บทความที่น่าสนใจ
ทริปการดูแลสุขภาพ
กระดูกพรุน ภัยร้าย ที่ต้องรู้จัก
บทความที่น่าสนใจ
ทริปการดูแลสุขภาพ
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ ทริปการดูแลสุขภาพ |
| กระดูกพรุน ภัยร้าย ที่ต้องรู้จัก |
|
โครงสร้างของกระดูกมี 2 ชั้น ชั้นนอก เป็นส่วนของกระดูกแข็ง ส่วน ชั้นใน ของกระดูกมีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ แคลเซียม และ โปรตีน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูก กระดูกทั้งสองชั้นประกอบด้วยเซลล์ 2 ชนิดคือ เซลล์เสริมสร้างกระดูกใหม่ และ เซลล์ทำลายกระดูกเก่า กระบวนการของการสร้างกระดูกและการทำลายกระดูกเป็นกระบวนคู่ขนาน ความสมดุลยระหว่างปฏิกิริยาทั้งเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เรียกว่า การบูรณะปฏิสังขรณ์กระดูก
ในช่วงวัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ การเสริมสร้างกระดูกจะ เร็ว กว่าการทำลายจึงเป็น การบูรณะปฏิสังขรณ์กระดูกในทางบวก โดยเฉลี่ยความหนาแน่นของกระดูกจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนถึงขีดสูงสุดเมื่ออายุราว 35 ปี หลังอายุ 35 ปี การเสริมสร้างกระดูกจะ ช้า กว่าการทำลาย ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไร ความหนาแน่นของกระดูกก็ลดน้อยลงเท่านั้น เมื่อการทำลายกระดูก เร็ว กว่าการเสริมสร้าง ในระยะแรกการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดที่กระดูกชั้นในก่อน รูพรุนคล้ายฟองน้ำจะมีขนาดใหญ่ขึ้น อันเป็นผลมาจากปริมาณแคลเซียมและโปรตีนในกระดูกลดลง จนกระทั่งกระดูกมีความหนาแน่นน้อยผิดปกติ เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะกระดูกพรุน ภาวะกระดูกพรุนทำให้กระดูกบางและเปราะ ดังนั้น หญิงวัยหมดระดู (อายเฉลี่ย 50 ปี) ที่มีภาวะกระดูกพรุน มักมีปัญหาเรื่องกระดูกแตกหักง่าย ทั้งจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงหรือหกล้มเพียงเล็กน้อยภายในบ้าน ตำแหน่งของกระดูกแตกหักมักพบบ่อยที่บริเวณ ข้อตะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลังตามลำดับ ส่วนผู้ที่ไม่มีภาวะกระดูกพรุนจะไม่ค่อยพบปัญหานี้ เริ่มต้นจากส่วนสูงลดลง บางคนอาจปวดหรือเจ็บที่บริเวณหลัง รวมทั้งกระดูกสันหลังส่วนบนโค้งงุ้มเล็กน้อย เมื่อโครงสร้างของกระดูกสันหลังไม่อาจรองรับน้ำหนักร่างกายส่วนบนได้ กระดูกสันหลังจะงองุ้มมากขึ้น การโค้งงอของกระดูกสันหลังอย่างรุนแรงและถาวร จะทำให้รูปลักษณ์ของกระดูกสันหลังเป็น “โหนก” หรือ “ค่อม”
ภาวะกระดูกพรุนอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แต่ ผู้หญิงสูงอายุ มีโอกาสเกิดปัญหาแทรกซ้อนของภาวะกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชายถึง สองเท่า เนื่องเพราะผู้หญิงมีโครงสร้างของกระดูก เล็กและเบา กว่าผู้ชายโดยธรรมชาติ แม้ว่าเกิดภาวะกระดูกพรุนในระดับเดียวกับ ทว่าโดยต้นทุนเดิมผู้หญิงมีความหนาแน่นของกระดูก น้อยกว่า จึงเกิดภาวะกระดูกพรุนในระดับที่รุนแรง มากกว่า ผู้ชาย ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งคือ การขาดฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) หลังวัยหมดระดู จะเป็นการ เร่ง ให้ภาวะกระดูกพรุนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การขาดแคลเซียมก็เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงมีปัจจัยหลายอย่างเหนี่ยวนำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม ตั้งแต่ขณะตั้งครรภ์หรือระหว่างให้นมบุตร ผู้หญิงมักได้รับแคลเซียมทดแทนในระดับที่น้อยเกินไป รวมถึงผู้หญิงที่ลดความอ้วนด้วยการควบคุมอาหารอย่างหักโหม มักขาดแคลเซียมได้ง่าย ยังผลให้ผู้หญิงส่วนหนึ่งได้แคลเซียมราว ครึ่งหนึ่ง ของปริมาณที่ควรได้รับเท่านั้น ส่วนการกินอาหารซ้ำซากเพราะถูกปาก ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะขาดแคลเซียม
ภาวะกระดูกพรุนอาจตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก ควรตรวจในสตรีก่อนวัยหมดระดูเล็กน้อยสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะกระดูกพรุนเท่านั้น โดยเฉพาะผู้ที่มีโครงสร้างของกระดูกบอบบาง น้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ แคลเซียมจำเป็นต่อการทำงานตามหน้าที่ของเส้นประสาทและอวัยวะต่างๆ เมื่อแคลเซียมในกระแสเลือด ต่ำ กว่าปกติ ร่างกายจะทดแทนด้วยการ ดึง เอาแคลเซียมจากกระดูกมาใช้งาน ยิ่งใช้แคลเซียมจากกระดูกมากขึ้นเท่าใด ความหนาแน่นของกระดูกจะลดน้อยลงเท่านั้น การบริโภคแคลเซียมจะช่วยหน่วงอัตราการสูญเสียของแคลเซียมในกระดูก ดังนั้น สตรีก่อนวัย หมดระดูควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ส่วนสตรีวัยหมดระดูควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม อาหารหลายประเภทมีอุดมไปด้วยแคลเซียม (จาก American College of Obstetricians and Gynecologists)
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|