัด ด.ช.วีระชัยฯหยุดร้องไห้ กลายเป็นเด็กเงียบขรึม ภาวะซึมเศร้าเริ่มเข้าสู่จิตใจเด็ก พ่อแม่พยายามผลัดเปลี่ยนกันไปส่งและรับลูกที่โรงเรียน หวังที่จะเข้าไปนั่งในจิตใจเด็กแทนพี่เลี้ยง
สิ่งที่พ่อกับแม่มองข้ามไปก็คือ ไม่ได้บอกกับครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนว่า ได้ไล่กิ่งแก้วฯพี่เลี้ยงของลูกออกจากบ้านไปแล้ว วันหนึ่งเวลากลางวันใกล้เที่ยง เป็นระยะเวลาหลังจากที่กิ่งแก้วฯถูกไล่ออกไปประมาณ ๑ อาทิตย์ กิ่งแก้วฯไปหา ด.ช.วีระชัยฯที่โรงเรียน ครูทุกคนรู้จักกิ่งแก้วฯอยู่แล้ว ช่วยตาม ด.ช.วีระชัยฯมาพบ ด.ช.วีระชัยฯโผเข้ากอดกิ่งแก้วฯด้วยความดีใจ แล้วกิ่งแก้วฯก็พา ด.ช.วีระชัยฯออกจากโรงเรียนไป
ครั้นถึงเวลาเลิกเรียน แม่ของ ด.ช.วีระชัยฯไปรับที่โรงเรียน พอรู้ว่าลูกไปกับกิ่งแก้วฯอดีตพี่เลี้ยง แม่ถึงกับลมใส่ ครูก็บอกว่าไม่เคยได้ทราบเรื่องที่พี่เลี้ยงถูกไล่ออก ทุกครั้งเห็นพี่เลี้ยงมารับมาส่งก็เลยอนุญาตให้ ด.ช.วีระชัยฯไปกับพี่เลี้ยง เป็นอันว่าวันนั้นกิ่งแก้วฯไม่ได้พา ด.ช.วีระชัยฯส่งบ้าน รอจนค่ำ พ่อและแม่ของ ด.ช.วีระชัยฯจึงได้ไปแจ้งกับพนักงานสอบสวน สน.บางรัก
ไม่มีใครทราบชะตากรรมของวีระชัยฯ ตำรวจก็ได้แต่ปลอบใจผู้ปกครองว่า พี่เลี้ยงคงไม่ทำอันตรายเด็ก เพราะพี่เลี้ยงกับเด็กรักกัน ตำรวจออกติดตามหาตัวกิ่งแก้วฯ ข้อมูลเกี่ยวกับกิ่งแก้วฯมีไม่มาก พ่อแม่เด็กทราบเพียงว่ากิ่งแก้วฯเป็นคนโคราช ไม่ทราบบ้านเลขที่ ตำบล อำเภอ ข้อมูลประชากรจากกองบัตรประชาชนยังไม่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน ไม่สามารถตรวจสอบหาภูมิลำเนาของกิ่งแก้วฯได้ ประมาณ ๕ วันต่อมาพ่อแม่ของวีระชัยฯก็ได้รับจดหมาย บอกให้นำเงินสดจำนวน ๒๐๐,๐๐๐.-บาทไปไถ่ตัว ด.ช.วีระชัยฯ จดหมายไม่ได้ลงชื่อว่ามาจากผู้ใด เพียงแต่บอกว่า ให้นำเงินสดจำนวนดังกล่าวใส่ถุงมัดให้แน่น กำหนดวันเวลาส่งเงินค่าไถ่ชัดเจน เป็นเวลากลางวัน โดยให้คนนำเงินค่าไถ่เดินทางโดยรถไฟสายกรุงเทพ-โคราช (นครราชสิมา) ขบวนนี้ปลายทางอุบลราชธานี คนร้ายกำหนดจุดที่ส่งเงินค่าไถ่ ระหว่างสถานีรถไฟสีคิ้วกับสถานีสูงเนิน โดยให้สังเกตธงสีแดงปักไว้ ซึ่งจะอยู่ทางด้านขวาของขบวนรถ เมื่อขบวนรถไฟผ่านเห็นธงแดงให้โยนห่อเงินลงข้างทาง ห้ามหยุดขบวนรถและห้ามแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อคนร้ายได้เงินครบถ้วนแล้วจะส่งตัวเด็กกลับบ้าน หากไม่ทำตามที่คนร้ายบอก จะไม่ได้ตัวเด็กคืน
