S5 User Choice
February 11, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow โรคผู้สูงอายุ arrow การใช้ยาในภาวะไขมันในเลือดสูง arrow บทความที่น่าสนใจ arrow โรคผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ โรคผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก

การใช้ยาในภาวะไขมันในเลือดสูง
Digg!

Rating 3.0/5 (4 votes)


ldl_high_cholesterol_foods.jpg 1. คำถาม : ไขมันในเลือดได้แก่ สารชนิดใดบ้าง

ไขมันในเลือดที่สำคัญ ได้แก่ โคเลสเตอรอล (cholesterol), ไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglyceride), ฟอสโฟไลปิด (phospholipids)
ซึ่งไขมันเหล่านี้มีหน้าที่ๆแตกต่างกัน คือ

โคเลสเตอรอล (cholesterol)ถึงแม้จะไม่สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายได้ แต่ก็มีประโยชน์ดังนี้
นำมาสร้างน้ำดี เพื่อใช้สำหรับย่อยไขมัน
สร้างฮอร์โมนบางชนิด
เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์

ไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglyceride) เป็นไขมันที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย, เป็นรูปแบบไขมันที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ (เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานเมื่อจำเป็น)

ฟอสโฟไลปิด (phospholipids)ส่วนมากจะเป็น phosphatidylcholine หรือ lecithin หน้าที่ของ lecithin ในร่างกาย เช่น การเป็นสารประกอบของผนังเซลล์, ช่วยในการทำให้ไขมันแตกออกกลายเป็นหยดเล็กๆและถูกย่อยได้ง่ายขึ้น

hdl-ldl.jpg2. คำถาม :เคยได้ยินไขมันที่มีชื่อ LDL และ HDL หรือ ไขมันชนิดเลว และชนิดดี มีความแตกต่างจากไขมันที่กล่าวไปแล้วอย่างไรบ้าง

ไขมันที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ทั้งโคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอร์ไรด์, และ ฟอสโฟไลปิด ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างนั้น การนำพา หรือเคลื่อนย้ายของไขมันเหล่านี้จากอวัยวะหนึ่งไปยังอวัยวะหนึ่งผ่านทางกระแสเลือด จะต้องรวมอยู่กับโปรตีนเพื่อให้สามารถละลายอยู่ในน้ำเลือดได้ ซึ่งการอยู่รวมกับโปรตีนนี้จะเกิดเป็นสารประกอบที่เรียกว่า ไลโปโปรตีน (lipoprotein หรือ LP) ไลโปโปรตีน มีหลายชนิด สามารถแบ่งเป็นชนิดต่างๆโดยอาศัยความหนาแน่นที่ต่างกันได้เป็น 4 ชนิด คือ
ไคโลไมครอน (Chylomicron)
ไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำมาก (very low density LP)(VLDL)
ไลโปโปรตีนความหนาแน่นต่ำ (low density LP)(LDL)
ไลโปโปรตีนความหนาแน่นสูง(high density LP)(HDL)

Chylomicron: ทำหน้าที่ขนย้ายไขมัน (Triglyceride)ที่ได้รับจากอาหารไขมันเข้าสู่กระแสเลือด

VLDL : เป็น LP หลักในการขนย้าย triglyceride ที่ร่างกายสังเคราะห์ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย

LDL : เป็น LP ที่ใช้ในการขนส่ง cholesterol ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย (ซึ่งโดยส่วนใหญ่ของ cholesterol ในกระแสเลือดจะอยู่ใน LDL) ในกรณีที่มี cholesterol สูงเกินไป ก็อาจจะเกิดการสะสมของไขมันที่ผนังหลอดเลือดได้และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นจึงจัด LDL-C เป็นไขมันชนิดไม่ดี ตรงกันข้าม HDL-C

HDL : เป็น LP ที่ใช้ในการขนถ่าย cholesterol ส่วนเกินจากเนื้อเยื่อรวมทั้งที่ผนังหลอดเลือดส่งกลับมาเผาผลาญที่ตับ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ cholesterol เกิดการสะสมที่บริเวณผนังหลอดเลือดได้ จึงจัด HDL เป็นไขมันชนิดดี ถ้ามีมากจะมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

3. คำถาม :ผลเสียของการมีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ

ภาวะไขมันในเลือดที่ผิดปกติเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) โดยเกิดจากการมีไขมัน ไม่ว่าจะเป็น cholesterol หรือ triglyceride สะสมที่ผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้น หลอดเลือดแข็งตัวไม่ยืดหยุ่นและมีรูที่ตีบแคบลง ทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งนี้อาจเกิดกับหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจ หรือหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะอื่นๆก็ได้ ซึ่งจะทำให้อวัยวะส่วนนั้นได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอเกิดเป็นเนื้อตาย เช่นการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งหากเกิดการอุดตันสนิทก็จะทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หรือหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือดเกิดเนื้อสมองตาย ผู้ป่วยมีอาการอัมพาต หรือตายได้ ซึ่งโรคเหล่านี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของประชาชนชาวไทยในปัจจุบัน

