|
สคบ.แฉเล่ห์ บ.จัดหาคนดูแลเด็ก-คนแก่ ไร้ความรับผิดชอบ |
สคบ.ชี้บริษัทจัดหาคนดูแลเด็ก ผู้สูงอายุมั่ว ทำทีเปิดให้บริการ เหยื่อโวยพนักงานไม่มีคุณภาพ ปิดบริษัทเชิดเงินหนี เผยสถิติเอาความปี 2548-2550 ต่ำกว่าหลักความเป็นจริง ด้านผู้ประกอบกิจการเผยอยากให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลควบคุม ชี้หากมีการออกใบประกาศวิชาชีพจะเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
วันที่ 25 ก.ย.2550 ที่โรงแรมปริ๊นพาเลส นางรัศมี วิทยเวทย์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยภายในงานสัมมนาเรื่อง การแก้ปัญหาการให้บริการจัดหาพนักงานดูแลเด็ก ผู้ป่วย คนชรา และแม่บ้านว่า ทุกวันนี้ผู้บริโภคนิยมใช้บริการจัดหาพนักงานดูแลเด็ก ผู้ป่วย คนชรา และแม่บ้านเป็นจำนวนมาก แต่ได้มีผู้ประกอบการบางรายดำเนินธุรกิจอย่างไม่สุจริต มีเจตนาล่อลวงผู้บริโภค ซึ่งตั้งแต่ปี 2548 ถึง 2550 ได้มีผู้เข้ามาร้องเรียนที่ สคบ.แล้วจำนวน 157 ราย จาก 44 ผู้ประกอบการที่ถูกร้องเรียน และถ้าดูจากสถิติการร้องเรียนถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับหลักความเป็นจริง เพราะยังมีผู้บริโภคอีกจำนวนมากที่ไม่มาร้องเรียน แล้วปล่อยให้เรื่องจบๆ ไป
นางรัศมี ยังกล่าวอีกว่า การจัดหาผู้ดูแล หรือแม่บ้านส่วนใหญ่ผู้ประกอบการ จะเป็นผู้จัดหาพนักงานไปทำงานให้ผู้บริโภค ซึ่งต้องเสียค่าจ้างล่วงหน้า จำนวน 6,000-8,000 บาท หลังจากชำระเงินแล้ว ผู้ประกอบการจึงจะส่งพนักงานให้ แต่ปรากฏว่า ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้น เนื่องจาก ผู้ที่เข้ามาดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ไม่มีความรู้ในด้านพยาบาลเบื้องต้นและไม่สามารถปฏิบัติงานได้ บางคนขอกลับบ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร เมื่อผู้บริโภคติดต่อกลับไปยังผู้ประกอบการ ก็ได้รับคำตอบว่า จะจัดหาพนักงานใหม่มาให้ แต่บางราย เจอบริษัทที่ไม่รับผิดชอบ ก็ไม่ได้รับค่าเสียหายคืน อีกทั้งบริษัทดังกล่าวยังปิดกิจการ และเชิดเงินหนี เมื่อตรวจสอบไปยัง กระทรวงพาณิชย์ก็ทราบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้จดทะเบียน แต่เป็นบริษัทเถื่อนที่จัดตั้งขึ้น เพื่อหลอกเอาเงินจากผู้บริโภค
ด้าน ดร.ศิริพันธ์ เวชสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปิยมินทร์ (คุณารักษ์) กล่าวว่า ที่ผ่านมามีศูนย์ฝึกอบรม และสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือบ้านพักคนชราเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ว่ายังไม่มีหน่วยงานใด เข้ามาควบคุมคุณภาพ หรือมาตรฐานอย่างจริงจัง จึงทำให้สถานประกอบการดังกล่าวมีประสิทธิภาพของพนักงานต่างกัน บางที่ไม่มีการอบรมให้พนักงาน ก่อนส่งไปบริการลูกค้า จึงทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น มาสามารถปฏิบัติงานได้เพราะใช้อุปกรณ์ไม่เป็น หรือแม้แต่เรื่องการดูแล ที่จะต้องใช้ความอดทน เพราะผู้สูงอายุ หรือเด็กที่เข้าไปดูแลนั้นมีสภาพร่างกาย ความคิดที่แตกต่างกัน บางคนป่วยเป็นโรคด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้พื้นฐานด้านการพยาบาล
นอกจากปัญหาที่ผู้บริโภคได้รับแล้ว ผู้ถูกว่าจ้างบางรายก็ประสบปัญหาที่ด้วยเช่นกัน เนื่องจากว่าเมื่อเข้าไปดูแลเด็ก หรือ ผู้สูงอายุแล้ว กลับต้องมาทำงานบ้านด้วย ซึ่งถือว่าไม่ใช่ข้อตกลงในสัญญา และถ้าต้องให้ทำงานบ้านด้วยนั้นก็จะทำให้ไม่มีเวลามาดูแลเด็ก หรือ ผู้สูงอายุ ซึ่งข้อนี้อยากให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาด้วย รวมถึงเรื่องของค้าจ้างที่ผู้รับจ้างบางรายไม่ได้รับจากผู้ประกอบการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานจากต่างด้าว เช่น พม่า ลาว หรือกัมพูชา เหล่านี้ล้วนต้องการให้ภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาและตรวจสอบ
ด้านผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมงานสัมมนาชี้ มีผู้อาศัยช่องว่างที่ไม่มีการควบคุมธุรกิจเข้ามาแสวงหาประโยชน์ โดยการเปิดบริษัทเถื่อน ทำให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนี้อย่างสุจริตต้องเดือดร้อน เนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์เสื่อมเสีย เพราะไปฉ้อโกง ล่อลวงเอาเงินจากผู้บริโภคมาแล้วไม่ให้บริการที่ดีหรือปิดบริษัทเชิดเงินหนี
ส่วนเรื่องคุณภาพของพนักงานนั้น ผู้ประกอบการ เปิดเผยว่า ที่แตกต่างกันก็เนื่องจากพนักงานที่รับเข้ามา บางที่ไม่ได้คัดกรองก่อน อย่างกรณีที่เข้ามาเรียนในศูนย์ฝึกอบรมนั้นย่อมมีการคัดเลือกอย่างดีแล้ว แต่บางบริษัทก็ไม่ได้ทำการคัดเลือกแต่จะรับเพราะว่ามีประสบการณ์ทางด้านการดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุมาบ้างเท่านั้น
ผู้ประกอบการยังเสนออีกว่า ประเทศไทยน่าจะมีการออกประกาศนียบัตรประกอบวิชาชีพการดูแลเด็ก หรือ ผู้สูงอายุ ให้กับผู้ทำอาชีพนี้ โดยแยกออกเป็นแต่ละสาขา เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าได้บุคคลที่มีประสบการณ์การทำงานมาดูแลคนในครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ประกอบการที่จะรับพนักงานเข้ามาทำ เป็นการคัดกรองพนักงานอีกวิธีหนึ่ง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2550 15:14 น.
|