|
ไขมันในเลือดสูง
ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน เมื่อมีระดับคอเลสเตอรอล LDL-C (Low density lipoprotein cholesterol) ในเลือดสูง LDL-C จะซึมผ่านชั้นเซลล์ที่บุอยู่ภายในผนังหลอดเลือดแดง กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวเคลื่อนย้ายตัวเองตามมา เม็ดเลือดขาวเหล่านี้เมื่อกิน LDL-C เข้าไป ก็จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเซลล์ที่มีขนาดใหญ่มีคอเลสเตอรอลสูง และแตกตัวปล่อยสารพิษต่อผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัว หลอดเลือดตีบแคบลง หากมีจำนวนเซลล์อยู่ภายในมาก จะทำให้ผนังหลอดเลือดปริแตกได้ง่าย จากนั้นเกล็ดเลือด ซึ่งอยู่ในกระแสเลือดจะมาเกาะรวมตัวกัน บริเวณผนังหลอดเลือดที่ปริแตก จนเกิดลิ่มเลือดขึ้น ลิ่มเลือดนี้เองจะไปอุดตันหลอดเลือด หากอุดตัน หลอดเลือดสมอง ก็อาจทำให้เกิดอาการหลอดเลือดในสมองแตก หากอุดตัน หลอดเลือดแดง ที่ไปเลี้ยง กล้ามเนื้อหัวใจ อาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ หากต้องการ ลดการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง จึงควรรักษาระดับไขมันในเลือดให้สมดุล
การปรับระดับไขมันในเลือดให้สมดุลประกอบด้วย
1. การควบคุมอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง
2. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
3. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
อาหารสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
-เลือกบริโภคผักเป็นประจำทุกมื้อ
-บริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เนื้อปลา ไข่ขาว สับเปลี่ยนด้วยเต้าหู้บางมื้อในปริมาณที่เหมาะสม
-หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เนย ครีม ไอศกรีม
-หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เค้ก พาย คุกกี้ ขนมครก ไส้กรอก แฮม เบคอน เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่ทอดในน้ำมันมาก เช่น ปาท่องโก๋ มันฝรั่งทอด ไก่ทอด ฯลฯ
-หลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู และการบริโภคเนื้อสัตว์ในสัดส่วนที่เกินพอดี
-จำกัดปริมาณการใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร โดยเลือกใช้วิธี ต้ม นึ่ง อบ ตุ๋น แทนการผัดหรือทอด และเลือกใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร
-หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท
-หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวานจัด ขนมหวานจัด
การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง
ควรเป็นการออกกำลังกาย โดยการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง เช่น เดิน วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก รำมวยจีน ระดับที่เหมาะสมคือ ให้เหนื่อยพอสมควร อย่าให้เหนื่อยมากจนพูดไม่ออก ทำต่อเนื่องนาน 20 – 60 นาที ค่อยๆเพิ่มระยะเวลา แล้วจึงค่อยๆเพิ่มความแรง ทำอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ หรือวันเว้นวัน เวลาที่เหมาะสมคือ หลังอาหาร 1 -2 ชั่วโมง ควรปฏิบัติตามหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้อง คือ มีช่วงอบอุ่นร่างกาย ช่วงออกกำลังกาย และช่วงชะลอ
|