S5 User Choice
July 30, 2010
ศูนย์พยาบาล 24 ชั่วโมง คลิกดูรายละเอียดสายใยสัมพันธ์เนอร์สซิ่งโฮมแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow ยาน่ารู้ arrow อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา arrow บทความที่น่าสนใจ arrow ยาที่ควรรู้จัก และทำความเข้าใจ 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ ยาที่ควรรู้จัก และทำความเข้าใจ

อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
Digg!

Rating 2.5/5 (2 votes)

vitamin e1.jpgจากคำกล่าวที่ว่า “ยามีคุณอนันต์แต่ก็มีโทษมหันต์” เป็นคำกล่าวที่เป็นจริงเสมอ เมื่อมีการนำยามาใช้ในการรักษาโรค นั่นคือ ยังไม่มียาตัวใดที่มีความปลอดภัยในการใช้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นยาชนิดใดก็ตาม มักจะก่อให้เกิดผลทั้งในแง่ดีที่ให้ผลในการรักษาโรคหรืออาการต่าง ๆ และ ให้ผลที่เราไม่ต้องการหรืออาการที่ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
            
                อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ก็คือ อาการใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาในขนาดการรักษา แล้วเกิดผลหรืออาการที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น  ซึ่งแบ่งออกเป็นลักษณะใหญ่ได้เป็น 2 แบบคือ

1spirulina1.jpg.       อาการไม่พึงประสงค์ที่มีผลขึ้นอยู่กับขนาดยาที่ใช้

2.       อาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่ขึ้นกับขนาดยา หรือที่เราเรียกว่า การแพ้ยา

 

อาการไม่พึงประสงค์ที่มีผลขึ้นกับขนาดยาที่ใช้

อาการไม่พึงประสงค์ที่มีผลขึ้นกับขนาดยาที่ใช้ คือ หากใช้ยาในขนาดสูงขึ้นอาการไม่พึงประสงค์ก็จะรุนแรงตามไปด้วย อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดอาจเกิดจากการออกฤทธิ์ที่อวัยวะเป้าหมายโดยตรงเพื่อผลในการรักษาหรือป้องกันโรค เช่น การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ถ้าใช้ในขนาดสูงเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการเลือดออกง่าย เช่น เลือดออกเวลาแปรงฟัน เลือดกำเดาไหล มีอาการเป็นจ้ำเขียวตามผิวหนัง ซึ่งก็สามารถแก้ไขหรือป้องกันได้โดยลดขนาดยาลงให้ต่ำลง เพื่อไม่ให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์แต่ก็ยังมีผลในการรักษาได้
aspirin.jpg
                นอกจากยาไปออกฤทธิ์ที่อวัยวะเป้าหมายโดยตรงแล้ว ยายังไปมีผลต่ออวัยวะอื่นๆได้ด้วย ทำให้ยามีฤทธิ์มากกว่าหนึ่งอย่าง ดังนั้นจึงเกิดผลข้างเคียงที่เราไม่ต้องการนอกเหนือจากผลการรักษาได้ ตัวอย่างเช่น ยาแอสไพริน นอกจากจะใช้แก้อาการปวด ลดการอักเสบของกระดูกและข้อแล้ว ยาจะไปมีผลต่อกระเพาะอาหารก่อให้เกิดการระคายเคือง ถ้าใช้เป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้เกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ อย่างไรก็ตามอาการจะเกิดขึ้นรุนแรงมากหรือน้อยขึ้นกับความทนต่อยาของผู้ป่วยเอง และขึ้นกับระยะเวลาในการได้รับยาด้วย

                ผู้ป่วยที่ใช้ยาในขนาดสูงและใช้ติดต่อกันนานจะทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นได้มาก  เช่น ยาพาราเซตามอล ใช้สำหรับแก้ปวดลดไข้ ถ้าใช้เกินวันละ 8 เม็ด ติดต่อกันนานเกิน 10 วัน ก็อาจจะทำให้เกิดพิษต่อตับได้

