S5 User Choice
February 11, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow การดูแลผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ arrow การทำความเข้าใจกับปัญหา arrow บทความที่น่าสนใจ arrow การดูแลผู้สูงอายุ 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ การดูแลผู้สูงอายุ

การทำความเข้าใจกับปัญหา
Digg!

Rating 2.5/5 (4 votes)

* การแก้ปัญหาด้านร่างกาย *

การเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ หากละเลยไม่ดูแลเอาใจใส่จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้
และยุ่งยากต่อการดูแลรักษายิ่งขึ้น การช่วยเหลือดูแลเบื้องต้น จึงมีความสำคัญ สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้

  1. เสียงร้องไห้ของผู้ป่วยเด็ก และเสียงร้องครวญครางของผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ซึ่งไม่สามารถบอกความต้องการได้ อาจมีสิ่งรบกวนทำให้รู้สึกไม่สุขสบายและต้องการให้มีใครมาช่วยเหลือ ดูแลในขณะที่เขามีปัญหา เช่น อาการเจ็บปวด ตัวร้อน มีไข้ มีผดผื่นคัน ร่างกายเปียกชื้น เปรอะเปื้อน อุจจาระ ปัสสาวะ หรือหิวกระหายอาหารและน้ำ เป็นต้น

    ผู้รับผิดชอบที่ไวต่อความรู้สึกเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ครวญครางนั้น ก็คงจะรีบเข้าไปซักถามพูดคุย และสัมผัสด้วยมือที่อ่อนโยน พร้อมกับสังเกตค้นหาสิ่งผิดปกติ และให้การช่วยเหลือเบื้องต้นได้ ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีความพึงพอใจ ที่ได้รับการช่วยเหลือดูแลทันที

  2. ผู้ป่วยที่นอนอยู่นาน ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายอ่อนแรง เส้นเอ็น กระดูกและข้อยึดติด เคลื่อนไหวตัวลำบาก และมีอาการมึนงง การนอนอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ จะทำให้เกิดแผลกดทับได้

    ผู้ป่วยควรได้รับการช่วยเหลือให้ออกกำลังกายโดยการทำกายภาพบำบัดเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว การช่วยให้ร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหว จะทำให้การไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกายดีขึ้นและเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดแผลกดทับได้ด้วย ควรพลิกตะแคงตัวผู้ป่วย 1 – 2 ชั่วโมง และใช้สิ่งอ่อนนุ่มรองรับบริเวณร่างกายส่วนที่ถูกกด เช่น อาจใช้ถุงมือยางใส่น้ำเย็นมัดขมวดปากถุงมือให้แน่น ไม่ให้น้ำรั่ว
    ใช้วางเพื่อพยุงไม่ให้บริเวณนั้น ถูกกดทับหรือเสียดสีกับที่นอน แต่ต้องหมั่นพลิกตัวเพราะอุณหภูมิในร่างกาย อาจทำให้ถุงมือร้อน และไหม้ผิวหนังได้

  3. ผู้ป่วยที่เบื่ออาหารจะรับประทานอาหารได้น้อย ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น มึนงง หน้ามืดเป็นลมได้ง่าย เนื่องจากผู้ป่วยได้รับสารอาหารไปเลี้ยงสมอง และส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ อาจช่วยให้ผู้ป่วยได้รับวิตามินรวมหรือวิตามินบี 1-6-12 ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า - เย็น เพื่อช่วยให้ฟื้นจากการเจ็บป่วย และแข็งแรงขึ้น และควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำวันละ 6 - 8 แก้ว นับรวมการดื่มนม และน้ำผลไม้ด้วยหากผู้ป่วยไม่เป็นโรคที่ต้องจำกัดน้ำ

