บทความที่น่าสนใจ
โรคผู้สูงอายุ
รู้ทัน....อาการอันตรายของมะเร็งต่อมลูกหมาก
บทความที่น่าสนใจ
โรคผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ โรคผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก |
| รู้ทัน....อาการอันตรายของมะเร็งต่อมลูกหมาก |
|
รู้ทัน....อาการอันตรายของมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจารย์นายแพทย์สายัณห์ และทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องวัยทอง ได้เขียนหนังสือเผยแพร่ความรู้เรื่อง “รู้ทันวัยทอง” ซึ่งประกอบด้วยความรู้ทั้งหมด 17 บท ซึ่งใช้สำนวนง่าย เข้าใจง่าย และเป็นความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จึงขอหยิบยกบทที่น่าสนใจมาเผยแพร่ โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งพบว่ามีสถิติสูงขึ้นมากในชายวัยทองดังนี้ ต่อมลูกหมาก ในชื่อทางอังกฤษที่ว่า “Prostate” มีที่มาจากภาษากรีกโบราณ “PRO HISTAN!” ซึ่งมีความหมายว่าอยู่ข้างหน้า ในที่นี้หมายถึงอยู่หน้าท่อกระเพาะปัสสาวะ เริ่มรู้กันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้า Alexandria ในปี 335 ก่อน คริสต์ศักราช มีหน้าที่สร้างน้ำหล่อลื่นอสุจิ (sperm) อยู่ภายในอุ้งเชิงกราน ไม่สามารถตรวจได้จากภายนอก นอกจากแพทย์จะใช้นิ้วมือคลำตรวจทางทวารหนัก ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงโรคที่เป็นได้พอสังเขป เช่น เนื้องอกปกติ เนื้องอกมะเร็ง นิ่ว และความผิดปกติอื่น ๆ เช่น การอักเสบบางชนิด เป็นต้น “ต่อมลูกหมาก” และ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” คืออะไร ภายในต่อมลูกหมากจะมีเซลล์ที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงน้ำอสุจิ ที่เรียก “Prostatic secretion” ซึ่งจะถูกขับออกมาพร้อม ๆ กับตัวอสุจิทางท่อปัสสาวะ น้ำหล่อเลี้ยงอสุจิจะถูกส่งผ่านออกทางท่อขนาดเล็ก ๆ จำนวนมาก เพื่อขับออกผ่านท่อขนาดใหญ่ (man duct) เซลล์มะเร็งลูกหมากจะสร้างหรือพัฒนาจากต่อมที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิดังกล่าว ต่อมลูกหมากจะถูกล้อมรอบด้วยเยื่อภายนอก ที่เรียก “Pro static capsule” ซึ่งจะเป็นเสมือนผนังกั้นไม่ให้เนื้อมะเร็งกระจายสู่ระบบน้ำเหลืองและหลอดเลือด รวมทั้งอวัยวะใกล้เคียง ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ส่วนประกอบอื่น ๆ อาทิระบบหลอดเลือด และระบบน้ำเหลือง ระบบเส้นประสาท จะอยู่ใกล้หรือติดกับต่อมลูกหมากทางด้านหลัง หรืออยู่ส่วนหน้าต่อกับผนังลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ซึ่งเป็นคำอธิบายถึงเหตุผลในโอกาสหรือความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างสูงที่เนื้อร้ายหรือมะเร็งต่อมลูกหมากจะกระจายสู่ระบบที่สัมพันธ์กับต่อมลูกหมากดังกล่าว รวมทั้งสามารถกระจายไปยัง อวัยวะที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น กระดูก ต่อมน้ำเหลืองภายในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น หากว่าตรวจพบในระยะสุดท้าย ซึ่งโอกาสที่จะได้รับการรักษาเพื่อให้หายขาดจากโรคนั้น จะเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่สำคัญสำหรับแพทย์คือ ความต้องการที่จะรักษาคนไข้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกเริ่มมากกว่าระยะสุดท้าย ดังนั้นการวินิจฉัยโรคในระยะแรกเริ่ม โดยใช้การตรวจเบื้องต้น การเจาะหาค่า PSA การตรวจทางทวารหนักประจำปี การตรวจปัสสาวะ รวมถึงการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น อัลตราซาวด์ คอมพิวเตอร์ หรือ MRI เป็นต้น จึงเป็น สิ่งสำคัญ รู้ทันอาการอันตรายกับมะเร็งต่อมลูกหมาก ในปัจจุบันยังไม่มีใครทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง แต่สันนิษฐานได้จาก 2 สาเหตุ คือ ปัจจัยภายในอันได้แก่ เรื่องของยีนและปัจจัยภายนอก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม Hereditary Prostate Cancer : บุคคลที่มีกรรมพันธุ์สัมพันธ์กับญาติพี่น้อง 1 คน มีอัตรา เสี่ยงเพิ่มเป็น 2 เท่าของคนปกติ ถ้ามีกรรมพันธุ์สัมพันธ์มากกว่า 2 ถึง 3 คน มีอัตราเสี่ยงเป็น 5 ถึง 11 เท่าของคนปกติตามลำดับ ฉะนั้นบุคคลใดที่มีญาติพี่น้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองในอายุที่น้อยลง (น้อยกว่า 55 ปี) Androgen : อุบัติการณ์เกิดของมะเร็งต่อมลูกหมาก มีอิทธิพลจากผลการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศชายเสริม เหตุผลที่คนแอฟริกัน-อเมริกันมีอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า เพราะจากการตรวจพบว่า คนแอฟริกันมีระดับฮอร์โมนเพศชายเสริมเฉลี่ยมากกว่าคนผิวขาวประมาณร้อยละ 15 จากการศึกษาของ Barrett-Conor และคณะในปี ค.