|
สุขภาพกาย สุขภาพจิตของผู้สูงอายุ |
สุขภาพกายของผู้สูงอายุ
การเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุ
เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสังคม
อาสาสมัครควรจะศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของผู้สูงอายุ เพื่อความเข้าใจและจะได้ปฏิบัติต่อผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม
- ผิดหนัง ผิวเหี่ยวย่น เส้นเลือดฝอยแตกง่าย ทำให้เกิดแผล เมื่อเกิดแผลจะหายช้า ไขมันใต้ผิวหนังลดลง ทำให้หนาวได้ง่าย เมื่ออากาศเย็น ผิวแห้ง คัน การรับความรู้สึกเจ็บปวดลดลง
- กระดูก กระดูกเสื่อม พรุน หักได้ง่าย ข้ออักเสบ เกิดอาการบวม ปวดตามข้อ
- กล้ามเนื้อ ความว่องไว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวช้าลง หกล้มได้ง่าย มือสั่น จับของไม่แน่น ของหลุดมือได้ง่าย
- หัวใจ เหนื่อยง่ายเนื่องจากหัวใจบีบตัวได้น้อยลง หากทำงานหนัก หรือตื่นเต้นมากเกินไป อาจทำให้เกิดหัวใจวายได้ง่าย
- เส้นเลือดตีบแข็ง ทำให้ความดันเลือดสูงได้ง่าย เป็นลมหน้ามืดง่าย ขณะเปลี่ยนท่าทาง เช่น จากท่านอนเป็นท่านั่ง
- ระบบหายใจ เหนื่อยง่าย สำลักอาหารเข้าหลอดลงได้ง่าย
- ระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร (น้ำลายลดลง การรับรสและกลิ่นไม่ดี) อาหารลงกระเพาะได้ช้า ท้องผูกง่าย กลั้นอุจจาระไม่ค่อยได้
- ระบบขับถ่ายปัสสาวะ ขนาดกระเพาะปัสสาวะลดลง ทำให้น้ำปัสสาวะเต็มเร็ว ถ่ายปัสสาวะบ่อย ในผู้สูงอายุชาย ปัสสาวะไม่สะดวก ใช้เวลานานในการถ่ายปัสสาวะแต่ละครั้ง
(อาจเนื่องจากต่อมลูกหมากโต)
- ช่องคลอด อักเสบและติดเชื้อได้ง่าย
- สมอง ความจำเสื่อม (ขี้ลืม) พูดซ้ำเรื่องเดิม นอนหลับยาก
- ตา พร่ามัวมองไม่ชัด น้ำตาไหล สายตายาว
- หู ได้ยินไม่ชัดเจน (หูตึง)
- การดมกลิ่น การรับกลิ่นไม่ดี ทำให้เบื่ออาหาร ไม่ได้กลิ่นบูดเน่า
- การรับรส ไม่ดีทำให้เบื่ออาหาร เติมเครื่องปรุงรสมากขึ้น
- ด้านจิตใจ ยึดมั่นในความคิดของตนเอง ขี้น้อยใจ หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย
การดูแลเพื่อรักษาสุขภาพ
เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีความสุข ตามฐานะของแต่ละบุคคล ลูกหลาน ผู้ดูแล หรือตัวผู้สูงอายุเองจึงควรให้ความสำคัญ และคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
ความเป็นอยู่และการจัดการสิ่งแวดล้อม
ผู้สูงอายุควรจะได้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย อาจจะเป็นห้องชั้นล่างของบ้าน พื้นห้องไม่ลื่น ข้าวของเครื่องใช้ในห้องมีเฉพาะเท่าที่จำเป็นจริงๆ เตียงนอนควรเตี้ย ในห้องอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีเสียงดังรบกวน แสงสว่างพอเหมาะ ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป
สุขวิทยาส่วนบุคคล
ความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึกถึง เพราะผู้ชรามีความต้านทานโรคต่ำกว่าบุคคลในวัยหนุ่มสาว ความสะอาดที่จะต้องดูแลได้แก่
- ผิวหนัง ควรรักษาความสะอาด โดยการอาบน้ำตามความเหมาะสม เช่น ในวันอากาศร้อน อบอ้าว อาจจะอาบน้ำวันละ 1 ครั้ง และใช้วิธีเช็ดตัว เช็ดหน้า ล้างมือ ล้างเท้าก่อนเข้านอน แต่ถ้าอากาศแห้ง และหนาว ควรอาบน้ำสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว
- ปากและฟัน ต้องทำความสะอาดทุกวันตอนเช้า เมื่อตื่นนอน และทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ฟันปลอม ต้องดูแลเรื่องความสะอาดของฟันปลอม ด้วยการถอดออกล้างทุกครั้ง หลังรับประทานอาหาร และถอดฟันปลอมออกก่อนนอนตอนกลางคืนทุกคืน
