ดัชนีศูนย์/โรงเรียน พืชผัก ผักที่เป็นยา |
| กระเจี๊ยบ |
กระเจี๊ยบ
กระเจี๊ยบ เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงราว 3 - 6 ศอก ลำต้นและกิ่งกานมีสีม่วงแดง ใบมีหลายแบบ ขอบใบเรียบ บางครั้งมีหยักเว้า 3 หยัก ดอกสีชมพู ตรงกลางมีสีเข้มกว่าส่วนนอกของกลีบ เมื่อกลีบดอกร่วงโรยไปกลีบรองดอก และกลีบเลี้ยงจะเจริญขึ้น มีสีม่วงแดงเข้มหุ้มเมล็ดไว้ภายใน การปลูก ใช้เมล็ดปลูก เริ่มปลูกในช่วงปลายฤดูฝน ปลูกโดยการไถพรวนดินก่อน ขุดหลุมและปลูกหลุมละ 2 - 3 เมล็ด ระยะห่าง 0.5 - 1 เมตร เมื่อต้นอ่อนงอกแล้วให้ถอนออกเหลือหลุมละ 1 - 2 ต้น สนใจดูแลน้ำและกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ 1 เดือนแรกของการปลูก กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมให้ ประชาชนปลูก มีตลาดทั้งในประเทศและนอกประเทศ เช่นประเทศเยอรมัน สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ส่วนที่ใช้เป็นยา กลีบเลี้ยงและกลีบรองดอก ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา ตั้งแต่เริ่มปลูกถึงเวลาที่เก็บเกี่ยวใช้เวลา 4 เดือน ถึง 4 เดือนครึ่ง รสและสรรพคุณยาไทย กลีบรองดอก กลีบเลี้ยงและใบ มีรสเปรี้ยว ใช้เป็นยากัดเสมหะ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ กลีบรองดอกและกลีบเลี้ยงมีสารชื่อ แอนโธไซยานิน ( Anthocyanin ) จึงทำให้มีสีม่วง และ ประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิด ในปี พ.ศ. 2522 - 2524 นพ. วีรสิงห์ เมืองมั่นและคณะ คณะแพทย์รามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดลได้ศึกษาสรรพคุณของกระเจี๊ยบแดง โดยการใช้ผงกระเจี๊ยบที่ทำมาจากกลีบรองดอก และกลีบเลี้ยงตากแห้งบดเป็นผงขนาด 3 กรัมชงในน้ำเดือด 1 ถ้วยแก้ว ( 300 ซีซี ) ดื่มวันละ 3 ครั้งนาน 7 วันถึง 1 ปีรักษาผู้ป่วยโรคนิ่ว และการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ 73 คน พบว่าทำให้ปัสสาวะเป็นกรด ใสและถ่ายสะดวกขึ้นมาก และยังช่วยลดการอักเสบหลังผ่าตัดนิ่วด้วย เห็นได้ว่ากระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะได้ดี วิธีใช้ ใช้เป็นยารักษาอาการขัดเบา โดยนำเอากลีบเลี้ยงและกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแดดและบดเป็นผงใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา ( 3 กรัม ) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย 250 ซีซี ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาจะหาย คุณค่าด้านอาหาร กลีบรองดอกและกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบแดง รสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำเติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบแดงใช้เป็นผักได้ หรือใช้แกงส้มได้รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า " ส้มพอเหมาะ " ในใบมีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซี่ยม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ที่
กระเจี๊ยบมอญ
(Okra)
<-การปลูกจำใช้เมล็ดพันธุ์
500 กรัม/ไร่ พันธุ์พื้นเมืองจะมีต้นสูงใหญ ผลแห้งป่นชงรับประทานครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ และดื่มน้ำตามวันละ 3-4 ครั้ง ช่วยรักาาโรคกระเพาะ ผล มีสาร pectin และ mucilage ช่วยเคลือบ กระเพาะอาหาร
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
|||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|