4. คำถาม : มีเฉพาะไขมันในเลือดที่ผิดปกติเท่านั้นหรือไม่ที่ทำให้เกิดโรคต่อหัวใจและหลอดเลือด

ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่อหัวใจและหลอดเลือด
การสูบบุหรี่
ความดันโลหิตสูง (BP ³ 140/90 mmHg หรือกำลังรับประทานยาลดความดัน)
HDL-C < 40 mg/dl
มีประวัติของคนในครอบครัวเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยญาติที่เป็นเพศชายเสียชีวิตก่อน 55 ปี และญาติที่เป็นเพศหญิงเสียชีวิตก่อน 65 ปี
เพศและอายุ (เพศชาย อายุ ³ 45 ปี, เพศหญิง อายุ ³ 55 ปี หรือตัดรังไข่โดยไม่ได้รับฮอร์โมนชดเชย)

5. คำถาม :เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินภาวะไขมันในเลือดสูง

การศึกษาพบว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดน้อยนั้นควรมีระดับไขมันในเลือดดังนี้ TC (total cholesterol, ระดับ cholesterol ทั้งหมด) < 200 mg/dl HDL-C ³ 40 mg/dl Triglyceride < 150 mg/dl หรือหากพิจารณาถึง LDL-C ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จะมีเกณฑ์ ดังนี้

- ผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว หรือผู้ป่วยเบาหวานไม่ว่าจะมีโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่ก็ตาม ควรจะมีระดับ LDL-C < 100 mg/dl

- ผู้ที่ไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่มีปัจจัยเสี่ยง ³ 2 ข้อ (ตามข้อ 4) ระดับ LDL-C ไม่ควรเกิน 130 mg/dl

- ผู้ที่ไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด และมีปัจจัยเสี่ยง < 2 ข้อ (ตามข้อ 4) ระดับ LDL-C ไม่ควรเกิน 160 mg/dl

ดังนั้น ระดับไขมันที่ผิดปกติ คือการมี TC > 200 mg/dl, HDL < 40 mg/dl , TG > 150 mg/dl หรือการมีระดับ LDL-C เกินกว่าที่กำหนดไว้ใน

แต่ละกลุ่มผู้ป่วย

6. คำถาม :สาเหตุของการเกิดภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ
จากความผิดปกติทางพันธุกรรมบางอย่าง
การเจ็บป่วยด้วยโรคบางอย่าง เช่น โรคตับ, โรคไต บางชนิด, ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน, โรคเบาหวาน ซึ่งต้องแก้ไขหรือควบคุมโรคเหล่านี้ได้จึงจะทำให้ระดับไขมันในเลือดกลับสู่ระดับปกติได้
ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะกลุ่ม Thiazide, ยากลุ่ม b -blockers ซึ่งอาจจะพบในผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยาเหล่านี้ การควบคุมอาหารอาจทำให้ผู้ป่วยไม่จำเป็นที่จะต้องรับประทานยาลดระดับไขมันในเลือดในระหว่างที่ใช้ยาเหล่านี้
การรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทาน กะทิ, หมู 3 ชั้น, เนื้อสัตว์ที่มีมันมาก, หนังสัตว์, เนย หรือการรับประทานอาหารจำพวกไข่แดง, เครื่องในสัตว์, อาหารทะเล เช่น หอยนางรม,ปลาหมึก, กุ้ง ซึ่งมี cholesterol สูง เหล่านี้จะทำให้ระดับ cholesterol สูงขึ้นได้

7. คำถาม :เพราะเหตุใดผู้ป่วยที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติจึงควรต้องได้รับการรักษา

เพื่อลดโอกาสของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคดังกล่าวแล้ว การลดระดับไขมันให้อยู่ในระดับปกติก็เพื่อลดการกำเริบหรือควบคุมไม่ให้เป็นมากขึ้น

8. คำถาม :ผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติจำเป็นต้องรับประทานยาทุกคน หรือไม่