 
 อาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่ขึ้นกับขนาดยาที่ใช้หรือการแพ้ยา

                อาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่ขึ้นกับขนาดยาที่ใช้ ซึ่งเราเรียกว่า การแพ้ยา การแพ้ยาเป็นภาวะที่ร่างกายตอบสนองยาอย่างผิดปกติ มักคาดหมายไม่ได้ เพราะไม่ใช่ฤทธิ์ของยา ไม่ขึ้นกับขนาดของยาที่ใช้  การแพ้ยาเกิดเนื่องจากการได้รับยาชนิดนั้นหรือได้รับสารที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกับยาชนิดนั้นมาก่อน แล้วไปกระตุ้นร่างกายให้สร้างสารที่เรียกว่าสิ่งต่อต้านขึ้น เมื่อร่างกายได้รับยาซ้ำอีกครั้งจะเกิดปฏิกิริยาทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้น การได้รับยาเพียงขนาดเล็กน้อยก็ก่อให้เกิดการแพ้ยาได้ อาการแพ้ที่เกิดอาจมีอาการเล็กน้อย เช่น เกิดผื่นคัน จนถึงรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอาการรุนแรงระดับนี้มักเกิดจาการใช้ยาฉีดและเกิดขึ้นทันทีทันใด เช่น ยาฉีดเพ็นนิซิลลิน หากแพ้ยานี้อาจทำให้เกิดอาการที่เราเรียกว่า ช็อคจาการแพ้ คือเป็นลม ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ บางรายอาจหยุดหายใจ

                อุบัติการณ์ของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ชนิดนี้ ค่อนข้างต่ำ  (น้อยกว่า 20 %) แต่อัตราการตายจะสูง  และเมื่อเกิดอาการขึ้นมีวิธีแก้เพียงประการเดียวคือ ต้องให้ผู้ป่วยหยุดยานั้น และให้การรักษาตามอาการ

      

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์

1.       ผู้สูงอายุ คนชรา ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตลดลง ทำให้กระบวนการทำลายยาและการขจัดยาออกจากจากร่างกายลดลง อาจทำให้ระดับยาในร่างกายสูงกว่าปกติ ดังนั้น อาจต้องลดขนาดยาลงในผู้สูงอายุ เช่น ยาคลายเครียด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หรือที่เราเรียกว่า NSAIDs

2.       เด็ก ในเด็กการทำงานของตับและไตยังทำงานไม่เต็มที่ มีโอกาสเกิดอาการไม่พึงสงค์จากการใช้ยาได้มากกว่าผู้ใหญ่ มียาบางชนิดห้ามใช้ในเด็ก เช่น เตตร้าไซคลิน ทำให้ฟันเหลืองดำ เพราะยาชอบไปจับกระดูกและฟัน

3.       ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ จะมีโอกาสเกิดการแพ้ยาได้ง่ายกว่าคนปกติเนื่องจากร่างกายมีการสร้างสารต้านทานมากกว่าคนปกติ

4.       ผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ในบางคนจะมีความผิดปกติทางพันธุกรรมในการตอบสนองต่อยา เช่น คนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ถ้าได้รับยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มซัลฟา คลอแรมเฟนนิคอล และยาแก้มาลาเรียกลุ่มคลอโรควิน อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางเนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตกได้

5.       ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต จะมีความเสี่ยงต่อการใช้ยามากว่าปกติ เนื่องจากการทำลายยาและการขับยาออกจากร่างกายลดลง ทำให้ระดับยาในร่างกายสูงขึ้นกว่าคนปกติจนอาจเป็นอันตรายได้

6.       ผู้ที่ต้องใช้ยาหลายๆชนิดพร้อมกัน อาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้เนื่องจากเกิดปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยา ยาบางชนิดเมื่อใช้ร่วมกันอาจมีผลดังนี้

