| แต่หากเล็บของคุณมีลักษณะบางอย่างชวนให้สงสัยว่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เช่น มีสีคล้ำ สีซีดขาว เป็นจุดกระเกล็ดปลา หรือดู เหมือนจะเสียรูปเพราะการติดเชื้อใดๆ เรามีข้อแนะนำเพิ่มเติมโดย ดร.ซิลเวีย ไบรซ์ และ ดร.พอล เคชิจิอัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรค ผิวหนัง ได้ชี้ให้เห็นถึงลักษณะเล็บเสียที่แสดงว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ และจะมีลักษณะแตกต่างกันไป (ตามรูป) ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ควรแก้ไขอย่างไร ดังนี้ |
| 1. เล็บหนา ผิวเล็บร่อนเปราะ อาจมีสาเหตุมาจากเชื้อราซึ่งเกิดเพราะความอับชื้น แล้วคุณไม่ได้รักษาความสะอาดดีพอ ปัญหานี้มักจะเกิดกับนักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หากปล่อยทิ้งไว้ เล็บคุณอาจหัก กร่อนและเสียมากขึ้น จนถึงขั้นไม่มีการงอกใหม่ คุณควรไปพบแพทย์โรคผิวหนัง ซึ่งสามารถ แนะนำและรักษาได้อย่างถูกวิธี |
| 2. เล็บมีสีดำคล้ำผิดไปจากสีเล็บปกติ อาจเกิดจากการที่เล็บของคุณไปกระทบกระแทกกับสิ่งใดแรงๆ และหากบริเวณปลายนิ้วมีอาการ บวมเป่งด้วย อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบไปพบแพทย์โรคผิวหนัง และที่สำคัญอย่าแคะเขี่ย เพื่อให้อาการ บวมเป่งนั้นยุบแฟบ เพราะหากนิ้วและเล็บคุณเป็นแผล อาจเกิดการติดเชื้อลุกลามได้ |
| 3. เล็บเปลี่ยนเป็นสีต่างจากสีเล็บปกติ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง น้ำเงิน เหลือง น้ำตาลหรือสีอื่นใดที่ผิดจากปกติโดยที่ไม่ได้เกิดจากการกระทบ กระแทกหรือเสียดสีใดๆ ให้คิดก่อนว่านั่นอาจหมายถึงเล็บของคุณเกิดการติดเชื้อ ควรไปพบแพทย์ โรคผิวหนังเพื่อรับการตรวจรักษา |
| 4. เกิดร่องระหว่างเล็บกับผิวหนัง และเล็บมีเส้นสีขาว อาการลักษณะนี้มักจะเกิดในแนวขวางหรือแนวนอนของเล็บ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นผลมาจาก อาการเจ็บป่วยอื่นๆ ของร่างกาย หรือเป็นแผลที่เกิดหลังจากการผ่าตัด ลักษณะดังกล่าวนี้ไม่เป็น อันตรายแต่อย่างใด |
| 5. เล็บเป็นจุดกระขาวๆ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเล็บลักษณะนี้ไม่มีอันตรายใดๆ กับสุขภาพ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก การเสียดสีหรือกระทบกระแทก สามารถหายได้เองในไม่ช้า |
| 6. มีเส้นสีน้ำตาลหรือเส้นสีแดงบนเล็บ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตราย สาเหตุมักจะเกิดจากการเสียดสีหรือกระทบกระแทก ซึ่งจะหายไป ในไม่ช้า แต่หากไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น ลักษณะนี้อาจบ่งชี้ว่าเล็บของคุณ เกิดการติดเชื้อได้เหมือนกัน ควรไปพบแพทย์โรคผิวหนังเป็นดีที่สุด |
| 7. มีเส้นหรือแนวสีเข้มบนเล็บ หากไม่ได้มีสาเหตุมาจากการกระทบกระแทกหรือบาดเจ็บใดๆ และไม่มีทีท่าจะจางหายไปสักที นั่นอาจเป็นสัญญาณอันตรายบอกถึงอาการมะเร็งผิวหนังได้ คุณควรไปพบแพทย์โรคผิวหนังเพื่อ ทำการตรวจให้แน่ใจ อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจสายเกินแก้ |
| 8. มีจุดสีเหลืองหรือจุดเล็กๆ บนเล็บ อาจเป็นอาการของโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งทำให้ผิวหนังลอกกร่อน โดยปกติจะเกิดบริเวณข้อศอก หัวเข่า หรือบนหนังศรีษะ แต่ก็มีพบว่าเกิดกับเล็บได้เหมือนกัน ทางที่ดีคุณควรไปพบแพทย์โรคผิวหนังเพื่อรับ การตรวจและรักษาให้หาย |
| 9. เล็บขบ ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผิวหนังบริเวณขอบเล็บด้านข้าง หากไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ก็ให้คุณ ใช้ที่ ตัดเล็บคมๆ ตัดขอบเล็บที่งอกเกินและหนังแข็งที่หุ้มเล็บนั้นทิ้ง แต่หากมีอาการเจ็บปวด ให้ไปพบแพทย์โรคผิวหนังทันทีเพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจมีอาการเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นและอาจ เกิดปัญหา อื่นตามมา เช่น นิ้วบวมหรือเกิดการติดเชื้อ |
| 10. ขอบเล็บงอกผิดปกติ อาจมีลักษณะคร่อมผิวหนังบริเวณโคนเล็บ หรืองอกเข้าไปในเนื้อบริเวณขอบเล็บ โดยเฉพาะ ขอบเล็บด้านข้าง สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากอาการบาดเจ็บของเล็บ หรือเกิดจากการที่คุณ ตัดเล็บ ไม่ถูกวิธี หากไม่มีอาการเจ็บปวด ให้คุณใช้ที่ตัดเล็บคมๆ ตัดแต่งขอบเล็บใหม่ ตัดเล็มหนังแข็งที่ เกิดเพราะเหตุนี้ทิ้งไป และอาจใช้ครีมทาผิวหนังนวดผิวหนังบริเวณนั้นบ่อยๆ เพื่อให้ผิวรอบๆ ขอบเล็บอ่อนตัวลง เมื่อเล็บงอกใหม่จะได้เป็นปกติ |
| ดูแลตัดแต่งทำความสะอาดเล็บของคุณสัปดาห์ละครั้งอย่างสม่ำเสมอ ระวังอย่าให้กระทบกระแทกหรือเสียดสีกับสิ่งใดๆ เพียงแค่นี้คุณก็จะเป็นเจ้าของเล็บที่ดูสวย ดูดีมีสุขภาพ แถมเสริมบุคลิกภาพให้คุณดูดีอีกด้วย |
จากนิตยสาร "หมอชาวบ้าน" ฉบับเดือนมกราคม 2543 โดยคุณสุดใจ สิทธิดำรง แปลและเรียบเรียง จาก Men's Health ฉบับเดือนพฤษภาคม 2543 |