ศ. 1990 พบว่าระดับของ androgen และอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากไม่มีส่วนสัมพันธ์กันเลยระหว่างระดับ testosterone, sex-hormone binding globulin (SHBG) 5a-reductase activity กับการเกิดมะเร็งต่อม ลูกหมาก ข้อควรรู้และเข้าใจกับมะเร็งต่อมลูกหมาก ระดับ androgen และ metabolites ของมันมีผลต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากยังไม่เป็นที่ยอมรับกัน เพราะระดับ testosterone มี diurnal variations มาก การวัด exposure ของต่อมลูกหมากต่อ endogenase hormones มีบางคนให้ความเห็นว่า มะเร็งต่อมลูกหมากเกิดจากระดับ androgen ที่ต่ำ ๆ หรือการลดลงอย่างช้า ๆ ของ androgen ในอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราส่วนของ androgen ต่อ estrogen ถึงจุดวิกฤติของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก (Henderson et al., 1988) อาหาร : อาหารไขมันมีส่วนสำคัญในการเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ปีค.ศ.1988 Clinton และคณะ สรุปว่าคนที่ไม่บริโภคอาหารไขมันสามารถลดอัตราการเจริญเติบโตของ androgen-dependent tumors เช่นเดียวกับผลของการศึกษาจาก Memorial Sloan-Ketlering Hospital University of Southern California, Los Angeles สาเหตุอีกประการหนึ่งของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก คือ การลดลงในการดูดซึมวิตามินเอ การเพิ่มขึ้นของสารเบต้าแคโรทีน ขึ้นอยู่กับจำนวนของวิตามินเอ การดูดซึมวิตามินเอจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ระดับฮอร์โมนเพศชายเสริมในร่างกายจะลดลงถึงร้อยละ 30 ในกลุ่มคนมังสวิรัติ หรือพวกบริโภคอาหารไขมันต่ำในชาวจีน ญี่ปุ่น และเอเชียดั้งเดิม เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีในพฤติกรรมที่ชอบบริโภคอาหารพวกผัก แต่พวกชาวจีนหรือญี่ปุ่นอพยพไปอยู่ในประเทศที่มีวัฒนธรรมตะวันตก (Westernization) จะมีการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าชนพื้นเมืองเดิม สารที่พบมากในผักสีเขียวหรือเหลือง คือ วิตามินเอ Rhytoestrogen เช่น พวก genistein และ daidzein ฯลฯ ซึ่งพวกสารดังกล่าว จะมีปฏิกิริยากับฮอร์โมนเพศชายเสริมในร่างกาย นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระด้วย ขบวนการที่พบอีกอย่างหนึ่งสามารถยับยั้งการสร้างเส้นเลือดและฮอร์โมนการเจริญเติบโตได้ จึงอาจสรุปได้โดยสังเขปว่า การบริโภคอาหารไขมันที่มาจากสัตว์บกร่วมกับการบริโภคอาหารจำพวกผักน้อย เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ขอเรียนให้ผู้อ่านได้เข้าใจในประเด็นเรื่องอาหารให้ดี อย่าได้เข้าใจว่า อาหารพร่องไขมันจะช่วยยับยั้งมะเร็ง หรือทำลายเนื้อร้าย ชนิดนี้ให้หายหรือหมดไปได้ ดังเช่นความเข้าใจผิด ๆ ในบางคน เรื่องอาหารชีวจิต ฯลฯ นอกจากจะเป็นการเสียเวลาในความเชื่อผิด ๆ แล้ว จะยังทำให้การรักษาสมัยปัจจุบันไม่ประสบความสำเร็จได้ด้วย วิตามินอีกชนิดหนึ่งคือ วิตามินอี และซีลีเนียมอาจจะเป็นตัวยับยั้งการเกิดมะเร็งได้ พบว่าจากการทดลองให้รับประทานซีลีเนียมวันละ 200 ไมโครกรัม จะลดอุบัติการณ์เกิดมะเร็งได้ 1 ใน 3 วิธีการรักษา โดยทั่วไป แพทย์แบ่งมะเร็งต่อมลูกหมาก ออกเป็น 2 ประเภท ตามระยะของโรคที่เป็น ได้แก่ ระยะที่มีการลุกลาม และระยะที่ยังไม่มีการลุกลาม การผ่าตัด หรือการฉายรังสีเพื่อทำลายมะเร็งต่อมลูกหมากจะไม่ได้ผล เพราะเนื้อมะเร็งส่วนที่มีการกระจายออกไป จะทำให้คนไข้เสียชีวิตจากสภาวะแทรกซ้อนภายหลังได้ ผิดกับระยะไม่ลุกลามเพราะแพทย์สามารถผ่าตัดเนื้อต่อมลูกหมากได้ออกทั้งหมด การใช้ฮอร์โมนบำบัดจะมีผลดีอย่างมากในการลดระยะของโรคลงมา โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีระยะกึ่งกระจาย ฮอร์โมนต้านฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายจะมีบทบาทอย่างมาก ทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดลดลง อัตราการแบ่งตัวลดลง ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับแพทย์จะทำให้การรักษาหายขาดได้ต่อไป. นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
|||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|