|
Cassia siamea Britt..
ชื่อวิทยาศาสตร์
Cassia siamea Britt
วงศ์
Leguminosae
ไม้ขี้เหล็กเป็นไม้ที่ชาวบ้านรู้จักกันดี
สามารถพบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทยสำหรับชื่อจะเรียก
แตกต่างกันไปตามแต่ละภาค คือ ขี้เหล็ก
(ทั่วไปๆ), ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง), ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ), ขี้เหล็กบ้าน (ภาคใต้)
และแตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด เช่น ที่จังหวัดขอนแก่น เรียกว่า ขี้เหล็กแก่น
ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เรียกว่า ผักจี้สี้ โดยปกติแล้วไม้ขี้เหล็กจะไม่ขึ้นในป่าธรรมชาติ
แต่จะพบตามไร่นา หรือตามถนน ชาวบ้านได้อาศัยเก็บยอดอ่อนและดอกของไม้ขี้เหล็กมารับประทานเป็น
อาหาร โดยนำมารับประทานเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก และแกงขี้เหล็กเป็นต้น
ลักษณะทั่วไป
ไม้ขี้เหล็กเป็นไม้ที่มีขนาดปานกลาง จนถึงขนาดใหญ่มีใบเขียวตลอดปี ไม่ผลัดใบเมื่อโตเต็มที่
จะมีความสูงประมาณ 8 – 18 เมตร ระบบรากแผ่กระจาย ลำต้นไม่ค่อยจะเปลาตรงเท่าไรนักเปลือกบางเรียบมีสีเทาปนน้ำตาลหรือเขียว
ปนเทา เมื่อแก่เปลือกนอกอาจมีสีดำและแตกเป็นเกล็ดตามบริเวณโคนต้น โดยปกติไม้ขี้เหล็กมีกิ่งก้านสาขามากแตกออกรอบลำต้นทุกทิศทาง
เรือนยอดแผ่ขยายเป็นพุ่ม
ใบ เป็นช่อแบบขนนก ช่อติดเรียงสลับ ช่อยาวประมาณ 30 ซม. แต่ละช่อมีใบย่อยรูปขอบขนานแคบๆ
กว้าง
ประมาณ 1 ซม. ยาวประมาณ 3.5 ซม. รูปทรงของใบทั้งหมดเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ก้านใบยาว
10 – 20 ซม.
มีใบย่อย 7 – 10 คู่ ก้านใบย่อยยึดติดกับก้านใบใหญ่เป็นคู่ๆ ออกตรงข้าม ใบอ่อนเป็นขนสั้นๆ
เมื่อใบแก่มากๆ ขนนี้จะหายไป ใบย่อยที่อยู่ปลายสุดของช่อจะเป็นใบเดี่ยวๆ เนื้อใบเนียนค่อนข้างบาง
สีเขียวเข้มเป็นมัน ไม่มีขน โคนใบสอบแคบเข้าเล็กน้อย ปลายใบมนหรือหยักเว้าเข้าเล็กน้อย
ขอบใบเรียบ
ผล มีลักษณะเป็นฝักแบนๆ กว้างประมาณ
1.5 เซนติเมตร และยาวถึงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีน้ำตาลและฝักโค้งเล็กน้อย แต่ละฝักมีเมล็ด
20 – 30 เมล็ด เรียงตัวตามขวาง
เมล็ดขี้เหล็กมีขนาดประมาณ 3
x 7 มิลลิเมตร รูปรี แบน สีน้ำตาลเข้มหรือดำ ถ้านำมาชั่ง 1 กิโลกรัม จะมีเมล็ดประมาณ
20,000 – 25,000 เมล็ด
ดอก สีเหลือง ออกรวมกันเป็นช่อใหญ่ๆ ตามปลายกิ่ง ช่อดอกยาวถึง 30 ซม. ก้านช่อย่อยมักติดสลับเวียนกัน
กลุ่มที่อยู่ทางโคนช่อใหญ่จะมีก้านช่อยาวกว่ากลุ่มดอกจะไปรวมกัน ตามบริเวณปลายช่อย่อย
แต่ละกลุ่มมีมากกว่า
10 ดอก กลีบฐานดอกมี 3 – 4 กลีบ กลีบจะงุ้มเป็นรูปช้อนแต่ละกลีบไม่ติดกัน กลีบดอกมี
5 กลีบ โคนกลีบสอบเข้าเล็กน้อย กลีบเป็นอิสระและจะงุ้มเข้าเป็นรูปช้อนหลุดร่วงไว