§       ทำให้ยาอีกตัวหนึ่งมีระดับยาสูงขึ้นได้ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Erythromycin ร่วมกับยาขยายหลอดลมพวก theophylline จะทำให้ระดับยาในเลือดของ theophylline สูงขึ้น เกิดพิษจากยาขยายหลอดลมนี้ได้

§        ทำให้ยาอีกตัวหนึ่งมีระดับยาน้อยลงได้ เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะบางตัว เช่น ยากลุ่มเพ็นนิซิลลิน เตตร้าไซคลิน จะทำให้ตับเกิดการทำลายยาคุมกำเนิดมากขึ้น ฤทธิ์การคุมกำเนิดลดลง มีโอกาสตั้งครรภ์ได้

§       ยาอาจเสริมฤทธิ์ จนทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ เช่น  การใช้ยาลดน้ำมูก ร่วมกับยาคลายกังวล จะทำให้เกิดอาการง่วงนอนมากขึ้น การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับยาต้านการอักเสบของข้อและกระดูก จะมีความเสี่ยงจากภาวะเลือดออกง่ายได้มากขึ้น

§       ยาอาจต้านฤทธิ์กัน ทำให้ยาอีกตัวหนึ่งออกฤทธิ์น้อยลง เช่น ยาลดกรดทีมีอลูมิเนียมหรือแคลเซียม จะลดการดูดซึมยาบางชนิด เช่น เตตร้าไซคลิน ทำให้มียาที่ออกฤทธิ์ในร่างกายน้อยลง

7.       ผู้ที่เป็นโรคหลายๆโรคพร้อมกัน ทำให้ต้องใช้ยาหลายชนิดในการรักษาโรค มีโอกาสที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้มาก เช่น ยาขับปัสสาวะบางชนิดจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงร่วมกับเบาหวาน หรือคนที่เป็นโรคเก๊าท์ การกินยาขับปัสสาวะกลุ่ม thaiazide ก็จะทำให้อาการกำเริบได้ ยาแก้คัดจมูก ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยากินแก้คัดจมูกในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง อาจใช้ยาพ่นจมูกเพื่อให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่แทน เป็นต้น

8.       หญิงมีครรภ์ การใช้ยามีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเองระหว่างตั้งครรภ์

 

การแก้ไขและป้องกันการเกิดอาการไม่พึงประสงค์

การแก้ไข

ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย และความทนต่อยาของผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง ไม่รบกวนต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็อาจใช้ยานั้นต่อไป โดยไม่ต้องหยุดการรักษาใด ๆ เช่น การที่มีปัสสาวะเปลี่ยนสีจาการใช้ยาปฏิชีวนะบางตัว หรือการทำให้อุจจาระมีสีดำเนื่องจากยาบำรุงธาตุเหล็ก ก็ไม่ต้องหยุดยา

แต่ถ้าเป็นภาวะที่มีอุจจาระเปลี่ยนสี เนื่องจากยาไปทำให้เกิดภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร เช่น ยาแก้ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อบางชนิด จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร จนมีเลือดออกและทำให้อุจจาระเป็นสีดำ ก็ต้องหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที หรือผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอ็นไซม์ G6PD ถ้าได้รับยาแอสไพรินหรือยากลุ่มซัลฟา ก็อาจเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตก ทำให้ปัสสาวะมีสีคล้ำเหมือนชาหรอโค้ก ก็ต้องหยุดยาและรีบไปพบแพทย์ทันที

กรณีเกิดการแพ้ยาเพียงเล็กน้อย ก่อให้เกิดอาการผื่นคัน เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพ็นนิซิลลิน หรือซัลฟาก็ให้หยุดยาทันที และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร อาการผื่นคันจากการแพ้ยาจะค่อย ๆหายไปในไม่กี่วันหลังจากหยุดยา แต่ถ้าเป็นมากก็อาจต้องให้ยากินแก้แพ้

อาการบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นแต่ไม่เป็นอันตราย ไม่จำเป็นต้องหยุดยา แต่ควรได้รับการเตือนให้มีความระมัดระวังในการใช้ยา เช่น อาการง่วงนอนจาการใช้ยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูก ต้องระมัดระวังไม่ไปขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หรือยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหาร อาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ก็ไม่ควรกินยาตอนท้องว่างให้กินยาหลังอาหารทันที และดื่มน้ำตามมากๆ  เช่น ยาแก้ปวดข้อและกล้ามเนื้อ หรือยาปฏิชีวนะบางชนิด

การป้องกัน

1.       ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะยาบางชนิดอาจใช้ไม่ได้ในผู้ป่วยบางโรค หรือยาบางชนิดใช้ร่วมกันไม่ได้

2.       ต้องบอกแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่าแพ้ยาอะไร

3.       หากมีโรคประจำตัว หรือมีโรคทางพันธุกรรม ต้องบอกแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับยา

4.       เมื่อได้รับยา ควรสอบถามทุกครั้งว่า ควรระมัดระวังในการใช้ยานั้นอย่างไร และยาอาจจะทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์หรืออาการข้างเคียงอย่างไรบ้าง

5.       หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นหรือสงสัยว่าเกิดจากการใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งแล้ว ควรต้องหยุดยาและปรึกษาแพทย์และเภสัชกรว่าสมควรใช้ยานั้นหรือไม่

6.       หากเกิดการแพ้ยา สังเกตได้จากอาการผื่นคัน หายใจขัด หน้าบวม ไม่ควรใช้ยานั้นอีก รวมทั้งยาที่มีสูตรโครงสร้างใกล้เคียงกันด้วย ผู้ที่แพ้ยาใด ควรจดและจำชื่อยานั้น และบอกแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งว่าแพ้ยาอะไรอยู่

7.       ไม่ควรกินยาพร่ำเพรื่อ หรือซื้อยากินเองจากการบอกต่อจากผู้อื่น เนื่องจากยาแต่ละชนิดจะเหมาะกับอาการหรือโรคในแต่ละคนไม่เหมือนกัน

8.       ไม่ควรกินยาชุด เพราะไม่รู้ว่าเป็นยาอะไรบ้าง มีความเสี่ยงจากการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้มาก

9.       บางครั้งผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ยาบางชนิดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้นแพทย์หรือเภสัชกรจำเป็นต้องทำการติดตามลการใช้ยานั้น เช่น การตรวจวัดระดับยาในเลือด การตรวจการทำงานของตับไต การตรวจนับเม็ดเลือด เกล็ดเลือด หรือระดับเกลือแร่ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดความผิดปกติเป็นระยะๆ  เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยเหล่านี้ควรกลับไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อประเมินผลการใช้ยา และหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้น จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

 

กล่าวโดยสรุปแล้ว ยาเกือบทุกชนิดทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ แต่จะเกิดมากหรือน้อยนอกจากขึ้นกับชนิดและขนาดของตัวยาแล้ว ก็ขึ้นกับสภาวะร่างกายและความทนต่อยาของผู้ป่วยด้วย อาการไม่พึงประสงค์บางชนิดสามารถป้องกันได้หรือลดความรุนแรงลงได้ หากมีความระมัดระวังในการใช้ แต่บางชนิดก็ไม่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นก่อนใช้ยาทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร และบอกผู้จ่ายยาทุกครั้งว่ามีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาอะไรอยู่

 

เอกสารอ้างอิง

คู่มือการติดตามอาการไม่พึงประสงค์จาการใช้ยา โดย ศูนย์ติดตามอาการไม่พึงประสงค์จาการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ โครงการจัดตั้งภาควิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
rk_banner.gif
baan_auainruk2.gif สบายดี เนอสซิ่งโฮม new_ads_300x100.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้