|
การดูแลตัวเองเมื่อใส่สายยาง/ท่อให้อาหาร |
การดูแลตัวเองเมื่อใส่สายยาง/ท่อให้อาหาร
ถ้าท่านไม่สามารถรับประทานอาหารทางปาการทางปากได้ หรือ รับประทานได้แต่ไม่เพียงพอ แพทย์มักแนะนำการให้อาหาร
ผ่านทางสายยาง/ท่อฯ เสมอ และจะใส่่สายยางสายยาง/ท่อฯ นี้ไว้ จนกว่าท่านจะสามารถ กลับมารับสามารถ กลับมารับประทาน ทางปากได้ อย่างพอเพียง ในช่วงที่ท่านใส่สายยาง/ท่อ ฯ ถ้าท่านยังสามารถ รับประทานทางปากได้บ้าง และแพทย์ไม่ได้ไม่ได้ห้าม รับประทานทางปาก ท่านสามารถรับประทานทางปาก ร่วมไปด้วยได้ ตามความสามารถของท่าน เพราะจะทำให้ได้อาหารมากขึ้น ได้รู้รสชาด ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
แพทย์จะห้ามรับประทานทางปาก เมื่อมีรอยรั่ว หรือ รูทะลุระหว่างทางเดินอาหาร กับอวัยวะข้างเคียง อวัยวะข้างเคียง เช่น ทะลุ
เข้าเนื้อเยื้อรอบๆ คอ ในกรณีของการผ่าตัดในมะเร็งกล่องเสียง หรือมีรอยทะลุระหว่างหลอดอาหาร กับหลอดลมในมะเร็ง
หลอดอาหาร เป็นต้น
การให้อาหารทางสายยาง/ ท่อ ฯ อาจทำโดยใส่สายยาง ใส่สายยาง / ท่อ ฯ เข้าทางรูจมูก ผ่าน ลำคอ และหลอดอาหาร ลงสู่
กระเพาะอาหาร หรืออาจโดยออาจโดยทำผ่าตัดเล็กทางหน้าท้อง ใส่ท่อผ่านผิวหนัง เข้ากระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กโดยตรง
หลักการดูแลตนเองที่สำคัญ คือ
1. ระมัดระวังไม่ให้สายยาง / ท่อ ฯ หลุด
2. รู้ว่าเมื่อไรสายยาง / ท่อ ฯ ตัน
3. รักษาความสะอาดของสายยาง / ท่อ ฯ
4. รักษาความสะอาดของผิวหนัง หรือแผลตรงที่ ใส่สายยาง / ท่อ ฯ
5. รู้วิธีการเตรียมอาหารใส่ทางสายยาง / ท่อ ฯ
6. รู้วิธีให้อาหาร ผ่านสายยาง / ท่อ ฯ
7. รู้วิธีทำความสะอาดอุปกรณ์
อาหารและวิธีการให้อาหารผ่านสายยาง/ ท่อ ฯ
1. ให้อาหารได้ทุกประเภท ถ้าไม่มีข้อจำกัดจากโรค บางโรค เช่โรค บางโรค เช่น เบาหวาน ความดัน หรือโรคผิวหนัง เป็นต้น
2. อาหารต้องเป็นอาหารเหลว หรืออาหารปั่น
3. ต้องเป็นอาหารที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ปรุงสุกและสด
4. ควรเติมเกลือป่น เล็กน้อยในแต่ละมื้อ เพื่อเพิ่มเกลือแร่
5. ปริมาณอาหารแต่ละครั้ง ต้องไม่มากเกินไป ถ้ามากเกินไป อาหารจะล้นออกมาทางสายยาง / ท่อ ฯ หรืออาจทำให้ท่าน / ผู้
ป่วย แน่นท้อง อึดอัด สำลักได้ และปรับให้ดังนั้นจึงควรสังเกตุ และปรับให้พอเหมาะ
6.ในขณะให้อาหาร ท่าน / ผู้ป่วยควรอยู่ในท่านั่ง หรือถ้านั่งไม่ได้ควรเป็นท่านอนเอนตัว ไม่ใช่นอนราบ เพื่อช่วยให้อาหารไหล
ลงกระเพาะะเพาะอาหารได้สะดวกขึ้น และไม่สำลักอาหาร
7. ควรให้อาหารช้าๆ ที่ละน้อยจนกว่าจะหมดประมาณ15 –– 30 นาที
8. ถ้าระหว่างให้อาหารมีการติด ตัน อย่าพยายามดันเพราะอาจจะทำให้สายยาง / ท่อ ฯ แตก เป็นอันตรายได้ ควรแจ้งแพทย์/