วิธีการของคนร้ายแก๊งนี้ แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปหลายปีแล้ว ก็ยังทันสมัย ท่านลองคิดตาม คนร้ายบังคับให้ส่งเงินค่าไถ่โดยขบวนรถไฟ หากจะให้ตำรวจนอกเครื่องแบบติดตามเพื่อจู่โจมจับกุมตอนที่คนร้ายไปเก็บเงิน ทำไม่ได้เพราะต้องนั่งรถไฟเท่านั้น รถยนต์ใช้ไม่ได้ จะหยุดขบวนรถไฟก็เป็นเรื่องใหญ่ คนร้ายจะรู้ตัว จะกระโดดจากขบวนรถซึ่งมีความเร็วก็เสี่ยง จะวางกำลังดักที่ภาคพื้นดินก็ทำลำบาก ไม่รู้ว่าจุดส่งเงินอยู่ตรงไหน ระยะทางจากสถานีหนึ่งไปยังอีกสถานีหนึ่งห่างเป็นสิบๆกิโล
เป็นเรื่องปกติของพ่อแม่ที่รักลูก ยอมเสียเงินค่าไถ่ เสียเงินเท่าใดไม่ว่าขอให้ลูกปลอดภัย พ่อและแม่ของเด็กจึงได้มอบเงินสองแสนบาทให้ฝ่ายสืบสวนของ สน.บางรัก นำไปส่งให้คนร้ายตามที่นัดหมาย จำได้ว่าขบวนรถไฟที่ตกลงกันนั้น เป็นขบวนรถเร็ว ออกจากกรุงเทพฯเวลาประมาณสิบโมงเช้าเศษๆ ไปถึงโคราชประมาณบ่ายสี่โมง นายตำรวจระดับรองสารวัตรสืบสวน สน.บางรักพร้อมกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
จากปากคำของนายตำรวจผู้ถือเงินค่าไถ่ไปให้โจร เล่าให้ฟังว่า ขบวนรถเร็วกรุงเทพฯ-อุบลราชธานีในวันนั้นผู้โดยสารไม่มาก ตำรวจนอกเครื่องแบบจึงจองนั่งด้านข้างขวาขบวนรถ เพื่อช่วยกันสังเกตจุดที่คนร้ายนัดหมาย พอขบวนรถไฟเข้าเขตสถานีสีคิ้ว สายตาตำรวจทุกคู่ต่างเพ่งเล็งไปยังข้างทางด้านขวาของขบวนรถ ทำเลสองข้างทาง (ในปี พ.ศ.ที่เกิดเหตุ) ช่างเหมาะสมเหลือเกิน ห่างเส้นทางรถไฟไปประมาณ ๕๐ เมตร เป็นป่าทึบต่อเนื่องเป็นพืด ถ้านั่งในขบวนรถจะไม่มีสิทธิ์มองเห็นผู้คนที่ซุ่มอยู่ในป่า จากสถานีสีคิ้วไปถึงสถานีสูงเนินระยะทางประมาณ ๑๕ กม. ใช้เวลาเดินทางสิบกว่านาที ความเร็วของขบวนรถเร็วประมาณ ๙๐ กม./ชม. ตำรวจมองไม่เห็นธงแดง เลยไม่ได้โยนเงินลงข้างทาง (หลังจากคดีนี้คลี่คลายแล้วจึงได้ทราบว่า ธงแดงของคนร้ายนั้นก็คือ การเอาผ้าแดงผืนใหญ่ประมาณ ๑ ศอกผูกติดกับกิ่งไม้ข้างทางรถไฟ แต่ความเข้าใจของตำรวจคิดว่า ต้องเป็นธงสีแดงผูกติดเสาปักกับพื้นดิน การสื่อความหมายเข้าใจไม่ตรงกัน จึงทำให้เกิดการผิดพลาด)
เมื่อแผนเกิดผิดพลาด ทางปฏิบัติต้องรายงานให้ผู้อำนวยการสืบสวนทราบ ว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร สมัยนั้นการติดต่อสื่อสารไม่สะดวก ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ตำรวจชุดปฏิบัติการตั้งใจทำงาน เมื่อมองไม่เห็นธงแดงก็เลยไม่ได้โยนเงินให้คนร้าย จะนั่งขบวนรถไฟเที่ยวกลับเพื่อสังเกตธงแดงอีกครั้ง เมื่อตรวจสอบขบวนรถแล้วจะมีอีกทีก็มืด อีกประการหนึ่งเป็นการผิดข้อตกลงของคนร้าย ตำรวจจึงตัดสินใจเข้าไปหาข่าวในหมู่บ้าน สืบหาที่อยู่ของกิ่งแก้วฯ โดยเชื่อว่ากิ่งแก้วฯต้องเป็นคนมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.สีค้วหรือไม่ก็ อ.สูงเนิน