- เล็บและผม ต้องหมั่นตัดเล็บให้สั้น และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ สำหรับผมก็ต้องดูแลเรื่องความสะอาด ด้วยการสระผมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือนานกว่านั้นก็ได้ เพราะผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องสระผมบ่อย เนื่องจากหนังศีรษะแห้ง
- อวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก เป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญมากในเรื่องของการรักษาความสะอาด คือต้องล้างทุกครั้งหลังขับถ่าย หรืออาจใช้ผ้านุ่มชุบน้ำเช็ดจนสะอาดแทนการล้างก็ได้
- อาหาร ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักจะรับประทานอาหารน้อยลง จนอาจเกิดปัญหาการได้รับอาหาร ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงควรเอาใจใส่ในเรื่องนี้ ด้วยการจัดอาหารที่เหมาะสมกับ ผู้สูงอายุแต่ละคน อาจจะเป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย หรืออาหารประเภทที่ไม่ต้องเคี้ยวลำบาก รสชาดไม่จัด หรือบางคนอาจต้องรับประทานอาหารผสม บดละเอียด เป็นต้น อาหารสำหรับผู้สูงอายุควรเน้น
ที่คุณค่าทางโภชนาการ งดเครื่องดื่มประเภทมึนเมา หรือของหมักดอง แต่ควรให้อาหารเสริมประเภท นม ผลไม้สด หรืออาหารที่มีคุณค่าชนิดอื่นๆ
- การออกกำลังกายและการพักผ่อน ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพทางร่างกายของแต่ละบุคคล ผู้สูงอายุไม่ควรหักโหม ในเรื่องของการออกกำลังกาย แต่ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อาจเป็นที่สาธารณะ หรือตามสถานที่ออกกำลังกายโดยทั่วไป หรืออาจใช้วิธีออกกำลังด้วยการแกว่งแขน หรือสูดหายใจเข้าออกลึกๆ ถือได้ว่าเป็นการออกกำลังที่ดีสำหรับผู้ชรา และเมื่อมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะส่งผลให้นอนหลับสบาย ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอซึ่งจะช่วยให้กระฉับ กระเฉง สุขภาพดี สดชื่นและอายุยืน
การตรวจชีพจรและวัดความดัน
การตรวจชีพจร และการวัดความดันโลหิต เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อาสาสมัคร ควรจะศึกษาเพื่อที่จะได้นำไปใช้ และให้คำแนะนำกับผู้สูงอายุ ได้อย่างถูกต้อง
ชีพจร ก็คือ การไหลของเลือดในหลอดเลือดแดงที่สามารถคลำได้ตามจังหวะการบีบของหัวใจ ค่าปกติ ประมาณ 60 – 100 ครั้ง/นาที
ตำแหน่งที่ใช้ในการประเมินชีพจร ขมับ ใช้กับเด็ก คอ ใช้กรณีไม่สามารถคลำชีพจรที่อื่นได้ หัวใจ ข้อพับ ข้อมือ ขาหนีบ ด้านหลัง
ข้อเข่า ข้อเท้า
การสังเกตลักษณะของชีพจรปกติ
- อัตราชีพจรใน 1 นาทีประมาณ 60 – 100 ครั้งเด็กจะเร็วกว่าผู้ใหญ่
- ผู้หญิงจะเร็วกว่าผู้ชาย ขณะตื่นหรือออกกำลังกาย และเร็วกว่าขณะพักจังหวะชีพจรต้องสม่ำเสมอ ความแรงคงที่
ความดันโลหิต
- ปกติค่าความดันโลหิตจะเท่ากับ 120/80 มิลลิเมตรปรอท
- ความดันสูง ค่าความดันมากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท
- ความดันต่ำ ค่าความดันน้อยกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท
- คนอายุมาก ความดันโลหิตจะสูงกว่าคนอายุน้อย
การวัดไข้และการเช็ดตัวผู้สูงอายุ
การวัดไข้ เป็นการวัดอุณหภูมิของร่างกาย (ความร้อนของร่างกาย) เครื่องวัดอุณหภูมิ เรียกว่า เทอร์โมมิเตอร์
วิธีวัดอุณหภูมิ มี 3 ทาง
1. วัดทางปาก ใช้เวลา 3 – 5 นาที อุณหภูมิปกติได้เท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส
2. วัดทางรักแร้ ใช้เวลา 5 นาที อุณหภูมิปกติเท่ากับ 36.5 องศาเซลเซียส การวัดทางรักแร้จะต้อง บวก 0.5 เพิ่มเข้าไป