  4. ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ มักมีอาการท้องผูก ผู้ป่วยควรได้รับประทานอาหารพืชผัก ผลไม้ ที่มีกากใยย่อยง่าย และดื่มน้ำให้เพียงพอ ผู้ป่วยที่รู้ตัวควรสอนให้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้อง โดยแขม่วท้อง วันละ 5 – 10 ครั้ง และอาจช่วยนวดท้องเบา ๆ ตามเข็มนาฬิกาจากท้องน้อยข้างขวาขึ้นไประดับสะดือ และนวดลงไปท้องน้อยข้างซ้าย เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัว ขับเคลื่อนอุจจาระออกได้ การให้ผู้ป่วยจิบน้ำอุ่นหลังตื่นนอน และนั่งส้วม หรือกระโถนทุกเช้า เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระได้

    ผู้ป่วยที่ไม่ถ่ายอุจจาระเกิน 3 วัน อาจให้ยาระบายอ่อนๆ หรือสวนอุจจาระด้วยน้ำสบู่ หรือยูนิสันอีนิม่าซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไป กรณีไม่ถ่ายอุจจาระหลายวันอุจจาระแข็ง ผู้ป่วยไม่สามารถถ่ายอาจจาระออกได้ ควรช่วยล้างออกให้โดยใส่ถุงมือยางใช้น้ำสบู่ หรือสบู่เหลว เทใส่ถุงมือเล็กน้อยให้หล่อลื่น สอดใส่มือลงได้ง่าย และช่วยป้องกันไม่ให้มีกลิ่นอุจจาระเหม็นติดปลายนิ้วมือ ก่อนล้วงอุจจาระ ควรหล่อลื่นปลายนิ้วถึงมือด้วยสบู่ ครีมหรือวาสลิน เพื่อให้สอดนิ้วมือเข้าทวารหนักได้ง่าย ขณะเดียวกัน ให้ผู้ป่วยหายใจยาวๆ ออกทางปาก เพื่อผ่อนคลายลดการเจ็บปวดทำให้ เยื่อบุในทวารหนักไม่ได้รับอันตราย

  5. ผู้ป่วยที่มาสามารถถ่ายปัสสาวะเองได้ จะรู้สึกปวดท้องบริเวณห้องน้อยนูนผิวหนังตึง อาจช่วยกระตุ้นโดยใช้เสียง เหมือนกระตุ้นให้เด็กถ่ายปัสสาวะ เปิดก๊อกน้ำ หรือเทน้ำให้ได้ยินเสียงน้ำไหล กระตุ้นความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะ หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อน หรือขวดใส่น้ำร้อนห่อหุ้มผ้าขาววางท้องน้อย นวดคลึงท้องน้อยเบาๆ อาจช่วยให้มีการขับถ่ายเองได้ หากไม่สามารถถ่ายเองได้ ควรพิจารณาการสวนปัสสาวะ ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบการสวนปัสสาวะต้องใช้เทคนิคปลอดเชื้อ และกระทำโดยผู้มีความชำนาญ ควรปรึกษาพยาบาลเยี่ยมบ้าน หรือถ้ากรณีฉุกเฉินอาจต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล

  6. ผู้ป่วยผู้สูงอายุบางรายนอนหลับพักผ่อนได้น้อยในตอนกลางคืน อาจนอนหลับกลางวันมากเกินไป หรือมีความเครียดวิตกกังวล หรือมีความเจ็บปวด ผู้ป่วยควรได้รับการแก้ปัญหาตามสาเหตุ เช่น ป้องกันไม่ให้หลับกลางวัน โดยหาวิธีเบี่ยงเบนให้ทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยสนใจ เช่น อ่านหนังสือ ทำการฝีมือ ชวนพูดคุยในเรื่องที่ชอบ ให้ฟังวิทยุหรือดูทีวีเป็นต้น

    ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วยอาจให้ยาระงับปวด และผู้ป่วยที่ต้องแผล หรือเคลื่อนย้ายจะทำให้เจ็บปวด การให้ยาระงับปวดก่อนทำกิจกรรม จะทำให้คลายปวดลงได้ เช่น ให้รับประทานยาพาราเซตามอล 1–2 เม็ด
    หากการให้ยาหลังอาการมียาแก้ปวด และอยู่ในช่วงเวลาที่จะทำให้กิจกรรมก็ไม่ต้องให้ เพราะฤทธิ์ยาที่ให้หลังอาหารยังคงมีอยู่

    การดูแลสุขภาพด้านร่างกาย ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ให้ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ มีการขับถ่ายตามปกติ และได้รับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์รวมทั้งไปพบ แพทย์ตามนัด หรือเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเจ็บป่วย และช่วยสร้างเสริมสุขภาพร่างกายส่วนที่เหลือ ให้มีคุณภาพดี ก็จะสามารถยืดชีวิตผู้ป่วยให้ยืนยาวขึ้นได้

* การแก้ปัญหาด้านจิตใจ *

จิตใจ และร่างกายมีความสัมพันธ์กัน เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดการเจ็บป่วย ก็จะมีผลกระทบกระเทือนถึงกันด้วย โดยเฉพาะจิตใจ จะมีอำนาจอยู่เหนือร่างกายดังคำกล่าวที่ว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” การดูแลผู้ป่วยจึงต้องดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ เป็นองค์รวม

การดูแลด้านจิตใจและอารมณ์
  1. ผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่ช่วยตัวเองไม่ได้ จะรู้สึกเครียด วิตกกังวล คิดถึงแต่ตัวเอง กลัวจะไม่หาย กลัวจะทำงานไม่ได้ เคยเป็นที่พึ่งของครอบครัวกลับกลายเป็นคนต้องพึ่งพา ทำให้น้อยใจ และใจน้อย โกรธง่าย คนที่ขาดที่พึ่งขาดรายได้จะรู้สึกเหงา และว้าเหว่ ผู้ป่วยที่ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ จะมีลักษณะเหมือนเด็ก บางคนตื่นกลัว บางคนมีอารมณ์ฉุนเฉียว ก้าวร้าว ไม่ยอมรับฟังเหตุผล บางคนทำร้ายตัวเองหรือขู่จะฆ่าตัวตาย

    ผู้ป่วยควรได้รับความเคารพในตัวตนที่เป็นบุคคลคนหนึ่ง การดูแลผู้ป่วยควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา ว่าชอบหรือไม่ชอบในสิ่งใด ควรสร้างความอบอุ่นคุ้นเคย ด้วยการทักทายเรียกชื่อตนเองตามความเหมาะสมกับวัย

    ในการสนทนาควรหลีกเลี่ยงคำพูดโต้แย้ง ที่จะทำให้เกิดอารมณ์ขุ่นมัวไม่พอใจ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ควรให้โอกาสได้พูดระบายความรู้สึกที่แท้จริงของปัญหา และความต้องการด้วยท่าทีที่สงบ ไม่ตัดคำพูด ไม่ด่วนสรุป จะช่วยให้ผู้ป่วยลดอารมณ์ตึงเครียดลงได้ สำหรับผู้ป่วยที่ทำร้ายตัวเอง และขู่จะฆ่าตัวตาย ไม่ควรทิ้งให้ผู้ป่วยอยู่ตามลำพัง และเก็บสิ่งของที่จะเป็นอันตรายให้พ้นทาง

  2. ผู้ป่วยที่มีความอดทนสูง หรือมีความเกรงใจ เมื่อมีปัญหา หรืออาการเปลี่ยนแปลงจะเก็บ ความรู้สึกไม่บอกให้รู้ บางทีปัญหานั้นอาจรุนแรงกว่าผู้ที่ร้องครวญเอะอะโวยวายก็ได้ การรู้จักสังเกต พร้อมกับการซักถาม ควรใช้คำถามที่สุภาพ และสร้างอารมณ์ร่วมแสดงความรู้สึกสนใจ และเห็นใจ อาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย ที่เห็นว่ามีผู้สนใจ และเข้าใจความรู้สึกของตน เช่น การใช้คำถามว่า “คุณคงกำลังปวดมากใช่ไหม” “ดิฉันยินดีช่วยหากทราบว่าคุณกำลังต้องการอะไร” หากทราบว่าผู้ป่วยมีความเจ็บปวดบริเวณใด ควรใช้มือสัมผัสบีบนวดเบาๆ ถ้าบริเวณนั้นไม่ได้อักเสบเป็นแผล และจัดท่านอน ท่านั่งใหม่ ประคับประคองส่วนที่เจ็บปวดให้อยู่ในท่าที่สบาย

