บทความที่น่าสนใจ
ข่าวผู้สูงอายุ
งานวิจัยล่าสุดจากอิตาลีชี้โบท็อกซ์ซึมขึ้นสมองหนูทดลอง
ข่าวที่น่าสนใจ
ข่าวผู้สูงอายุ
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน ข่าวที่น่าสนใจ ข่าวผู้สูงอายุ |
| งานวิจัยล่าสุดจากอิตาลีชี้โบท็อกซ์ซึมขึ้นสมองหนูทดลอง |
เดลิเมล์ – นักวิจัยเผยจากการทดลองกับหนู พบโบท็อกซ์สามารถแพร่กระจายจากใบหน้าถึงสมองในเวลาเพียงสามวันเท่านั้นในการศึกษาล่าสุด นักวิจัยจากสถาบันประสาทวิทยาศาสตร์ในปิซา ในสังกัดของสภาวิจัยแห่งชาติอิตาลี ได้ฉีดสารโบท็อกซ์เข้ากล้ามเนื้อบริเวณเหนือริมฝีปากของหนูทดลอง ภายใน 3 วัน นักวิจัยพบร่องรอยของสารพิษอันตรายชนิดนี้ที่ก้านสมองของหนู แมททีโอ คาเลโอ ผู้จัดทำรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารเจอร์นัล ออฟ นิวโรไซนส์ฉบับล่าสุด แจงว่าโบท็อกซ์ยังเคลื่อนย้ายจากสมองส่วน hippocampus ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมความจำระยะยาวและการนำทางเชิงมิติสัมพันธ์ ไปยังส่วนเดียวกันที่อยู่อีกด้านของสมองหนู และคงอยู่นานถึง 6 เดือน แมททิว แอฟรัม ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนังวิทยา เลเซอร์และเวชสำอางของโรงพยาบาลแมสซาชูเสตส์ เสริมว่า แม้ระบบในร่างกายและการตอบสนองของคนกับหนูแตกต่างกันมาก แต่การค้นพบที่ระบุว่าสารโบท็อกซ์บางส่วนสามารถแทรกซึมไปยังระบบประสาทส่วนก ลาง ทำให้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติมอย่างละเอียดยิ่งขึ้น โบท็อกซ์ได้รับอนุมัติให้ใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ในปี 1989 และกลายเป็นเซ็กชั่นหนึ่งในตลาดความงามที่มีมูลค่าถึง 600 ล้านปอนด์ (37,800 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว สารชนิดนี้สกัดจากแบกทีเรียที่ชื่อว่า Clostridium botulinum ซึ่งเป็นสารพิษตามธรรมชาติชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุของโรคโบทูลิสซึม หรือโรคอาหารเป็นพิษที่มีฤทธิ์ถึงตาย สารพิษชนิดนี้เป็นสารชนิดนิวโรท็อกซิน (Neurotoxin) โดยจะไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท เพื่อตัดการสื่อสารของเหล่าเส้นประสาทที่เรียกว่า Acetylcholine ซึ่งเป็นสารที่สั่งให้กล้ามเนื้อยืดและหดตัว เมื่อไม่มีสารเคมีนี้สื่อสาร กล้ามเนื้อจึงไม่ได้รับสัญญาณจากประสาทส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นเป็นอัมพา ตชั่วคราว โดยกล้ามเนื้อจะอ่อนตัวลงและริ้วรอยจางหายไป การฉีดโบท็อกซ์จะมีผลอยู่ประมาณ 3-4 เดือน แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดศรีษะ คลื่นไส้ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ปัจจุบัน สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (เอฟดีเอ) กำลังสอบสวนว่าคนไข้ได้รับเชื้อโบทูลิซึมจากการฉีดโบท็อกซ์หรือไม่ หลังจากมีรายงานการเสียชีวิตและปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจที่เกี่ยวข้องกับการ ใช้สารชนิดนี้ กรณีที่มีอาการรุนแรงมักเป็นเด็กที่ได้รับโบท็อกซ์ปริมาณมากเพื่อรักษาอาการ ชักกระตุกจากโรคสมองพิการ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์การใช้ที่ไม่ได้รับอนุมัติจากเอฟดีเอ อย่างไรก็ตาม ต่อเรื่องนี้ ทางอัลเลอร์แกน บริษัทผู้ผลิตโบท็อกซ์ในแคลิฟอร์เนีย โต้ว่างานวิจัยของแดนมักกะโรนีไม่มีข้อสรุปชัดเจนและขัดแย้งกับผลการวิจัยที ่ผ่านมา โฆษกของบริษัทแจงว่า นักวิจัยใช้สารพิษโบทูลินัม ไม่ได้ใช้โบท็อกซ์ ซึ่งเป็นสารสกัดบริสุทธิ์ ซึ่งทำให้เกิดผลต่างกัน
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
|||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|