S5 User Choice
February 8, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow ข่าวผู้สูงอายุ arrow “โรคต้อหิน” สาเหตุสูงสุดอันดับ 2 ที่ทำให้ตาบอด
ขณะนี้มี 47 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

prorehab

prorehab รับทำกายภาพบำบัดที่บ้าน โดยนักกายภาพ ป.โท
พื้นที่เช่าโฆษณา
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน ข่าวที่น่าสนใจ ข่าวผู้สูงอายุ

“โรคต้อหิน” สาเหตุสูงสุดอันดับ 2 ที่ทำให้ตาบอด
Digg!

Rating 4.2/5 (5 votes)

ต้อหินทั่วโลกพบคนเป็นโรคต้อหินราว 70 ล้านคน และทำให้ผู้ป่วยเกือบ 7 ล้านคนตาบอด จักษุแพทย์แนะควรตรวจเช็กสุขภาพตาเป็นประจำ อย่างน้อยทุกๆ 2 ปี
นี่คือ สภาพปัญหาและทางแก้ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับดวงตา อันเป็นที่รักของเรา โดยเฉพาะโรค “ต้อหิน” ที่ต้องบอกว่ามีอันตรายและน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากเราไม่ดูแลและรักษาให้ถูกต้อง
ทั้งนี้ ตัวอย่างของผู้ป่วยที่เห็นได้ชัด ก็คือ กรณีของ “ทูน หิรัญทรัพย์” นักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องสูญเสียการมองเห็นของตาขวา ถึง 90% จากโรคต้อหิน

 

**โรคต้อหินสำคัญที่ตรงไหนต้อหิน การมองเห็น
นพ.จอห์น ไธกีเซน นายกสมาคมโรคต้อหินแห่งประเทศเดนมาร์ก และรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยการแพทย์ แห่งโรงพยาบาลโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่า โรคต้อหิน นับเป็นภัยมืด ที่ทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยตาบอดอันดับ 2 รองจากโรคต้อกระจก
ทั้งนี้ โรคต้อหิน เป็นโรคของดวงตา ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการมีความดันลูกตาสูง (มากกว่า 21 มิลลิเมตรปรอท) ส่งผลให้เกิดการทำลายของเส้นประสาทตา มีผลทำให้ลานสายตาแคบลงเรื่อยๆ โดยเริ่มต้นจากบริเวณรอบนอกก่อน ทำให้ผู้ที่เป็นโรคยังสามารถมองเห็นวัตถุที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน แต่จะมองไม่เห็นวัตถุ ที่อยู่ทางด้านข้าง และเมื่อเป็นมากขึ้นลานสายตาก็จะค่อยๆ แคบลง และตาบอดไปในที่สุด หากไม่ได้รับ การรักษา สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งนี้ อัตราการเกิดของโรคจะสูงขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
นพ.ไธกีเซน แนะนำว่า การไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพดวงตา อย่างน้อยทุกๆ 2 ปี เพื่อตรวจวัดความดันลูกตา ความสามารถในการมองเห็นของตา ความผิดปกติของประสาทตา อัตราการไหลเข้าออกของของเหลวในตา และการตรวจการทำงานของจอตา จะช่วยให้สามารถป้องกันการเกิดโรคต้อหินรวมถึงโรคอื่นๆ เกี่ยวกับดวงตาได้ดีที่สุด หรือหากตรวจพบความผิดปกต ิก็ช่วยให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที
จากสถิติปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคต้อหินทั่วโลก ถึง 70 ล้านคน โดยเกือบ 10% ของผู้ป่วยหรือประมาณ 6.7 ล้านคน ต้องตาบอด หรือสูญเสียการมองเห็นอย่างสิ้นเชิง ในประเทศไทยมีรายงานอุบัติการณ์ของโรคประมาณ 2.5-3.8% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยประมาณ 1.7-2.4 ล้านคน
พญ.อรนุช อรุณทัต ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ประจำประเทศไทย และอินโดไชน่าของไฟเซอร์ เสริมว่า โรคต้อหินแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โรคต้อหินชนิดมุมเปิด (Open-angle glaucoma)  และโรคต้อหินชนิดมุมปิด (Angle-closure glaucoma) โดย “โรคต้อหินชนิดมุมเปิด” คือ ต้อหินชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เนื่องจากความดันภายในลูกตาสูง จากการตีบ หรืออุดตันที่รูระบายขนาดเล็ก ความดันจะเพิ่มสูงขึ้นช้าๆ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงทำลายเส้นประสาทตาทีละน้อยจนในที่สุดทำให้สูญเสีย การมองเห็นได้
สำหรับ “โรคต้อหินชนิดมุมปิด” พบได้บ่อยพอสมควรในคนเอเชียรวมถึงคนไทยเรา เกิดจากการที่มุมของช่องด้านหน้าลูกตาจะปิดแคบลงอย่างมาก จากการที่มีเนื้อเยื่อม่านตา ไปบังบริเวณเนื้อเยื่อที่ช่วยในการไหลออกของของเหลว ไปยังรูระบาย ในกรณีที่ระดับความดันภายในลูกตา เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จะทำให้มีอาการอย่างฉับพลัน คือ รู้สึกปวดตา หรือบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะด้านเดียว ร่วมด้วย เกิดตามัวเป็นบางครั้ง อาจมองเห็นสีรุ้งรอบดวงไฟ จากนั้นจะรู้สึกมืดลง จนบางรายอาจตาบอดภายในเวลาอันรวดเร็ว หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องทันท่วงที”
ขณะที่ทูน หิรัญทรัพย์ เปิดเผยว่า โดยปกติโรคต้อหินจะไม่แสดงสัญญาณหรืออาการบ่งชี้ใดๆ ในช่วงแรก ทำให้คนส่วนใหญ่รวมถึงตัวผมเอง กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคต้อหิน เส้นประสาทตาก็ถูกทำลายไปแล้วกว่า 40% จึงอยากแนะนำให้ทุกๆ คนเห็นความสำคัญในการไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ เพราะสายตาที่เสียไปแล้วไม่สามารถเรียกกลับคืนมาดีดังเดิมได้
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคต้อหิน ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีสายตาสั้นมาก ผู้ที่เคยผ่าตัดหรือได้รับอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา รวมถึงผู้ที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นต้อหิน

