S5 User Choice
February 10, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow สมุนไพรน่ารู้ arrow ตัวอย่างยาที่ใช้บ่อย arrow บทความที่น่าสนใจ arrow ยาที่ควรรู้จัก และทำความเข้าใจ 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ ยาที่ควรรู้จัก และทำความเข้าใจ

ตัวอย่างยาที่ใช้บ่อย
Digg!

Rating 1.8/5 (4 votes)

ตัวอย่างยาที่ใช้บ่อย


ยาแก้ปวด

ที่ใช้อยู่ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ

1.ยาแก้ปวดชนิดเสพติด
เป็นยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ระงับปวดสูงแต่ไม่มีฤทธิ์ลดไข้ และทำให้ผู้ใช้เกิดการชินยาและติดยาได้ ยาแก้ปวดประเภทนี้ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ในการซื้อเป็นสารประกอบจากฝิ่นและสารประกอบที่ฤทธิ์คล้ายฝิ่น ได้แก่ มอร์ฟีน เมเปอริดีน เมธาโดน โคเดอีน เลโวโปรพรอกไซฟีน เพนตาโซซีน


2.ยาแก้ปวดชนิดที่ไม่เสพติด
เป็นยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ระงับปวดต่ำแต่มีฤทธิ์ลดไข้ด้วย ไม่ทำให้ผู้ใช้เกิดการติดยา ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ในการซื้อจึงนิยมใช้กับผู้ป่วยทั่วไป ได้แก่ ยาแก้ปวด – ลดไข้ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (NSAID) ด้วย เช่น แอสไพริน ไบโอบูโปรเฟน ไดฟลูนิซาล เมเฟนามิคเอซิด นาพรอกเซน ซูลินแดค พิรอกซิแคม เป็นต้น กับยาแก้ปวด ลดไข้ที่มีฤทธิ์การต้านการอักเสบ คือ พาราเซตามอล ยาประเภทนี้ใช้ระงับปวดที่รุนแรงน้อยจนถึงรุนแรงปานกลางของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ปวดศีรษะ ปวดฟัน

ยาแก้ปวด – ลดไข้ – ต้านการอักเสบ NSAID

ยาที่เป็นแม่แบบคือ แอสไพริน ซึ่ง ใช้กันมานาน

1.NSAID ทุกตัวมีผลเหมือนกับแอสไพริน แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า มีกลไกการออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสังเคราะห์ สารสำคัญซึ่งเป็นตัวกระตุ้นความเจ็บปวด อาการไข้ และการอักเสบ ยานี้จึงมีฤทธิ์ในการระงับปวด ลดไข้ ต้านการอักเสบ ชะลอการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกล็ดเลือดจับกลุ่มก่อนได้น้อยลง

2.ผลข้างเคียงหลักคือระคายเคืองทางเดินอาหาร และลดความต้านทานของผนังกระเพาะ/ลำไส้ ทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เลือดออกและเป็นแผลในทางเดินอาหารส่วนมากเกิดกับการใช้ขนาดสูงเป็นเวลานาน ควรกินพร้อมอาหาร/หลังอาหารทันที

3.ผลพิษของแอสไพรินทำให้เกิดอาการหูมีเสียงกริ่งไม่ได้ยินเสียง วิงเวียน

4.ข้อแตกต่างระหว่าง NSAID ที่สำคัญคือระยะการออกฤทธิ์ซึ่งมีผลต่อการใช้ยา Aspirin (วันละ 3 ครั้ง) Diclofenac (วันละ 4 ครั้ง) Ibuprofen (วันละ 4 ครั้ง) Indomethacin (วันละ 3 ครั้ง) Sulindac (วันละ 2 ครั้ง) Naproxen (วันละ 2 ครั้ง) Piroxicam (วันละ 1 ครั้ง)

ผลของยาแก้ปวด – ลดไข้พาราเซตามอล

ยาแก้ปวด – ลดไข้พาราเซตามอล เป็นยาที่ใช้กันมากสำหรับอาการปวดทั่วไป เนื่องจากราคาถูกและมีผลไม่พึงประสงค์น้อย

