|
สงครามชุดขาวพยาบาลลั่น แพทย์ใช้มั่วฉีดสี-ยาชา-คีโม |
 ศ.พรจันทร์ สุวรรณชาต อุปนายกสภาการพยาบาลคนที่ 2 กล่าวว่า สภาการพยาบาลได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 เรื่อง ห้ามผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลเป็นผู้ให้ยาหรือสารละลายทางหลอดเลือดดำ 3 ประเภท ได้แก่ 1.ในกลุ่มสารละลายทึบรังสีทุกชนิด 2.กลุ่มยาระงับความรู้สึกที่ให้ทางหลอดเลือดดำ 3.กลุ่มยาเคมีบำบัด เว้นแต่พยาบาลวิชาชีพที่ผ่านการอบรมวิสัญญีพยาบาลมาเฉพาะทาง เพราะงานเหล่านี้เป็นงานของแพทย์ แต่แพทย์ไม่ยอมปฏิบัติ จึงโยนมาเป็นภาระหน้าที่ของพยาบาลที่ต้องดำเนินการ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด พยาบาลทำงานแทนแพทย์มาก เพราะถือว่าช่วยๆ กัน
"ที่ผ่านมามีคดีการฟ้องร้อง เนื่องจากการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำจนทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะช็อคจนเสียชีวิต แพทย์จึงไม่อยากทำ โอนภาระหน้าที่มาให้พยาบาลเป็นผู้เสี่ยงแทน การออกประกาศฉบับนี้ทำให้หมอเดือดร้อน เพราะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานเอง มีตัวแทนแพทย์โรงพยาบาลชุมชนมาร้องเรียนเรื่องนี้ อยากถามว่าใครตกเป็นเหยื่อ พยาบาลเป็นหนังหน้าไฟ ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะแพทย์เป็นผู้บังคับบัญชา ทั้งที่ความเป็นจริง พยาบาลไม่ได้เรียนเฉพาะทางมาเหมือนแพทย์ หรือผู้ช่วยแพทย์" ศ.พรจันทร์กล่าว
ศ.พรจันทร์กล่าวว่า วิชาชีพการพยาบาลมีข้อจำกัดทางวิชาชีพ คือ ฉีดยาปกติ ทำแผล พยาบาลดำเนินการได้ แต่กับยา 3 กลุ่มดังกล่าวถือว่าเป็นยาอันตราย ให้พยาบาลเป็นผู้ดำเนินการเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง การออกประกาศดังกล่าวถือว่าเป็นการคุ้มครองประชาชนที่ต้องเสี่ยงกับความไม่ชำนาญจากการใช้ยาดังกล่าว รวมถึงพยาบาลก็จะปลอดภัยด้วย เพราะในทางกฎหมายหากพยาบาลเป็นผู้ดำเนินการฉีดสารดังกล่าวให้กับผู้ป่วยแทนแพทย์ แล้วเกิดความผิดพลาด จะถือว่าพยาบาลเป็นผู้กระทำผิด แพทย์ไม่สามารถรับผิดแทนได้
"ที่ผ่านมามีกรณีของผู้ป่วยรายหนึ่ง เกิดแผลลึกจากการผ่าตัดคลอดบุตร จึงต้องมีการเย็บแผล แต่กรณีดังกล่าวแผลลึกมากจนเกินความสามารถ และต้องให้แพทย์เป็นผู้ดำเนินการให้ แต่สุดท้ายพยาบาลต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง ทำให้ผู้ป่วยต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลนานถึง 56 วัน กว่าแผลจะหาย แต่ถ้าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจใช้เวลาพักฟื้นเพียง 6-7 วันเท่านั้น" ศ.พรจันทร์กล่าว
วันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10950(กรอบบ่าย)
|