พยาบาล
9. ให้สังเกตุว่าสายยาง /ท่อ ฯ ตันหรือเปล่า โดยถ้าตันอาหารจะไหลไม่สะดวก หรือมีการติดไม่ไหลลง และอาหารอาจไหล
ย้อนกลับ ให้แจ้งแพทย์/ พยาบาล
10.หลังการให้อาหารเสร็จแล้ว ทุกครั้งควรให้น้ำสะอาดตามลงไปเล็กน้อย เพื่อทำความสะอาดสายยาง / ท่อ ฯ ไม่ให้เศษ
อาหารติดค้างเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคได้
11.หลังให้อาหารเสร็จแล้ว ควรปิดปากสายยาง /ท่อ ฯ ให้สนิท กันอาหารหรือน้ำย่อยไหลย้อนกลับ
12. หลังการให้อาหาร ควรนั่งสักพัก หรือ ลุกเดินช้าๆ เพื่อให้อาหารผ่านจากกระเพาะเข้าลำไส้ได้เร็วขึ้น ไม่ควรนอนทันทีเพราะ
อาจทำให้อาหารไหลย้อนกลับได้ และช่วยลดอาการอืด แน่นท้อง
13.ถ้าให้อาหารแล้วมีการไอ หรือสำลักเสมอ ต้องแจ้งแพทย์แพทย์/พยาบาล เพื่อหาสาเหตุ การไอหรือสำลัก อาจทำให้อาหาร
ไหลย้อนกลับเข้าไปในปอด ทำให้ปอดอักเสบได้
14. ถ้าระหว่างมื้อ ท่าน / ผู้ป่วยหิว สามารถให้อาหารเสริมเพื่อเติมได้ ถ้ายังรับประทานทางปากได้ ก็อาจให้ทางปากได้
การดูแลสายยางการดูแลสายยาง
1. ระมัดระวังไม่ให้สายยาง / ท่อ ฯ หลุด ถ้าหลุดท่อ ฯ หลุด ต้องแจ้งแพทย์ / พยาบาล ถ้าหลุดใน เวลา/ วัน นอกราชการ และ
ท่านยังสามารถรับประทานทางปากได้ ท่านสามารถรอพบแพทย์ วัน / เวลา ราชเวลาราชการได้ แต่ถ้าท่านรับประทานปากไม่ได้
ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ท่านควรมาพบแพทย์ทันที
2. ควรรู้วิธีทำความสะอาดสายยาง / ท่อ ฯ จากพยาบาล และปฏิบัติตาม
3. สายยาง/ ท่อ ฯ จะมีอายุการใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของสายยาง/ ท่อฯ จึงควรสังเกตุ ถ้าเสื่อมสภาพ ควรแจ้งแพทย์ สภาพ
ควรแจ้งแพทย์ / พยาบาล เพื่อเปลี่ยนให้ใหม่ สังเกตุสายยาง / ท่อ ฯ เสื่อมสภาพ คือ อาจมีลักษณะ เปื่อย มีน้ำหรือ เศษอาหาร
ซึมออกมา ขณะให้อาหาร หรือฉีกขาด เป็นต้น
การดูแลผิวหนังบริเวณที่ใส่สายยาง / ท่อ ฯ
1. ทำความสะอาดด้วยน้ำยาแอลกอฮอล์ หรือน้ำยา เบตาดีน วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น แต่ถ้าสกปรกเย็น แต่ถ้าสกปรกมาก ก็เพิ่ม
การทำความสะอาดได้อีก ตามความเหมาะสม
2. ไม่จำเป็นต้องปิดแผลบริเวณนั้น แต่ถ้าระคายเคือง ให้ใช้ผ้าก๊อส สะอาดปิดแผลได้ ควรสอบถามและฝึกจากพยาบาล
3. สังเกตุว่ามีการอักเสบติดเชื้อ บริเวณผิวหนังส่วนนั้นหรือเปล่า ถ้ามีต้องแจ้งแพทย์ / พยาบาล ลักษณะการอักเสบติดเชื้อ คือ
ผิวหนังจะแดงเจ็บ และอาจมีตุ่มหนอง
ที่มา: หน่วยรังสีรักษา โรงพยาบาลรามาธิบดี
ศ.พ.ญ พวงทอง ไกรพิบูลย์ญ
พยาบาล อรวรรณ รัตนสุวรรณ
พยาบาล จุฑารัตน์ เพชรประดับวงศ์
|