1.มีฤทธิ์ระงับปวดและลดไข้
2.ไม่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
3.มีผลระคายเคืองกระเพาะอาหารน้อย
4.ใช้ยาระงับอาการปวดศรีษะทั่วไป
5.ขนาดที่ใช้คือ 500 – 1,000 มก. ทุก 4 – 6 ชั่วโมง
6.การใช้ยาขนาดสูงและ/หรือติดต่อกันระยะยาว อาจทำให้เกิดผลพิษต่อตับอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยทำให้เซลตับตาย ดังนั้นการใช้ยาแก้ปวดพาราเซตามอลจึงต้องระวังเรื่องผลพิษที่รุนแรงต่อตับจากการใช้ต่อเนื่อง โดยไม่ควรรับประทานยานี้ในขนาดสูงมากกว่าครั้งละ 1,000 มล. (2 เม็ด) หรือเกินวันละ 6,000 มก. (12เม็ด) และไม่ควรใช้ยาติดต่อกันมากกว่า 7 วัน และไม่ควรใช้กับคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ เช่น ตับอักเสบ ดีซ่าน ตับแข็ง เป็นต้น
7.มักใช้สลับกับยาแก้ปวด NSAID เมื่อต้องใช้ยาแก้ปวดระยะยาว ซึ่งนิยมใช้ไอโอบูโปรเฟนหรือแอสไพริน สลับกับพาราเซตามอล

ยาแก้ไอ

อาการไอ มีได้ทั้งแบบมีเสมหะหรือไม่มีเสมหะ(ไอแห้งๆ) ดังนั้น การใช้ยาแก้ไอควรเลือกชนิดที่เหมาะสมกับอาการไอที่เป็นอยู่


ชนิดของยาแก้ไอ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1.ยาระงับๆไอ หรือกดอาการไอ มีฤทธิ์กดศูนย์ไอในสมอง จึงควรใช้เมื่อมีอาการไอแห้งหรือรุนแรง เช่น ยาประเภท โคเดอีน (Codeine) เด็กโทรเมโทแฟน (Dextromethophan)

2.ยาขับเสมหะ ช่วยเพิ่มปริมาณของเหลว ทำให้เสมหะใสขึ้น และยังช่วยกระตุ้นให้มีการขับเสมหะด้วย ใช้เมื่อไอมีเสมหะ เหนียวขึ้น ไอปิแคดไซรับ (Ipecac syrup) โปแตสเซียม ไอโอได (Potassium iodide) แอมโมเนียม ไอโอได (Ammonieum iodide)

3.ยาละลายเสมหะ ทำให้เสมหะเหลวลง ละลายน้ำได้มากขึ้น ใช้เมื่อไอมีเสมหะเหนียวขึ้น เช่น ปรอมเฮกซีน (Bromhexine)

ข้อควรระวัง!!! ในการใช้ยาระงับไอหรือยากดอาการไอ ชนิดโคเดอีน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาเสพติด ควรปฏิบัติดังนี้

1.ในผู้ป่วยโรคหอบหืด ควรระวังเพราะทำให้เสมหะเหนียวขึ้น จะทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจ เกิดอาการ หอบหืดมากขึ้น
2.ไม่ควรใช้นานเกิน 10 วัน เพราะอาจทำให้เกิดอาการติดยาได้
3.ทำให้เกิดอาการง่วงซึม เพราะมีฤทธิ์เป็นยาสงบประสาท ต้องระวังเวลาขับรถ หรือเวลาลุกขึ้นจากเตียง อาจทำให้หกล้มได้
4.มีฤทธิ์กดการหายใจ จึงต้องระวังโรคถุงลมโป่งพอง ส่วนยาเดกโตรเมโทแฟนนั้นก็มีฤทธิ์ลดอาการไอน้อยกว่าแต่ไม่เสพติด ไม่ทำให้ง่วงซึม
ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้