|
สมาคมคนพิการนนทบุรี ร้อง สคบ.พนักงานดูแลคนพิการเอาเปรียบ |
|
สมาคมคนพิการนนทบุรี ร้อง สคบ.พนักงานดูแลคนพิการเอาเปรียบ
ด้วยนางสาวณิชมน พิพัฒน์วีรวัฒน์ ต่อสู้เพื่อความถูกต้องชอบธรรม ต่อเรื่องศูนย์พยาบาล
สถานประกอบการ ผู้ให้บริการจัดหาพนักงาน เพื่อดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยหรือผู้พิการ ดำเนิน
การโดยไม่สุจริต และเอาเปรียบผู้บริโภคมาตลอดโดยผลักดันและจุดประกายให้สำนักงานคณะ
กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ( สคบ. )ทำเนียบรัฐบาล จ.กรุงเทพฯ เชิญหน่วยงาน เช่น สำนักงาน
ตำรวจแห่งชาติ,สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายสำนักงานอัยการสูงสุด,กองบัง
คับการปราบปราม อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีและสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
เป็นต้นเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดมาตรการการ คุ้มครองผู้บริโภคกรณีปัญหาการใช้บริการ
จัดหาพนักงานเพื่อดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยหรือผู้พิการ ครั้งที่ 1 / 2550 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม
2550 ผลการประชุมสรุปได้ดังนี้
1)ให้ สคบ. พิจารณา ดำเนินการให้บริการ ในลักษณะนี้จะต้องทำสัญญา ที่ให้ความเป็นธรรม ต่อผู้บริโภค
2)ให้กรมอนามัย มีพ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535
สามารถพิจารณาดำเนินการ กำหนดให้การบริการ ในลักษณะนี้ เข้าข่ายเป็นการกระทำ ที่อาจเป็น
อันตรายต่อสุขภาพ โดยรวบรวมข้อมูล สภาพปัญหา แนวทาง หรือมาตรการ ที่จะคุ้มครองผู้บริโภค
โดยกำหนดให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการออกข้อกำหนด ข้อบังคับ หรือข้อบัญญัติ เพื่อ
กำหนดให้ การประกอบธุรกิจ จัดหาหรือส่งพนักงาน ไปดูแลผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยหรือผู้พิการต้อง
ให้มีการ ขึ้นทะเบียนในการขออนุญาต ประกอบการ รวมถึง การกำหนดมาตรฐาน หรือคุณสมบัติ
ของผู้ที่ทำหน้าที่ ให้บริการดังกล่าวด้วย เป็นต้น หลังจากการประชุมครั้งที่ 1 / 2550 ข้างต้นผ่าน
ไปเกือบ 8 เดือนนางสาวณิชมนก็ไม่ทราบความคืบหน้าต่อเรื่องดังกล่าวจึงประสานและขอความ
ร่วมมือไปยังนายธีรยุทธ สุคนธวิท นายกสมาคมคนพิการนนทบุรี,เครือข่ายศูนย์การดำรงชีวิต
อิสระคนพิการจ.นนทบุรี,จ.กรุงเทพฯและคนพิการกับอาสาสมัครรวมประมาณ 9 ท่านตามภาพ
ยื่นหนังสือขอติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้นในวันที่ 16 พ.ย 2550
เวลา 10.00 น. ที่สคบ. วันนี้ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลากนาย ถนัด มานะ
พันธุ์นิยม (สวมเสื้อสีเหลืองกับสวมแว่นตาสีขาว)ตามภาพชี้แจ้งความคืบหน้าหลังจากการประ
ชุมครั้งที่ 1/ 2550 ความว่ามีการประชุมในการแก้ไขการใช้บริการจัดหาพนักงานเพื่อดูแลผู้สูง
อายุ เด็ก ผู้ป่วยหรือผู้พิการต่ออีก2ครั้งคือเดือนพ.ค.และเดือนก.ย.ที่ผ่านมาสรุปได้ดังนี้
1)กรมอนามัยจะใช้มาตรการตามพ.ร.บ.การสาธารณสุขพ.ศ.2535ให้รัฐมนตรีว่าการกระ
ทรวงสาธารณสุขประกาศให้ " กิจการให้บริการรับเลี้ยงหรือดูแลเด็กและผู้สูงอายุ" 2)กระทรวง
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน
ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ได้จัดการประชุมการผลักดันให้เกิดการจัดระเบียบศูนย์
พยาบาล เนอร์สซิ่งโฮม และเนอร์สเซอร์รี่ในสังคมไม่ให้เป็นภัยต่อผู้ใช้บริการโดยจัดทำมาตร
ฐานในการให้บริการเกี่ยวกับศูนย์พยาบาล เนอร์สซิ่งโฮม และเนอร์สเซอร์รี่,ดำเนินการจัดทำ
MOU ระหว่างหน่วยงานต่างๆเพื่อเป็นการบูรณาการในการทำงานช่วยเหลือผู้บริโภคในเรื่อง
ดังกล่าวร่วมกันและจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการโดยมีผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมา
ตรวจสอบดูแลการประชุมธุรกิจในเรื่องดังกล่าว การแก้ไขตามข้อ1-2 ข้างต้นต้องใช้เวลานาน
ดังนั้นนางสาวณิชมนเสนอแก้ไขแบบเร่งด่วนดังนี้1)ให้ทางสคบ.ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ทำหนังสือ
ต่อศูนย์พยาบาลทั้งหลายที่มีอยู่มาร่วมกันแก้ไขสัญญาให้เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและกำหนดให้
เป็นสัญญามาตราฐานขึ้นใช้2)ให้ยกเลิกเก็บเงินล่วงหน้าในอัตราที่สูงจากผู้ใช้บริการควรให้ผู้ใช้
บริการจ่ายค่าตอบแทนตามมาตราฐานสากลเช่นจ่ายตามความเป็นจริง ,ทำงานครบเดือนจ่าย
เป็นต้น3)ปราบปรามโฆษณาศูนย์พยาบาลที่เกินความเป็นจริง4)ให้สคบ.นำรายชื่อศูนย์พยาบาล
ไม่ดีที่มีผู้ร้องเรียนมาจัดทำในเว็บไซต์ของสคบ.ให้ผู้ใช้บริการทราบทั่วกันเพื่อป้องกันการตกเป็น
เหยื่อของศูนย์พยาบาลและลดการทำงานหนักของเจ้าหน้าที่สคบ.ได้อีกด้วย
ข้อมูลนี้ได้มาจากมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย
|