หากทราบสาเหตุที่ทำให้ระดับไขมันในเลือดสูงขึ้น แล้วทำการแก้ไขที่สาเหตุนั้น ก็จะทำให้ระดับไขมันในเลือดกลับเป็นปกติได้ นอกจากนี้การรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติอาจทำได้โดยวิธีการไม่ใช้ยา ซึ่งได้แก่ การควบคุมการบริโภคอาหาร, การลดน้ำหนัก, การออกกำลังกาย, งดสูบบุหรี่, ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นวิธีที่ควรจะทำในการรักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติก่อนที่จะเริ่มใช้ยา โดยมีระยะเวลาของการควบคุมอาหารและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนานประมาณ 6-12 สัปดาห์ โดยทำการตรวจวัดระดับไขมันในเลือดเป็นระยะ หากผู้ป่วยมีระดับไขมันในเลือดลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยา แต่หากไม่สามารถควบคุมได้ด้วยวิธีดังกล่าวก็ควรที่จะใช้ยาร่วมด้วย (ในกรณีผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจจะต้องรับประทานยาภายหลังจากลองให้ใช้วิธีควบคุมอาหารเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก่อน)

9. คำถาม : หากผู้ป่วยรับประทานยาแล้วยังจำเป็นต้องควบคุมอาหารด้วยหรือไม่

การรักษาด้วยยาไม่ว่าจะเป็นยาในกลุ่มใดก็ควรกระทำพร้อมๆกับการควบคุมอาหาร, การออกกำลังกาย, การควบคุมน้ำหนัก หรือแก้ไขปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย ทั้งนี้เพราะหากไม่ทำควบคู่แล้วอาจทำให้การใช้ยาไม่ได้ผลดีนัก และจำเป็นต้องเพิ่มขนาดยา หรือ ใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน

10. คำถาม : ควรจะตรวจวัดระดับไขมันในเลือดเมื่อไร ภายหลังจากที่ใช้ยาแล้ว

โดยทั่วไปแล้ว จะเริ่มให้ยาในขนาดต่ำก่อนแล้วจึงค่อยๆเพิ่มขนาดยาจนสามารถลดระดับ

ไขมันในเลือดได้ตามต้องการ ดังนั้นควรทำการตรวจวัดระดับไขมัน ภายหลังจากที่รับประทานยาแล้วประมาณ 6-12 สัปดาห์ ทั้งนี้เพราะยานั้นออกฤทธิ์ได้เต็มที่แล้ว และหากจำเป็นต้องปรับขนาดยาก็สามารถทำได้

11. คำถาม :มีข้อควรระวังของการใช้ยาลดระดับไขมันในเลือดอย่างไรบ้าง
อาการข้างเคียงหรือ อาการไม่พึงประสงค์ของยา : ผู้ป่วยควรทราบถึงอาการข้างเคียงหรือ อาการไม่พึงประสงค์ของยาที่ตนเองใช้อยู่ เพราะอาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยา ซึ่งยาลดระดับไขมันในเลือดโดยส่วนใหญ่ หรือทุกกลุ่มจะทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อทางเดินอาหารได้ เช่น ทำให้ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย แต่มักจะไม่รุนแรง อาจหายไปได้เมื่อใช้ยาต่อสักระยะหนึ่ง แต่ก็จะมีอาการไม่พึงประสงค์บางอย่างที่รุนแรง และควรจะกลับไปพบแพทย์ เช่น การเกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยไม่ได้มีสาเหตุจากปัจจัยอื่นนอกจากยาที่รับประทาน หรือการเกิดภาวะตับอักเสบ ซึ่งจะทำให้มีเอนไซม์ของตับเพิ่มขึ้นจากค่าปกติหลายเท่า ซึ่งการเกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ หรือภาวะตับอักเสบ มีรายงานการเกิดจากยาในกลุ่ม statin เช่น simvastatin, atorvastatin และ ยาในกลุ่ม fibrate เช่น gemfibrozil, fenofibrate เป็นต้น อย่างไรก็ตามเมื่อหยุดยาแล้วภาวะต่างๆเหล่านั้นก็จะกลับเป็นปกติได้ จากการที่ยาอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าว จึงควรทำการตรวจวัดการทำงานของตับ หรือ เอนไซม์จากตับก่อนที่จะเริ่มใช้ยา และควรจะติดตามวัดระดับเอนไซม์จากตับประมาณ 6-12 สัปดาห์ หลังเริ่มใช้ยา และควรจะติดตามวัดระดับเอนไซม์จากตับเป็นระยะต่อไป เช่น ทุก 6-12 เดือน

12. คำถาม :ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาลดระดับไขมันในเลือดตลอดไป หรือไม่

จำเป็นต้องรับประทานยาไปตลอด เนื่องจากภาวะนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรือจัดเป็นโรคเรื้อรัง ดังนั้นผู้ป่วยจึงจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาไปโดยตลอด และหากหยุดรับประทานยา ก็จะทำให้ระดับไขมันในเลือดกลับสูงขึ้นดังเดิม
ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้