    หากมีคำแนะนำควรพูดในเชิงบวก เช่น “ลองขยับตัวยกแขน ขา ของคุณหน่อยจะดีไหมให้ กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อของคุณได้ออกแรง จะได้มีแรงและหายเร็วขึ้น” เมื่อมีการตอบรับควรใช้คำถาม ต่อ “คุณจะลองขยับเอง หรือจะให้ช่วยและทำตรงไหนก่อนดี” เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ผู้ป่วยที่กำลังเจ็บปวด หรือมีอาการเหนื่อยหอบ อาจแนะนำให้ลองสูดหายใจเข้าทางจมูก ให้ยาวๆ ลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ ทำซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง เพื่อให้ปอดได้รับอากาศบริสุทธิ์เข้าไป และถ่ายเทอากาศที่เสียออกมา เป็นวิธีเบี่ยงเบนความสนใจผู้ป่วยให้อยู่กับการหายใจ เข้า-ออก อาจทำให้ผู้ป่วยหายเหนื่อย และหายเจ็บปวดได้ เพราะร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ จากการหายใจ ทำให้ระบบไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกายดีขึ้น

  3. ผู้สูงอายุที่มีอาการสมองเสื่อมผู้ป่วยที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง และผู้ป่วยโรคจิตประสาท จะมีความจำเลอะเลือน ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ จำหน้าคนรู้จักคุ้นเคยไม่ได้ มีอารมณ์ไม่แน่นอน บางครั้งจำได้ บางครั้งจำไม่ได้ บางคนซึมเศร้าเพิกเฉยไม่สนใจตนเอง และ สิ่งแวดล้อมบางคนโกรธง่ายใจน้อย หวาดระแวง หงุดหงิด มองคนในแง่ร้าย

    ผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง และจิตประสาทควรได้รับการให้อภัยในความหลงลืม และผิดพลาด ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันอุบัติเหตุ และภาวะแทรกซ้อนที่อาจะเกิดขึ้น ควรใช้คำพูดส่งเสริม ให้เกิดความรู้สึกภูมิใจ ว่าตนเองเป็นคนที่มีความสำคัญ และมีค่าต่อบุคคลในครอบครัวอยู่เสมอ

  4. ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อ เช่น วัณโรค โรคเอดส์ อาจเกิดความรู้สึกไม่พอใจ เมื่อผู้เข้าใกล้ที่สัมผัสตัวเขา และเครื่องใช้สำหรับตัวเขา ได้ใช้ผ้าปิดปากจมูกด้วยและสวมถุงมือทุกครั้งทำให้เข้าใจว่าบุคคลใน ครอบครัว และผู้ดูแลรังเกียจตัวเขา ผู้ป่วยควรได้รับการอธิบายให้เข้าใจ ว่าการเจ็บป่วยทำให้ร่างกายอ่อนแอ และติดเชื้อโรคได้ง่าย การถูกจำกัดบริเวณ ถูกแยกอุปกรณ์เครื่องใช้ และการใช้ผ้าปิดปากจมูกด้วย การสวมถุงมือของผู้ที่สัมผัสตัวเขา และเครื่องใช้ของเขานั้น เป็นการทำเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยเอง

  5. ผู้ป่วยบางคนมีการเจรจาต่อรอง ขอทำในสิ่งที่ตนต้องการที่จะให้ทำกิจกรรมตามกำหนดเวลา เช่น การทำความสะอาดร่างกาย การทำแผล หรือกินยาผู้ป่วยอาจขอเวลาเตรียมใจให้พร้อม หรือขอนอนหลับพักผ่อนก่อน บางคนขอรอให้คนใกล้ชิดที่รู้ใจมาก่อน และมาทำให้บางคนขอทำกิจกรรมที่ต้องห้าม เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา เป็นต้น

    การเจรจาต่อรองควรพิจารณาให้ตามความเหมาะสม หากสามารถทำได้และไม่เกิดผลเสียก็ควร ให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความสบายใจ และพึงพอใจเมื่อไม่สามารถทำได้ ควรอธิบายโน้มน้าวให้ผู้ป่วย เข้าใจถึงคุณ และโทษที่ผู้ป่วยจะได้รับ เมื่อปฏิบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามเวลาที่กำหนด และอาจใช้คำถามว่า “เวลาคุณเจ็บป่วยคุณมีความรู้สึกอย่างไร คงทรมานมากใช่ไหม” “หากคุณไม่อยากเจ็บป่วยและทรมาน คุณควรจะทำอย่างไร” หรือ “คุณเป็นคนสำคัญของครอบครัวเขาคงอยากให้คุณหายไวๆ หากคุณเป็นอะไร ไป คนในครอบครัวที่คุณรักคงจะเสียใจมากใช่ไหม” เป็นต้น

  6. ผู้ป่วยบางคนมีอารมณ์ความต้องการทางเพศ ความต้องการทางเพศ และการมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วย ถือเป็นความต้องการตามธรรมชาติ ไม่เป็นสิ่งที่ผิดปกติ หรือน่าอับอาย ผู้ป่วยสามารถมีเพศ-สัมพันธ์ได้ ความใกล้ชิดความอบอุ่นใจ อาจทำให้หายป่วยได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตราย ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเส้นเลือดตีบ มักเกิดอันตรายในขณะมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจาก หัวใจวาย หรือเส้นเลือดในสมองแตก

    ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำดังนี้
    • ผู้ป่วยจะมีเพศสัมพันธ์ได้ต้องรู้สภาพตัวเองได้ว่าไม่มีอาการเหนื่อย หอบ ในขณะเดิน หรือขึ้นลงบันไดบ้าน 2 ชั้น และไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ปวดศีรษะ วิงเวียน หน้ามืด เป็นลมบ่อย และผู้ป่วยที่จะมีเพศสัมพันธ์ ควรได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
    • ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ ควรเว้นระยะ 1/2 - 1 ชั่วโมง และก่อนมีเพศสัมพันธ์ ควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด
    • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ กับบุคคล และสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย อาจส่งผลให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และสูบฉีดเลือดแรงขึ้น อาจเกิดหัวใจวายและเส้นเลือดในสมองแตกได้
    • ผู้ป่วยควรสวมเสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดตัวทำให้อึดอัด และขณะมีเพศสัมพันธ์ควรให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่เร่งรีบ ค่อยเป็นค่อยไป และควรเป็นท่าที่คุ้นเคยตามปกติให้เกิดความสุข และความพอใจ
    • ผู้ป่วยที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น กามโรค โรคเอดส์ ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
    • ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคเส้นเลือกตีบ ที่แพทย์สั่งยาอมใต้ลิ้น ควรพกยาติดตัวเสมอใช้อม ทันทีเมื่อรู้สึกเจ็บหน้าอก วิงเวียนศีรษะ และให้นั่งพักสามารถอมยาห่างกันทุก 5 นาที ครั้งละ 1 เม็ดได้ 3 ครั้ง เมื่ออาการไม่ดี ควรรีบบอกผู้อยู่ใกล้ นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
ห้หี้นรัป่ยนี  - มากมาย     |203.172.215.226 |2009-06-30 09:35:38
มากมาย
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้