S5 User Choice
July 30, 2010
ศูนย์พยาบาล 24 ชั่วโมง คลิกดูรายละเอียดสายใยสัมพันธ์เนอร์สซิ่งโฮมแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow การดูแลผู้ป่วย และ ผู้สูงอายุ arrow การทำแผลในผู้ป่วยมะเร็ง arrow บทความที่น่าสนใจ arrow การดูแลผู้สูงอายุ 
ขณะนี้มี 80 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
สบู่เว็ทแพค
auairak2.gif
med_food.gif
พื้นที่เช่าโฆษณา
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ การดูแลผู้สูงอายุ

การทำแผลในผู้ป่วยมะเร็ง
Digg!

Rating 2.3/5 (3 votes)

wound1.jpgการทำแผลในผู้ป่วยมะเร็ง

ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดแผล แผลที่เกิดขึ้นเป็นได้ทั้งจากตัวโรค ผู้ป่วยเองและจากการรักษา การดูแลและการทำแผลมี 2 ลักษณะ คือ

1. แผลทั่วไป อาจเป็นแผลกดทับ แผลเจาะคอ แผลท่อเปิดทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น
2. แผลที่ได้รับการฉายรังสี แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

       2.1 แผลจากก้อนเนื้อแตก แพทย์ให้การฉายรังสี เพื่อให้ก้อนเนื้อยุบ หรือหยุดโต
       2.2 แผลที่เกิดขึ้นขณะได้รับการฉายรังสี จวนจะครบ หรือครบไปแล้ว เกิดจากการหลุดลอกของผิวหนัง กลายเป็นแผล

การทำแผลทั้ง 2 ลักษณะนี้ มีวิธีการทำแผล และน้ำยาที่ใช้แตกต่างกัน และมีความสำคัญมาก ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้องจะมีผลข้างเคียงตามมามากมาย เป็นภาระในการให้การดูแลต่อไป การทำแผลทั้ง 2 ลักษณะ มีจุดประสงค์และการเตรียมเครื่องมือที่ใช้ในการทำแผลเหมือนกัน

จุดประสงค์ของการทำแผล

1. เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมและเนื้อเยื่อที่ตายของบาดแผล
2. เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
3.เพื่อให้แผลสะอาด และแห้งเร็วขึ้น

เครื่องมือที่ใช้ในการทำแผล

1. สบู่สำหรับล้างมือ
2. ปากคีบ 2 อัน สำหรับหยิบสำลีและผ้าก๊อซ
3. ถ้วยใบเล็กที่สามารถต้มได้ สำหรับใส่น้ำยา
4. สำลีสะอาดปราศจากเชื้อ
5. ผ้าก๊อซสะอาดปราศจากเชื้อ
6. น้ำยาล้างแผลและน้ำยาใส่แผล
7. พลาสเตอร์ หรือพลาสเตอร์กระดาษ (ไมโครปอ หรือทรานสปอร์)
8. ถึงพลาสติกหรือกระโถนสำหรับทิ้งขยะสำหรับสำลีและผ้าก๊อซสะอาดปราศจากเชื้อ อาจจะซื้อตามร้านขายยาทั่วๆไป หรือโรงพยาบาล แต่ถ้าหากมีสำลีและผ้าก๊อซ ที่ไม่ปราศจากเชื้อ สามารถทำเป็นสำลีและผ้าก๊อซปราศจากเชื้อได้


การเตรียมสำลีและผ้าก๊อซปราศจากเชื้อที่บ้าน

1. เตรียมสำลีและผ้าก๊อซ ตามขนาดที่ต้องการ และเหมาะสมกับขนาดของแผล นำไปใส่ภาชนะที่นึ่งได้ มีฝาปิด (เช่น อับใส่ข้าว) หรือจะห่อเป็นห่อๆ ด้วยกระดาษสะอาดไม่มีตัวหนังสือ หมึกพิมพ์
2. นำภาชนะที่ใส่สำลีและผ้าก๊อซไปนึ่งในรังถึง หรือภาชนะที่นึ่งได้ มีฝาปิด ใช้เวลานาน 30 นาที ภายหลังน้ำเดือด
3. นำภาชนะดังกล่าวออกจากที่นึ่ง เก็บไว้บริเวณที่แห้ง ใช้ทำแผลได้ แต่ไม่ควรเกิน 1 สัปดาห์ ถ้าเกินควรนึ่งใหม่


