บทความที่น่าสนใจ
เกร็ดการดูแลสุขภาพ
การออกกำลังกายแบบเดินจงกรม
บทความที่น่าสนใจ
ทริปการดูแลสุขภาพ
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ ทริปการดูแลสุขภาพ |
| การออกกำลังกายแบบเดินจงกรม |
การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพ เพราะชีวิตคนไทยจำนวนมาก ได้เปลี่ยนจาก งานเกษตรกรรมซึ่งต้องทำงานหนัก อาบเหงื่อต่างน้ำ เป็นการทำงานในสำนักงาน ใช้แค่สมองคิดสร้างกิเลสให้ผู้บริโภค จึงเหนื่อยใจมากกว่าเหนื่อยกาย หลายท่านจะซึมเศร้า จากการขาดสารบางชนิดในสมอง ดังนั้นจึงต้องมีกิจกรรมเสริม เช่น การออกกำลังกายหลังเลิกงาน เป็นที่ทราบกันดีว่า การออกกำลังกายทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า การออกกำลังกายจะช่วยให้มีการหลั่งของสารเอนโดฟินส์ (endophins) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดความสุข และเนื่องจากกรุงเทพฯ มีสวนสาธารณะไม่เพียงพอ ผู้คนก็ไม่มีที่จะไปออกกำลังกาย จึงทำให้ธุรกิจศูนย์ฟิตเนส (fitness center) เกิดขึ้นทั่วทุกตึก เพื่อบริการหุ่นยนต์มนุษย์ซึ่งทำงานกันในตึกสูงนั้น ในศูนย์จะมี การออกกำลังกาย หลายแบบ มีโปรแกรมการออกกำลังกายกับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ จึงเป็นที่นิยม ของผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นคนสมัยใหม่ สามารถเลือกใช้ตามถนัด หลายท่านชอบออกกำลังกายให้เหงื่อออก เพราะเหงื่อ ช่วยชะล้าง ของเสียภายในร่างกายออกมา แต่หลายท่านชอบสบายก็ออกกำลังกายในห้องปรับอากาศซึ่งเหงื่อออกน้อย บางท่าน ออกกำลังกายขณะสายตาจ้องกิเลสในโทรทัศน์หรือหูฟังกิเลสทางซาวนด์อเบาต์ การออกกำลังกายตามโปรแกรมจึงเป็นวิธีให้ กายออกกำลังแต่ใจฟุ้งซ่าน จึงรู้สึกงงกับจิตของมนุษย์ผู้มากด้วยความคิด
ดังที่กล่าวไว้เบื้องต้นว่าการฝึกโยคะเป็นส่วนหนึ่งของการอบรม การฝึกอานาปานสติและการเดินจงกรมเป็นสิ่งสำคัญในกิจกรรมนี้ แต่ก็ไม่ได้สนใจร่วมกิจกรรมดังกล่าวเพราะท่าอาสนะที่นิยมให้ฝึกคือ นั่งขัดสมาธิซึ่งปวดเมื่อยมาก ส่วนการเดินจงกรมจะทำสลับเฉพาะเพื่อคลายอาการปวดเมื่อยทำให้เข้าใจว่าสมาธิจะต้องอยู่ในท่านิ่งเท่านั้นจึงทำให้ไม่สนใจการเดินจงกรม และผู้เขียนก็ยังไม่ทราบอานิสงส์ของการเดินจงกรมด้วย จนกระทั่งได้เปลี่ยนไปฝึกสมาธิแบบเคลื่อนไหวซึ่งจะใช้วิธีเดินจงกรมเป็นหลัก จากการศึกษาอยู่นาน 1 ปี จึงเข้าใจว่าการเดินจงกรมก็คือ การออกกำลังกายแบบพุทธะ จึงอยากให้ชาวพุทธลองเปลี่ยนมาเดินจงกรมเพื่อสุขภาพจะดีกว่าการออกกำลังกายที่ทำอยู่มากมาย เพราะนอกจากสุขภาพร่างกายจะแข็งแรง การเดินจงกรมยังช่วยทำให้จิตสงบ ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วถ้าสมองอยู่ในภาวะสงบนิ่ง เซลล์สมองจะมีการซ่อมแซมส่วนที่บกพร่องได้ ดังนั้นการเดินจงกรมจึงเป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพสมอง หลายท่านจะมีความจำดีขึ้น ตัดสินใจดีขึ้น พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงอานิสงส์ของการเดินจงกรมมี 5 ประการคือ อดทนต่อการเดินทางไกล อดทนต่อความเพียร มีอาพาธน้อย อาหารที่กิน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มรสแล้ว ย่อมย่อยไปด้วยดี สมาธิที่ได้ในขณะเดินจงกรม ย่อมตั้งอยู่นาน ดังนั้นการเดินจงกรมจึงเป็นการออกกำลังกายซึ่งสมบูรณ์แบบได้ประโยชน์ทั้งกายและจิตใจในเวลาเดียวกัน การเดินจงกรมคืออะไร ? การเดินจงกรมคือ การเดินกลับไปกลับมาเพื่ออบรมจิตใจ วิธีการเดินในแต่ละสำนักจะแตกต่างกัน เช่นบางแห่งให้กำหนดรู้ทุกก้าว เช่น ยก-ย่าง-เหยียบ หรืออาจกำหนดรู้อย่างละเอียด เป็น เผยอ-ยก-ย่าง-ลง-แตะ-เหยียบ-กด การกำหนดรู้จะช่วยประคองจิตภายในให้นิ่ง แต่การเดินจงกรมในการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวเป็นการเดินแบบธรรมดาตามธรรมชาติของบุคคลนั้น เพียงแค่ให้วางจิตให้นิ่งเฉยไม่คิดฟุ้งซ่านหรือปรุงแต่งในเรื่องอดีตหรืออนาคต ให้รู้ว่าเท้าได้เหยียบสัมผัสพื้นเท่านั้น การเดินจงกรมจึงเหมือนการเดินออกกำลังกายที่หลายท่านกำลังทำอยู่ แต่วิธีการเดินจงกรมจะใช้ทางเดินสั้นกว่าจึงสามารถเดินที่ใดก็ได้ โดยกำหนดทางเดินที่ประมาณ 8-12 ก้าว เพราะถ้าทางเดินสั้นกว่า 8 ก้าวเมื่อมีการหมุนตัวบ่อยครั้งอาจรู้สึกเวียนศีรษะ แต่ถ้าทางเดินยาวเกินกว่า 12 ก้าว จิตผู้เดินอาจจะล่องลอยง่าย การเดินจงกรมควรเดินนานเท่าใด ? การเดินจงกรมก็คงเหมือนการออกกำลังกายอย่างเบา(light intensity activities) เช่น การเดินอย่างช้า คือ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงทุกวัน สถานที่และเวลาที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร ? ถ้ายังไม่สามารถควบคุมจิตได้ก็ควรเดินในที่เงียบสงบ เช่น เวลาเช้ามืด แต่ถ้ามีความชำนาญแล้วสามารถเดินเวลาใดก็ได้ ท่าเดินจงกรมควรเป็นเช่นใด ? ควรเดินตัวตรงธรรมดาตามองไปด้านหน้า ไม่แกว่งแขนเพื่อควบคุมจิตให้อยู่เฉยๆ โดยกอดอกหรือกุมมือไพล่หลังหรือกุมมือไว้ด้านหน้า พื้นทางเดินจงกรมควรเรียบไม่มีวัสดุสะดุดเท้า อาจเดินเท้าเปล่าเพื่อให้ความรู้สึกสัมผัสดีขึ้น แต่เมื่อมีความชำนาญสามารถสวมรองเท้าเดินได้ ปัญหาที่พบจะได้บ่อยคืออะไร ? การเดินจงกรมควรเดินในขณะท้องว่าง เช่นเดียวกับการออกกำลังกายอื่น เพราะอาจเกิดอาการง่วงนอนได้ง่ายหลังรับประทานอาหาร อาการง่วงนอนจะเกิดในระยะแรก และควรแก้ไขโดยเดินเร็วขึ้น หรือเดินถอยหลัง ถ้าอาการง่วงทุเลาก็จะสามารถเดินได้นานขึ้น การเดินจงกรมเป็นวิธีการออกกำลังกายซึ่งง่ายต่อการปฏิบัติ ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ยุ่งยาก และถ้ามีความศรัทธาในพุทธศาสนาว่าสามารถช่วยดับทุกข์ได้ การเดินจงกรมก็จะช่วยให้บรรลุจุดประสงค์ได้อานิสงส์ทั้งกายและใจ การเดินจงกรมจึงเป็นการออกกำลังของกายและการพักผ่อนทางใจได้ดีเยี่ยม ลองทำดูแล้วจะติดใจ
รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
||||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|