|
"กรดไหลย้อน" โรคคู่คนไทย แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้จัก |
|
"กรดไหลย้อน" โรคคู่คนไทย แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้จัก "ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว" “โรคกรดไหลย้อน” เป็นอีกหนึ่ง ในโรคระบบทางเดินอาหาร ที่พบบ่อย และอยู่คู่กับคนไทยมานาน แต่คนไทยส่วนใหญ่ ยังไม่ค่อยรู้จัก
หากพูดถึง โรคกรดไหลย้อน อาจจะฟังดูไม่ค่อยคุ้นหูนัก สำหรับคนไทย แต่จริง ๆ แล้วโรคกรดไหลย้อน หรือ GERD (ย่อมาจากคำว่า Gastro Esophageal Reflux Disease) ไม่ใช่โรคใหม่สำหรับคนไทย เพราะ หากกล่าวถึง อาการของโรคนี้ ที่พบบ่อย เช่น อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยวแล้ว เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ คงคุ้นเคยกันมานาน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการรวบรวม และนำเสนอ องค์ความรู้ เกี่ยวกับ โรคกรดไหลย้อน ในงานประชุมวิชา การแพทย์ GI Summit 2007 ซึ่งเป็นงานประชุมวิชาการแพทย์ ระบบทางเดินอาหาร นานาชาติ ในภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก ที่จัดขึ้น ในประเทศไทย เพื่อนำเสนอ ความก้าวหน้าใหม่ ๆ ในการวินิจฉัย และรักษาโรคเกี่ยวกับ ระบบทางเดินอาหาร ตลอดจนปัญหาที่สำคัญ ของโรค ระบบทางเดินอาหาร ที่พบบ่อย เช่น โรคกระเพาะอาหาร มะเร็งในกระเพาะอาหาร
รวมถึง การรวบรวม องค์ความรู้เกี่ยวกับ โรคกรดไหลย้อน (GERD) ทั้งในแง่ของ การเกิดโรค อาการแสดงออกของ โรคกรดไหลย้อน และแนวทางการรักษา
อีกทั้ง ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ และปัญหา ของผู้ป่วยโรค กรดไหลย้อน กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากอเมริกา ยุโรป รวมถึงแพทย์ไทย และแพทย์ จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น จีน ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง อินเดีย เวียดนาม และกัมพูชา ฯลฯ ที่เข้าร่วมประชุมมากกว่า 300 คน
ศ.พญ.ชุติมา ประมูลสินทรัพย์ นายกสมาคม แพทย์ระบบทางเดินอาหาร แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานร่วมจัดงานประชุม GI Summit 2007 ดังกล่าว เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้ โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่พบบ่อย ในประเทศแถบตะวันตก แต่ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ปัญหา โรคกรดไหลย้อน เป็นปัญหาที่ พบบ่อยมากขึ้น ในประเทศแถบเอเชีย และแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม สำหรับอุบัติการณ์ ความชุก ของโรคกรดไหลย้อน ในคนไทย ในปัจจุบัน ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ในช่วง5 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีแนวโน้มมากขึ้น เช่นเดียวกับ ประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียและแปซิฟิก”
จากการศึกษา พบว่า ความชุกของ โรคกรดไหลย้อน ในปี 2539 พบประมาณร้อยละ 4.9 และสูงขึ้นถึงร้อยละ 9.2 ในปี 2544 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า และพบความชุกของ โรคกรดไหลย้อน ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องอืดร้อยละ 10-15
สาเหตุของ การเกิดโรคกรดไหลย้อน ที่สำคัญ เกี่ยวข้องกับ ความดันของหูรูด ของหลอดอาหารส่วนปลาย ลดลงต่ำกว่าในคนปกติ หรือเกิดมีการเลื่อนของ กระเพาะอาหาร เข้าไปในหลอดอาหาร ทำให้ กรดหรือน้ำย่อยต่าง ๆ จากกระเพาะอาหาร ไหลย้อนขึ้นไป ที่หลอดอาหาร ได้มากขึ้น เกิดจาก ความผิดปกติของ การบีบตัวของ กระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร กลไกการป้องกัน เยื่อบุหลอดอาหาร หรือความไวต่อ การรับรู้ของ เส้นประสาท ต่อกรด หรือน้ำย่อย ที่ไหลย้อน จากกระเพาะ มาที่ หลอดอาหารผิดปกติ หรืออาจเกิดจากเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
อาการที่สำคัญ ของโรคกรดไหลย้อน คือ อาการแสบร้อน บริเวณลิ้นปี่ แล้วลามขึ้นมาที่ อก หรือคอ อาการนี้ จะเป็นมากขึ้น หลังรับประทานอาหารมื้อหนัก การโน้มตัว ไปข้างหน้า การยกของหนัก หรือการนอนหงาย และอาการเรอเปรี้ยว จากกรดที่มีรสเปรี้ยว หรือรสขม ไหลย้อนขึ้นมาในปาก
อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ อาทิ ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือกลืนลำบาก ในรายที่เป็นมาก หรือบางราย อาจมาด้วย อาการที่ไม่ใช่อาการทางหลอดอาหารเลย เช่น เจ็บหน้าอก จุกที่คอ คล้ายมีอะไรติด หรือขวางอยู่บริเวณคอ เสียงแหบ ไอเรื้อรัง เจ็บคอเรื้อรัง หอบหืด นอนกรน หายใจเสียงดัง หรือมีกลิ่นปากโดยหาสาเหตุไม่ได้
สามารถพบโรคนี้ ได้ตั้งแต่ทารกจนถึงเด็กโต ในเด็กเล็ก อาการที่ควรนึกถึง โรคนี้ ได้แก่ อาเจียนบ่อยหลังดูดนม โลหิตจาง น้ำหนัก และการเจริญเติบโต ไม่สมวัย ไอเรื้อรัง หอบหืด ปอดอักเสบเรื้อรัง ในเด็กบางราย อาจมีปัญหาการหยุดหายใจ ขณะหลับได้.
เปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้อาการดีขึ้นได้ (จบ)
ผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื้อรัง ไม่หายขาดเป็น ๆ หาย ๆ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
หากพบว่ามีอาการของโรคกรดไหลย้อนมาก กว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และอาการที่เกิดขึ้นรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา
ศ.พญ.ชุติมา ประมูลสินทรัพย์ นายกสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “อุป สรรคในการรักษาโรคกรดไหลย้อนมีหลายปัจจัย ผู้ป่วยหลายคนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการปฏิบัติตัว หรือได้รับการวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งการดำเนินชีวิตของคนไทยในปัจจุบันเจริญรอยตามชาวตะวันตกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวัน ความอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้อาการกรดไหลย้อนในคนไทยเพิ่มมากขึ้น”
สำหรับผู้ที่รู้สึกสงสัยว่าตนเองจะเป็นโรคกรดไหลย้อนหรือไม่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำเนินชีวิตบางอย่าง อาจทำให้อาการดีขึ้น และกลับเป็นซ้ำลดน้อยลง
เช่น ไม่รับประทานอาหารจนอิ่มแน่นท้อง หรือมากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารย่อยยาก อาหารรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลมบางชนิด ช็อกโกแลต
นอกจากนี้ควรลดน้ำหนักตัว งดการรับประทานอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง นอนหัวสูง และหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นบริเวณช่องท้อง
และนอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้อง
ศ.นพ.นิโคสัส ทาลเลย์ แพทย์แผนกโรคทางเดินอาหารและโรคตับจากวิทยาลัยทางการแพทย์เมโยคลินิก สหรัฐอเมริกา หนึ่งในวิทยากรงานประชุมGI Summit 2007กล่าวถึงแนวโน้มของการรักษาโรคกรดไหลย้อนในอนาคตว่า เนื่องจากอาการของโรคกรดไหลย้อน มีหลายระดับ ผู้ป่วยอาจจะมีอาการนำของโรคที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจแสดงออกด้วยอาการปวดแสบที่หัวใจ หรือมีอาการตื่นบ่อย ๆ ในตอนกลางคืน นอกจากนี้คนไข้จำนวนมากที่มาด้วยอาการปวดท้องคล้ายโรคกระเพาะอาหารและมีกรดไหลย้อนขึ้นมา ซึ่งอาการเหล่านี้ก็อาจพบได้ในคนไข้โรคกระเพาะอาหาร หรือโรคที่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหารบางโรค
ดังนั้นการรักษาโรคกรดไหลย้อนให้ได้ผลดีจึงจำเป็นต้องวินิจฉัยจากอาการหรือการส่องกล้องให้ได้ว่าคนไข้เป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือเป็นทั้งสองโรคร่วมกัน เพราะการให้ยากำจัดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคกระเพาะอาหารด้วย อาจทำให้ขนาดยาในการรักษาโรคกรดไหลย้อนจะต้องมีการปรับเปลี่ยนไปด้วย
ศ.นพ.นิมิช วาคิล แพทย์จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย วิสคอนซิล สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการการประชุม กล่าวว่าได้มีการประชุมในระหว่างกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินอาหารจำนวน 19 ประเทศ เพื่อรวบรวมการจำกัดความของอาการที่แสดงว่าเป็นโรคกรดไหลย้อนทั้งจากการสังเกตจากอาการ หรือจากการส่องกล้อง ซึ่งการจัดให้มีการประชุมดังกล่าวจะส่งผลดีในแง่ที่แพทย์จะสามารถนำการจำกัดความของอาการโรคกรดไหลย้อนไปใช้เพื่อวินิจฉัยอาการของโรคได้เบื้องต้นโดยไม่ต้องส่องกล้องหรือร่วมกับการส่องกล้อง ในการจำกัดความเพื่อจำแนกอาการโรคกรดไหลย้อนครั้งนี้จะพิจารณาจาก อาการที่พบบ่อย และอาการที่อาจเกิดที่อวัยวะอื่น ๆ จากการที่กรดไหลย้อนไปทำลาย
ที่ประชุมได้สรุปว่าอาการของโรคกรดไหลย้อนนอกจากจะพบว่ามีกรดไหลย้อนกลับขึ้นมาทางเดินอาหารแล้ว อาการอื่น ๆ ที่อาจจะพบในคนไข้โรคนี้ก็มี อาการไอเรื้อรัง คออักเสบ หอบหืดการหยุดหายใจ และการตื่นบ่อย ๆ ในระหว่างเวลานอน อาจต้องนำมาพิจารณาประกอบการวินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจ และต้องการข้อมูลเกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อนเพิ่มเติมสามารถค้นหาได้ที่ www.gerdthai.com
|