
เป็นเวลานานมากทีเดียวที่พบว่าลูกเรือที่ออกเรือนานๆ มักมีโรคหนึ่งที่เกิดขึ้นประจำ คือ กระดูกเปราะ เลือดออกตามไรฟัน และรุนแรงถึงตายได้ด้วย โรคนี้ถูกเรียกว่า Scurvy
เชื่อว่า น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการที่ลูกเรือไม่ได้ทานอาหารสด
จนกระทั่งในปี 1747 จึงพบว่า มะนาว และส้ม สามารถป้องกันโรคนี้ได้
ปี 1928 วิทยาศาสตร์เริ่มเจริญ จึงพบว่าในมะนาว ส้มนั้นมีสารอย่างหนึ่ง และตั้งชื่อว่า Vitamin C
การค้นพบวิตามินอื่นๆก็เกิดขึ้นในทำนองเดียวกัน
วิตามิน และเกลือแร่
เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการปริมาณเล็กน้อย ( เมื่อเทียบกับสารอาหารกลุ่มอื่น เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ) ซึ่งจะช่วยให้เกิดปฏิกิริยาทางชีวเคมีที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ด้วยความที่ร่างกายต้องการน้อยมาก จึงอาจเรียกว่า Micronutrients
การไม่ได้รับวิตามิน และเกลือแร่ติดต่อกันนานๆจะทำให้เกิดความผิดปกติ หรือโรค ซึ่งมักจะกลับมาเป็นปกติได้เมื่อได้รับอีกครั้ง ยกเว้นบางโรค
ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ สร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหาร หรือเสริมในกรณีที่ทานอาหารไม่ครบ
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิตามิน
วิตามินมีทั้งหมด 13 ชนิด แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
A, D, E, K ละลายในไขมัน ( Fat-Soluble Vitamins ) สะสมในร่างกายได้
B-1, B-2, B-6, B-12, C, Niacin, Pantothenic acid, Biotin, Folic acid ละลายในน้ำ ถูกขับถ่ายออกได้ไว ไม่สะสมในร่างกาย
การได้รับวิตามินในปริมาณที่เหมาะสม มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต, การย่อยอาหาร, สมอง, ความต้านทานโรค, ทำให้เกิดการเผาผลาญอาหารที่สมบูรณ์ โดยทำหน้าที่เป็น Catalyst
วิตามิน ไม่ให้พลังงาน ไม่ทำให้อ้วน ( สารอาหารที่ให้พลังงานคือ คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ไขมัน ร่างกายจึงต้องการในปริมาณมากกว่า )
วิตามิน A และ D สะสมในร่างกายได้ถ้าได้รับมากเกินความจำเป็น และทำให้เกิดพิษได้ด้วย
นอกจากวิตามิน ร่างกายยังต้องการเกลือแร่ ( Minerals ) อีก 15 ชนิด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ของเซลล์ และเป็นส่วนประกอบในโครงสร้างของเซลล์
เกลือแร่ที่ต้องการมาก คือ แคลเซี่ยม, ฟอสฟอรัส, แมกนีเซียม
ที่เหลือต้องการน้อยมาก คือ โครเมี่ยม, ทองแดง, ฟลูออไรด์, ไอโอดีน, เหล็ก, แมงกานีส, โมลิปดีนัม, ซีลีเนียม, สังกะสี, คลอไรด์, โปตัสเซียม, โซเดียม
คุณจำเป็นต้องทานวิตามินเสริมหรือไม่ ?