น้ำยาล้างแผล และน้ำยาใส่แผล

1. สำหรับแผลทั่วๆไป
1.1 แอลกอฮอล์ 70% เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดผิวหนังได้ดี ป้องกันมิให้เชื้อโรคเข้าสู่บาดแผล เป็นน้ำยาที่เช็ดผิวหนังรอบแผล ไม่เช็ดในแผล เพราะจะทำให้แสบมาก และทำลายเนื้อเยื่อ
1.2 น้ำเกลือ ใช้ล้างแผลได้ทุกชนิด ในรายที่แผลเป็นหนอง ใช้น้ำยาชนิดอื่นล้างแล้วใช้น้ำเกลือล้างตามหรือใส่แผล โดยใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือใส่ไว้ในแผลเพื่อให้แผลมีความชุ่มชื้น
1.3 น้ำยาเบต้าดีน มีส่วนประกอบของไอโอดีนอยู่ด้วย สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดี และป้องกันการติดเชื้อของแผล
1.4 น้ำยาใส่แผลตามที่แพทย์สั่ง
2. สำหรับแผลฉายรังสี
2.1 ล้างแผลด้วยน้ำเกลือหรือน้ำต้มสุกเท่านั้น ห้ามใช้น้ำยาอย่างอื่น
2.2 น้ำยาใส่แผล ใช้ยาสีม่วง (Gential Violet 1%) เพราะไม่มีสารโลหะหนักที่มีผลต่อการฉายรังสี และไม่ทำให้ระคายเคือง แผลที่สะอาดแล้วทายาสีม่วงจะช่วยเคลือบแผลด้านนอก ทำให้แผลแห้งเร็วและแคบเข้า ตกเสก็ด อย่าลอกแผล จะทำให้เลือดออก รอให้หลุดลอกเองและแผลก็จะหายได้

น้ำยาที่ห้ามใช้ใส่แผลขณะได้รับการฉายรังสี

1. แอลกอฮอล์ เพราะผิวหนังบริเวณฉายรังสีเปราะมากและแห้ง ถ้าใช้แอลกอฮอล์ จะทำให้ผิวหนังไหม้พอง
2. ทิงเจอร์ไอโอดีน ยาเหลือง ทำให้ระคายเคืองผิวหนัง
3. ยาแดง มีสารโลหะหนักผสมอยู่จะทำให้มีปฏิกิริยาต่อการฉายรังสี จำนวนรังสีผิดพลาด ได้
4. แป้งโรยตัว หรือแป้งข้าวโพด จะทำให้แผลสกปรก เกิดการอักเสบได้

วิธีทำแผลทั่วไป

1. ทำความสะอาดเครื่องมือ โดยการต้มปากคีบ 2 อัน และถ้วยใบเล็กสำหรับใส่น้ำยา ในน้ำเดือดนาน 15 นาที เทน้ำออกทิ้งไว้สักครู่ให้เครื่องมือเย็น
2. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่
3. ใช้ปากคีบ หยิบสำลีปราศจากเชื้อใส่ในถ้วย ให้เพียงพอสำหรับใช้ทำแผล
4. เทแอลกอฮอล์ 70% ลงในถ้วย
5. ใช้ปากคีบ หยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% พอหมาดๆ ทำความสะอาดผิวหนังรอบแผลกว้างประมาณ 1-2 นิ้ว โดยเช็ดรอบแผล จากด้านใน วนสู่ด้านนอก ไม่วนย้อนรอยเดิม โดยสำลีแต่ละก้อนเช็ดแล้วทิ้งไป
6. เทน้ำเกลือลงในถ้วย
7. ใช้ปากคีบหยิบสำลีชุบน้ำเกลือพอหมาดๆ ทำความสะอาดข้างในแผล โดยเช็ดในแผลจากด้านในสู่ด้านนอก ไม่วนย้อนรอยเดิม ทำดังนี้จนแผลสะอาด
8. ใช้ปากคีบหยิบผ้าก๊อซปราศจากเชื้อใส่ในถ้วยประมาณ 1-2 ชิ้น แล้วแต่ขนาดของแผล
9. เทน้ำยาใส่แผลหรือบีบครีมใส่แผลลงบนผ้าก๊อซ
10 . ใช้ปากคีบหยิบผ้าก๊อซดังกล่าวใส่ในแผล
11. ใช้ปากคีบหยิบผ้าก๊อซปราศจากเชื้อปิดปากแผล แล้วปิดพลาสเตอร์ โดยปิดตามขวางของกล้ามเนื้อ บริเวณนั้น ห้ามปิดตามยาวของกล้ามเนื้อ เพราะเวลาเคลื่อนไหวหรือขยับตัว กล้ามเนื้อบริเวณนั้นยืดหดตัว ทำให้พลาสเตอร์หลอกหลุดได้ง่าย

หมายเหตุ

สำหรับแผลที่มีสายหรือท่อเปิดออกจากผิวหนังของร่างกาย ให้ปฏิบัติเพิ่มเติมดังนี้
1. น้ำยาที่ใช้ใส่แผลให้ใช้สำลีชุบน้ำยาเช็ดรอบสายหรือท่อนั้น
2. ตัดผ้าก๊อซเป็นรูปตัว Y วางคร่อมท่อนั้นหรือวางสลับไปมาระหว่างสายติดพลาสเตอร์บนผ้าก๊อซให้เรียบร้อย แล้ววนสายเก็บ ติดพลาสเตอร์ให้เรียบร้อยอีกครั้ง

