บทความที่น่าสนใจ
ยาที่ควรรู้จัก และทำความเข้าใจ
ภาวะเป็นพิษจากแอสไพริน
บทความที่น่าสนใจ
ยาที่ควรรู้จัก และทำความเข้าใจ
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ ยาที่ควรรู้จัก และทำความเข้าใจ |
| ภาวะเป็นพิษจากแอสไพริน |
|
ภาวะเป็นพิษจาก Salicylates
กลไกการเกิดพิษ ภาวะเป็นพิษที่เกิดจากแอสไพริน เกิดขึ้นโดยกระบวนการ uncoupling ของ oxidative phosphorylation ผลที่ตามมาคือ เกิดภาวะทำลายกระบวนการภายในเซลล์อย่างรวดเร็วและรุนแรง เนื่องจากการยับยั้งปฏิกิริยาในร่างกายที่ใช้ ATP ทำให้เซลล์ต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้น ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น ปริมาณของกลัยโคเจนในตับลดลง และเพิ่มปฏิกิริยาสลายไขมัน อุบัติการณ์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบผู้ป่วยได้รับพิษจากแอสไพริน ปีละประมาณ 10,000 - 15,000 ราย ร้อยละ 40 เป็นเด็กเล็ก รายการการเสียชีวิตปีละ 30 - 50 ราย ความเข้มข้นที่ก่อให้เกิดอันตราย น้อยกว่า 150 mg/kg - เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย 150-300 mg/kg - เกิดผลข้างเคียงปานกลาง 301-500 mg/kg - เกิดผลข้างเคียงรุนแรง มากกว่า 500 mg/kg - อาจทำให้เสียชีวิตได้ อาการพิษที่สำคัญ ระบบหายใจ - หอบ เกิดภาวะปอดบวมน้ำ และภาวะหายใจล้มเหลว ทำให้หยุดหายใจได้ พิษต่อหู - เกิดอาการเสียงหึ่งๆในหู ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อความเข้มข้นของยาในเลือดเกิน 30 mg/dL ระบบหัวใจ - หัวใจเต้นเร็ว ความดันต่ำ เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจหยุดเต้น คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบ U waves, flattened T waves, QT prolongation ระบบประสาท - ชัก สับสน และหมดสติ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อระบบต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะสมดุลกรด-เบสผิดปกติ แนวทางการรักษา ปฏิบัติการกู้ชีวิตเมื่อมีข้อบ่งชี้ ให้การรักษาภาวะฉุกเฉินอย่างเต็มที่ พิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ ให้สายน้ำและอิเลคโตรลัยต์ทางหลอดเลือด ลดการดูดซึม โดยกระตุ้นให้อาเจียน ล้างท้อง ให้ยาถ่ายและยาระบาย การใช้ยา ipecac syrup ได้ผลดีเฉพาะใน 30 นาทีแรกเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเร่งขับถ่ายปัสสาวะ แต่ต้องทำให้ปัสสาวะเป็นด่าง นิยมใช้ single IV bolus ของ NaHCO3 ความเข้มข้น 1-2 mEq/kg สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอ การขับ salicylic acid ออกทางปัสสาวะขึ้นกับ hydrogen ion gradients ซึ่งร่างกายต้องมีโปแตสเซียมในเลือดที่พอเพียง ระวังอย่างให้เกิดภาวะโปแตสเซี่ยมในเลือดต่ำอย่างเด็ดขาด ต้องตรวจเช็คระดับกลูโคสในเลือดตลอดเวลา อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้อาการทางระบบประสาทเลวลงอย่างรวดเร็ว ระลึกไว้เสมอว่าระดับน้ำตาลในเซลล์อาจต่ำกว่าระดับน้ำตาลในเลือด หากจำเป็นหรือในรายที่รุนแรง ควรพิจารณาฟอกเลือดทันที Hemodialysis ถือเป็นการรักษาที่ได้ผลดีมากที่สุด
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
|||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|