บริษัทต่างๆที่ขายวิตามิน มักจะโฆษณาชวนเชื่อให้เห็นความสำคัญของวิตามินเกินกว่าเหตุ อันที่จริง วิตามินก็มีความสำคัญ แต่ไม่มากเท่าที่มีการอวดอ้างในโฆษณา หัวใจหลักของการมีสุขภาพดี อยู่ที่อาหารการกิน และลักษณะการใช้ชีวิตที่ถูกต้องมากกว่า อาหารถือเป็นแหล่งอาหารที่ให้วิตามินได้เพียงพออยู่แล้วถ้ารู้จักเลือก
อาหารนอกจากเป็นแหล่งสำคัญของวิตามิน และสารอาหารอื่นๆแล้ว ยังเป็นแหล่งที่สำคัญของ กลุ่มสารที่เรียกว่า Phytochemicals ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบในธรรมชาติ และอาจมีผลดีต่อสุขภาพ ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนพอ
อย่างไรก็ตาม ถ้าจะเลือกทานวิตามินเสริม สิ่งที่ท่านจะต้องดูในการเลือกใช้ คือ ค่า %RDA ( ซึ่งเป็นค่าที่เทียบเป็นเปอร์เซนต์ของวิตามินที่ต้องการในแต่ละวัน ) กล่าวคือ ไม่ควรทานเสริมเกิน 100% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
วิตามินที่ทำให้เกิดโทษ ถ้าทานมากเกินไป ได้แก่
วิตามิน A ทำให้เกิดการเสียหายต่อตับ
วิตามิน D ทำให้เกิดการเสียหายของไต
เหล็ก, สังกะสี, โครเมียม, ซีลีเนียม ทำให้เกิดโทษถ้าได้รับมากกว่า 5 เท่าของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
เมื่อไรจึงถึงเวลาที่ต้องทานวิตามินเสริม
ผู้สูงอายุ ในวัยนี้มีปัญหาเรื่องความไม่อยากอาหาร การรับรสไม่ดี รับกลิ่นไม่ดี ปัญหาเรื่องฟัน เรื่องอารมณ์ อื่นๆ มีผลให้ทานอาหารน้อยลง ได้รับสารอาหารไม่ครบ
ผู้ที่อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักตัว ทำให้ต้องทานอาหารน้อยลง
ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ได้แก่ ตับ, ถุงน้ำดี, ลำไส้เล็ก, ตับอ่อน หรือเข้ารับการผ่าตัดในช่องท้อง เหล่านี้จะมีผลต่อการย่อย และดูดซึมสารอาหาร
ผู้ที่สูบบุหรี่ ซึ่งมีความต้องการวิตามิน C เพิ่มขึ้น
ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
ผู้ที่ทานมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ทานอาหารที่ได้จากสัตว์เลย มักจะพบว่าขาดวิตามิน B-12
อย่างไรก็ตาม ขอให้ระลึกเสมอว่า การที่จะสุขภาพดีได้ วิตามินไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปที่จะบรรดาลมหัศจรรย์ให้เกิดสุขภาพที่ดีได้ แต่ความสำคัญอยู่ที่การได้รับอาหารที่ถูกต้องและในสัดส่วนที่ดี ส่วนวิตามินนั้นเป็นเพียงมาตรการเสริมเท่านั้น นอกจากอาหารแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นอีก ได้แก่
การออกกำลังกาย
อยู่ในที่อากาศถ่ายเทดี
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
จิตใจร่าเริง ไม่เครียด
วิธีการเลือกซื้อวิตามินเสริม
ให้พิจารณาจาก %RDA เป็นหลัก โดยเลือกไม่ให้เกิน 100% ไว้ก่อน โดยเฉพาะวิตามิน A,D, E, K ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำมัน สะสมในร่างกายได้
เลือกที่ราคาไม่แพงมากนัก ยี่ห้อที่มีราคาสูงมักอ้างว่า ได้ใส่สารอาหารบางชนิดเสริมเข้าไป ซึ่งมักจะไม่มีประโยชน์มากนัก
อ่านฉลากให้ถ้วนถี่ โดยเฉพาะวันผลิต และวันหมดอายุ เพราะวิตามินเสื่อมสลายได้
ไม่ควรรับประทานวิตามินเสริมหลายยี่ห้อ หลายรุ่น เพราะอาจเกิดความซ้ำซ้อนเกิดขึ้น ทำให้ได้รับปริมาณวิตามินมากเกินไป
เก็บวิตามินให้พ้นมือเด็ก เพราะ วิตามินเสริมที่มีเหล็ก ทำให้เกิดความเป็นพิษจนถึงตายได้ในเด็กที่ได้รับมากเกินไป
ไม่ควรซื้อทางโทรศัพท์ หรือ ทางไปรษณีย์ มักจะถูกหลอกลวงได้ง่าย
เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ท่านจึงควรปรึกษาเภสัชกร ก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง รวมทั้งเล่าเรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร ยาที่ใช้ โรคประจำตัว ให้ละเอียดด้วย
|