วิธีการทำแผลฉายรังสี
1. ทำความสะอาดเครื่องมือ โดยการต้มปากคีบ 2 อัน และถ้วยใบเล็กสำหรับใส่น้ำยา ในน้ำเดือดนาน 15 นาที เทน้ำออกทิ้งไว้สักครู่ให้เครื่องมือเย็น
2. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่
3. ใช้ปากคีบหยิบสำลีปราศจากเชื้อใส่ในถ้วยปริมาณให้เพียงพอสำหรับทำแผล
4. เทน้ำเกลือลงในถ้วย
5. ใช้ปากคีบหยิบสำลีชุบน้ำเกลือพอหมาด ทำความสะอาดรอบแผลก่อนแล้วจึงทำความสะอาดในแผลโดยเช็ดจากด้านในสู่ด้านนอก โดยไม่วนย้อนรอยเดิม ทำดังนี้จนแผลสะอาด
6. ใช้ปากคีบหยิบสำลีปราศจากเชื้อชุบน้ำยาสีม่วง หรือยาตามที่แพทย์สั่ง ทาแผลทั้งหมดให้ทั่ว (ถ้าแผลไม่มีน้ำเลือดหรือน้ำหนองออกมามากจะปล่อยแผลไว้โดยไม่ปิด พยายามให้แผลถูกอากาศให้มากเพื่อแผลจะได้แห้งเร็ว)
7. ใช้ปากคีบหยิบผ้าก๊อซสะอาดปราศจากเชื้อปิดปากแผล โดยให้ผ้าก๊อซคลุมเลยออกมาจากบริเวณที่ขีดเส้นฉายรังสี แล้วจึงปิดตามด้วยพลาสเตอร์หรือใช้ผ้าพันแผลแทน
ห้ามปิดพลาสเตอร์ในบริเวณที่ฉายรังสีเนื่องจากเมื่อลอกพลาสเตอร์ออกผิวหนังบริเวณนั้นเปราะมาหลุดลอกหลุดตามออกมาด้วยทำให้เกิดเป็นแผลได้

จะทำแผลเมื่อไร

1. แผลสะอาด ทำวันละครั้ง เวลาใดก็ได้ ควรเป็นหลังทำความสะอาดร่างกาย คือ หลังอาบน้ำหรือเช็ดตัว
2. แผลเปียกแฉะ ควรล้างแผลให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้ง

อาการที่ควรมาพบแพทย์

1. แผลมีเลือดออกมาก ห้ามเลือดแล้วหยุดยาก
2. แผลมีสีผิดปกติ เช่น อาจมีสีเขียว ดำคล้ำมากขึ้น
3. แผลอักเสบ บวมแดงมากขึ้น
4. แผลทะลุ หรือลึกเพิ่มขึ้น

ข้อควรปฏิบัติที่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

รับประทานอาหารให้เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีน ละวิตามิน เช่น เนื้อสัตว์ ถั่ว ไข่ นม ผัก และผลไม้กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด โดยการคลึงหรือนวดบริเวณรอบๆ แผล
1. ในการทำแผล ไม่ควรปิดแผลหรือรัดแผลให้แน่นเกินไป เพราะทำให้เส้นเลือดถูกกด เลือดไหลเวียนไม่ดี
2. กรณีที่แผลบวม จำเป็นต้องพักเพื่อให้อวัยวะนั้นหยุดทำงานชั่วคราว เช่น แผลที่เท้า เท้าบวมไม่ควรเดินมาก ยกปลายเท้าให้สูงขึ้น ไม่ควรนั่งห้อยเท้านานๆ หรือแผลบริเวณแขน แขนบวม ควรหาสิ่งที่ช่วยพยุงไม่ปล่อยให้แขนห้อย จะทำให้บวมมากขึ้น เวลานอนต้องยกแขนให้สูงกว่าลำตัว โดยใช้หมอนหนุนเพื่อการไหลเวียนกลับของเลือดได้ดีขึ้น
3. หลีกเลี่ยงภาวะเครียดต่างๆ โดยการทำจิตใจให้สงบและสบาย ไม่วิตกกังวลจนเกินเหตุ จะทำให้แผลหายเร็ว
4 .อุณหภูมิที่พอเหมาะมีส่วนช่วยในการหายของแผลได้ดียิ่งขึ้น

 

ปัถยา ไทยทุ่งฉิน

งานการพยาบาลรังสีวิทยา
ฝ่ายการพยาบาล ร.พ.ศิริราช

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
 

ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
rk_banner.gif
baan_auainruk2.gif สบายดี เนอสซิ่งโฮม new_ads_300x100.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้