3. การวัดทางทวารหนัก ใช้เวลา 2 – 3 นาที อุณหภูมิเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส
การวัดอุณหภูมิ หากสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้
เครื่องใช้ อ่างน้ำ 1 ใบ ผ้าขนหนูเล็ก 3 ผืน ผ้าเช็ดตัว 1 ผืน
วิธีเช็ดตัว
- เตรียมของให้พร้อม
- ถอดเสื้อผ้าออก
- ใช้ผ้าขนหนูที่บิดน้ำพอหมาดๆ ลูบหน้า วางผ้าที่ซอกคอและหลังหู พักไว้สักครู่
- บิดผ้าผืนใหม่ลูบหน้าอก ลำตัว พักผ้าไว้บริเวณหัวใจ
- ใช้ผ้าบิดหมาดๆ เช็ดแขนด้านไกลตัวจากปลายแขนเข้าหาหัวใจ พักที่ฝ่ามือ ข้อพับศึก รักแร้
- เช็ดแขนด้านใกล้ตัว ทำเช่นเดียวกับ (ข้อ 5)
- เช็ดขาด้านไกลตัว จากปลายขาเข้าหาหัวใจ พักผ้าไว้ที่ฝ่าเท้า ข้อพับใต้เข่า ขาหนีบ
- เช็ดขาด้านใกล้ตัวทำเช่นเดียวกับข้อ (7)
- พลิกตะแคงผู้สูงอายุ เพื่อเช็ดหลังโดยเริ่มจากก้นพบไปหาหัวใจ
- ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย (ควรใส่เสื้อผ้าบางๆ เพื่อระบายความร้อน)
สุขภาพจิตของผู้สูงอายุ
สุขภาพจิตและการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิต
ปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่พบบ่อย ได้แก่
- ความวิตกกังวล
- ซึมเศร้า
- นอนไม่หลับ
- ระแวง
- ความจำเสื่อม
วิธีสังเกตผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิต
การสังเกตผู้สูงอายุผู้มีปัญหาสุขภาพจิตดูได้ง่ายๆ จากการดำเนินชีวิตประจำวัน ได้แก่
- การกิน จะกินมากขึ้นกว่าปกติ เมื่อมีปัญหาไม่สบายยิ่งกินมาก ตรงกันข้ามจะกินน้อยลงเบื่อ อาหาร ซูบผอม
- การนอน จะนอนหลับมากกว่าปกติ หรือไม่ก็จะมีอาการนอนไม่หลับ ชอบตกใจตื่นตอนกลางดึก แล้วนอนไม่สามารถจะหลับต่อไปอีก
- อารมณ์หงุดหงิดบ่อยและเศร้าซึม เคร่งเครียด วิตกกังวลมาก
- พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เคยเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ก็กลับซึมเศร้า ไม่เคยดื่มเหล้าก็หันมาดื่มเหล้า เคยพูดน้อย ก็กลายมาเป็นคนพูดมาก
- มีอาการเจ็บป่วยตามร่างกาย ซึ่งหาสาเหตุไม่พบ เช่น ปวดเมื่อย
การดูแลและช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิต
- ความวิตกกังวล อาสาสมัครควรสอบถามสาเหตุ ที่ผู้สูงอายุรู้สึกวิตกกังวล เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ก็ให้คำแนะนำในการแก้ไข ถ้าผู้สูงอายุวิตกกังวลในเรื่องคนอื่น เช่น ลูกหลาน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ ก็ควรแนะนำให้ผู้สูงอายุหาคนอื่นมาช่วยแก้ไข ไม่ควรเก็บปัญหาไว้คนเดียว
- ซึมเศร้า ควรแนะนำให้ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว เมื่อมีอารมณ์เศร้าเกิดขึ้น ให้ไปพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น ให้ทำกิจกรรม หรืองานอดิเรกที่พึงพอใจเป็นประโยชน์
- นอนไม่หลับ แนะนำผู้สูงอายุไม่ให้นอนกลางวันมากเกินไป ห้องนอนควรมีอากาศถ่ายเท จัดสถานที่นอนให้สะดวกสบาย ก่อนนอนอาจดื่มนมอุ่นๆ หลีกเลี่ยงชา กาแฟ ถ้านอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาทำอะไรให้เป็นประโยชน์ก็ได้ หากอาการนอนไม่หลับยังคงอยู่เป็นเวลานาน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์
- ระแวง ถ้าผู้สูงอายุมีอาการระแวง ควรแนะนำให้ลูกหลานพูดคุย สร้างความมั่นใจ ว่าสิ่งแวดล้อมไม่ได้ทำร้ายอย่างที่คิด ถ้าอาการระแวงมีมาก ขึ้นควรปรึกษาแพทย์
- ความจำเสื่อม แนะนำให้ผู้สูงอายุค่อยๆ ใช้เวลาคิด ถ้ายังนึกอะไรไม่ได้ ให้ถามคนอื่น แนะนำให้ผู้สูงอายุจดบันทึกช่วยจำ จัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ
|