ทูน หิรัญทรัพย์
glaucoma_tune.gif

 
**แนะวิธีป้องกัน-รักษา
นพ.ไธกีเซน กล่าวด้วยว่า การรักษาโรคต้อหิน คือ การลดความดันภายในลูกตา ซึ่งจะช่วยลดการทำลายเส้นประสาทตา แต่ไม่สามารถทำให้เส้นประสาทตาที่สูญเสียไปแล้วกลับมามองเห็นดังเดิมได้”
“การรักษาโรคต้อหินมี 3 วิธีหลักๆ คือ 1.การรักษาด้วยยา ซึ่งมีทั้งชนิดหยอดและชนิดรับประทาน ซึ่งจะออกฤทธิ์ใน 2 ลักษณะ คือ ช่วยลดความดันลูกตา โดยไปลดการสร้างของเหลวในลูกตา หรือช่วยเพิ่มอัตราการไหลของของเหลวนี้ออกจากตา 2.การฉายเลเซอร์ และ 3.การผ่าตัด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระยะและสาเหตุของโรค ปัจจุบันการใช้ยารักษาต้อหินซึ่งเป็นยาหยอดตาเป็นวิธีที่ได้ผลดีและนิยมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม จักษุแพทย์อาจมีการปรับเปลี่ยนยาเป็นระยะๆ ตามความเหมาะสม ดังนั้น หัวใจสำคัญในการรักษา คือ ความสม่ำเสมอในการพบแพทย์ และความต่อเนื่องในการใช้ยา” นพ.ไธกีเซน กล่าว
ด้าน พญ.อรนุช กล่าวว่า จากการศึกษาล่าสุดโดยไฟเซอร์ อิงค์ ร่วมกับสมาคมโรคต้อหินโลก (World Glaucoma Association - WGA) และสมาคมผู้ป่วยโรคต้อหินโลก (World Glaucoma Patient Association - WGPA) ซึ่งสำรวจประชากรอายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 4,352 คน ใน 7 ประเทศ ได้แก่ บราซิล ออสเตรเลีย เยอรมนี ญี่ปุ่น สเปน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา พบว่า แม้กลุ่มสำรวจกล่าวว่ากลัวการตาบอดมากกว่าการเป็นโรคหัวใจ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่ส่วนใหญ่ยังมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ โรคต้อหินอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ
“เราอยากให้ประชาชนทั่วไปหันมาใส่ใจสุขภาพดวงตากันมากยิ่งขึ้น และเห็นถึงความสำคัญในการไปพบ จักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็คดวงตาสม่ำเสมอ เพื่อป้องกัน หรือสามารถตรวจพบและรักษาโรคนี้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่ารอให้สายเกินไป” พญ.อรนุช กล่าว


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2550 16:57 น.
ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้