ผู้ที่จะช่วยในการหาข่าวได้เป็นอย่างดีก็คือตำรวจท้องที่ ชุดสืบสวนจาก สน.บางรักจึงได้ประสานกับตำรวจท้องที่ โดยเริ่มต้นค้นหาที่นามสกุลของกิ่งแก้วฯ คือ “ลอสูงเนิน”ได้ผลคนที่เกิดและอาศัยที่ อ.สูงเนิน จะใช้นามสกุลที่ลงท้าย “สูงเนิน” เป็นส่วนใหญ่ จากตำรวจท้องที่ก็ได้มีการประสานต่อไปยังผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนราษฎร์ ชุดสืบสวนของ สน.บางรักได้กำชับการหาข่าวเรื่องนี้แล้วว่า ให้ทำอย่างลับๆ สิ่งที่ชุดสืบสวน สน.บางรักคาดไม่ถึงก็คือ คนต่างจังหวัดจะรู้จักและเป็นญาติกันเสียเป็นส่วนใหญ่ ปรากฏว่าผู้ใหญ่บ้านผู้หนึ่งที่ตำรวจท้องที่ไปขอความร่วมมือ เป็นญาติห่างๆกับกิ่งแก้วฯ ข่าวที่ตำรวจกำลังติดตามหาตัวกิ่งแก้วฯก็ถึงหู คนร้าย ทำให้คนร้ายรู้ตัวและวางแผนแก้ไขสถานการณ์
เด็กชายวระชัยฯไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรกๆพบพี่เลี้ยงก็ดีใจโผเข้าหา กิ่งแก้วฯไม่ได้พากลับบ้าน บอกว่าจะพาไปเที่ยว ความที่เด็กติดพี่เลี้ยงก็เลยตามพี่เลี้ยงไป แต่พออยู่ไปข้ามคืนก็คิดถึงพ่อแม่อยากจะกลับบ้าน กิ่งแก้วฯก็พยายามล่อหลอกต่างๆนาๆ ความสะดวก ความสุขสบายที่บ้านนอกไม่เหมือนกับที่กรุงเทพฯ ด.ช.วีระชัยฯเอาแต่ร้องไห้ ยิ่งตอนที่คนร้ายรู้ตัวว่าตำรวจแกะรอยมาถูกทาง จึงได้พากันหลบหนี การหนีก็ต้องหอบหิ้วเอาตัว ด.ช.วีระชัยฯไปด้วย ขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำ การหลบหนีเกิดอุปสรรคเพราะ ด.ช.วีระชัยฯร้องไห้ไม่ยอมหยุด คนร้ายจึงวางแผนจัดการกับ ด.ช.วีระชัยฯ ผู้ที่จะทำให้ ด.ช.วีระชัยฯหยุดร้องได้มีเพียงคนเดียว คือ กิ่งแก้วฯ คนร้ายชายที่ร่วมแก๊งมี ๒ คน หารือว่าจะทำอย่างไรกับวีระชัยฯ จะปล่อยไว้ก็เกรงอันตรายเพราะเด็กจำหน้าได้ จะฆ่าเด็กเพื่อปิดปาก กิ่งแก้วฯก็เกิดสงสารเพราะเลี้ยงดูมาแต่เล็ก คนร้ายชายจึงให้เป็นหน้าที่ของกิ่งแก้วฯที่จะตัดสินใจ
กิ่งแก้วฯพยายามพูดปลอบประโลมวีระชัยฯว่าจะพากลับบ้าน ขอให้นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ รุ่งเช้าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ว่าแล้วกิ่งแก้วฯก็อุ้มวีระชัยฯไว้กับอก ฮัมเพลงกล่อมไป ใจก็คิดว่าจะทำอย่างไรดี กิ่งแก้วฯกลัวถูกจับติดคุก แต่ถ้าหากไม่มีวีระชัยฯก็จะไม่มีพยานหลักฐาน ไม่นานวีระชัยฯก็หลับสนิท กิ่งแก้วฯค่อยๆบรรจงวางวีระชัยฯลงกับพื้นดินมีผ้าปูรอง วีระชัยฯหลับอย่างมีความสุข ท่ามกลางความฝันว่ารุ่งขึ้นจะได้กลับบ้านพบพ่อแม่ กิ่งแก้วฯตัดสินใจครั้งสุดท้าย ใช้มีดปลายแหลมใบมีดคมกริบยาวประมาณ ๑ คืบ เสียบเข้าตรงบริเวณขั้วหัวใจของวีระชัยฯจนสุดใบมีด แม้จะหลับอยู่วีระชัยฯก็ร้องกรีดด้วยความเจ็บปวดแล้วสิ้นลมหายใจอย่างน่าเวทนา คนร้ายอีก ๒ คนก็ช่วยกันขุดหลุมฝังศพของวีระชัยฯ แล้วแยกย้ายกันหลบหนี
เวรกรรมมีจริง เห็นกันในชาตินี้ การสังหารเด็กของกิ่งแก้วฯรู้ถึงหูผู้คนย่านนั้น ชาวบ้านที่รู้ข่าวถึงจะเป็นคนรู้จักกับกิ่งแก้วฯ แต่ทุกคนรับไม่ได้กับการกระทำของกิ่งแก้วฯ คืนนั้นเองกิ่งแก้วฯก็ถูกจับกุมตัวได้ โดยความร่วมมือของชาวบ้าน แต่คนร้ายที่เป็นชายอีกสองคนไม่ใช่คนในพื้นที่ ชาวบ้านไม่รู้จัก หลบหนีการจับกุมไปได้อย่างหวุดหวิด
กิ่งแก้วฯถูกตำรวจจับกุมตัว ชั้นแรกทำปากแข็งปฏิเสธไม่รู้เรื่อง ด.ช.วีระชัยฯหายตัว แต่เมื่อโดนตำรวจซักถามอย่างหนัก ก็ต้องยอมจำนน เพราะมีพยานหลักฐานยืนยันดิ้นไม่หลุด ครูโรงเรียนยืนยันว่ากิ่งแก้วฯรับตัว ด.ช.วีระชัยฯไปจากโรงเรียน ชาวบ้านใกล้เคียงยืนยันว่ากิ่งแก้วฯพาเด็กเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านด้วย ในที่สุดกิ่งแก้วฯถึงกับร้องไห้โฮ สำนึกได้ว่าไม่ควรที่จะฆ่าเด็กพร้อมกับรับสารภาพว่า ได้ฆ่า ด.ช.วีระชัยฯแล้วพาไปยังสถานที่ฝังศพ ตำรวจตามไปขุดเอาศพ ด.ช.วีระชัยฯมาทำการชันสูตรตามระเบียบ
ตำรวจคุมตัวกิ่งแก้วฯไปควบคุมที่ สน.บางรัก หนังสือพิมพ์ทุกข์ฉบับลงข่าวพาดหัวหน้าหนึ่ง ญาติพี่น้องผู้ตายและคนทั่วไปที่ทราบข่าว ต่างพากันไปตระโกนด่าสาปแช่งกิ่งแก้วฯที่โรงพัก แม้แต่ผู้ต้องหาคดีอื่นในห้องควบคุม ต่างพากันด่าประณามว่ากิ่งแก้วฯเป็นคนที่ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต ผู้ต้องหาทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คดีแบบนี้ต้องถูก “ยิงเป้า”แน่นอน กิ่งแก้วฯได้แต่ร้องไห้เหมือนจะรู้สำนึกผิด แต่ทุกอย่างมันก็สายไปเสียแล้ว คืนนั้นเองตอนกลางดึก กิ่งแก้วฯได้ฉีกเสื้อยืดซึ่งเป็นเสื้อตัวเดียวที่เธอสวมใส่ เธอฉีกออกเป็นเส้นๆแล้วผูกมัดต่อเป็นเส้นยาว เธอตัดสินใจที่ผูกคอตัวเองกับซี่กรงห้องควบคุม
ยังไม่จบง่ายๆครับ โปรดติดตามอ่านตอนที่ ๒
ใส่รหัสที่นี่   
_FB_QMESSAGE_NOTE
admin (ผู้ดูแลระบบ)
ผู้ดูแลระบบ
กระทู้: 35
graph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
รายงานถึง moderator   การบันทึก การบันทึก  
 
Reply Quote  
Go to top ตอบกลับกระทู้นี้
ขอขอบคุณ FireBoardget the latest posts directly to your desktop
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
บางกอกเนอร์สซิ่งโฮม rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif jukokai
ดิษฐ์ราเนอร์สซิ่งโฮม ditsara nursing home maneeya300.gif goodcare nursing home
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
web statistics
bandwidth test Free counter and web stats
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้