ดอกที่บานเต็มที่มีขนาดวัดผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 – 4 ซม. ดอกจะออกตามปลายกิ่งเป็นกลุ่มตามความยาวของ
กิ่ง ดอกในกลุ่มเดียวกันจะบานไม่พร้อมกัน โดยจะบานจากดอกที่อยู่โคนช่อไปสู่ปลายช่อ
เกสรตัวผู้มี 10 อัน
รังไข่ รูปรีๆ มีขนประปราย ไข่อ่อนมีมาก
ไม้ขี้เหล็กเดิมเป็นไม้ในบริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นับจากหมู่เกาะต่างๆ ของประเทศอินโดนีเซียไปจนกระทั่งถึงประเทศศรีลังกา
ต่อมามีผู้นำเอาไม้ขี้เหล็กไปปลูกในบริเวณต่างๆ สำหรับในประเทศไทยเราจะพบไม้ขี้เหล็กในแทบทุกจังหวัด
ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ, ภาคกลาง, ภาคใต้ ชาวบ้านนิยมปลูกไม้ขี้เหล็กเป็นไม้ให้ร่มและเป็นไม้ประดับ
ขึ้นได้ในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี
การขยายพันธุ์ 
โดยทั่วไปแล้วนิยมขยายพันธุ์ด้วยการนำเอาเมล็ดมาเพาะ แล้วนำไปปลูกในพื้นที่ที่ต้องการจะปลูก
เพราะเป็นวิธีการสะดวกและประหยัดกว่าวิธีอื่น ไม่ยุ่งยากมาก
ต้นขี้เหล็กโดยปกติจะออกดอกออกผลให้เมล็ดเมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป
ฝักจะแก่พอที่จะเก็บเมล็ดได้ประมาณเดือนเมษายน – พฤษภาคม
สังเกตได้จากฝักแก่จะมีสีค่อนข้างคล้ำหรือ น้ำตาลแก่
การเก็บฝักขี้เหล็กก็จะเก็บจากต้นเลยอย่าปล่อยให้ฝักแก่มาก
เพราะเมื่อฝักแก่มากๆ จะแตกคาต้นทำให้เมล็ดร่วงหล่นยากต่อการเก็บเมล็ด
เมื่อเก็บฝักมาแล้วให้นำไปตากแดดบนผ้าหรือพลาสติก ฝักจะแห้งและแตกอ้ามาก
เมล็ดขี้เหล็กจะหล่นออกมาเอง จากนั้นจึงแยกเมล็ดออก
การเก็บรักษาเมล็ดทำได้โดยการนำไปบรรจุไว้ในถุงพลาสติกและปิดปากถุง
พอให้อากาศผ่านได้ หรือเก็บในขวดโหลหรือกล่องกระดาษที่มีฝาปิดก็ได้
ในการเพาะเมล็ดขี้เหล็กเพื่อที่จะให้เมล็ดมีอัตราการงอกสูงและได้จำนวนกล้ามาก
ควรนำไปแช่น้ำร้อนเดือดคนให้ทั่วกันประมาณ 5 นาที แล้วเทน้ำเย็นลงผสม ทิ้งให้แช่น้ำต่อไปอีก
12 ชั่วโมง จึงนำไปเพาะในแปลงเพาะวิธีนี้ได้ผลดีกว่า การหยอดเมล็ดโดยตรงในแปลงปลูก
การทำแปลงเพาะเมล็ดทำได้โดยการพูนดินขึ้นมาให้สูงจากพื้น 15 เซนติเมตร ขนากว้าง
1 เมตร ยาว
2 – 5 เมตร ขอบแปลงกั้นด้วยไม้ไผ่หรือขอนไม้ทั้ง 4 ด้าน
ดินในแปลงเพาะควรเป็นดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียวผสมทรายหยาบ
หรือแกลบเผาในอัตรา 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 3
หลังจากนั้นหว่านเมล็ดบนแปลงเพาะในอัตราส่วนครึ่งลิตรต่อพื้นที่แปลง 1
ตารางเมตร แล้วกลบเมล็ดรดน้ำให้ชุ่มคลุมแปลงเพาะด้วยฟางข้าวแห้ง
หญ้าคาแห้งหรือใบสนก็ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าแปลงแห้ง รดน้ำเช้า –
เย็น ทุกวัน ประมาณ 7 - 15 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกปล่อยให้ต้นกล้าสูงประมาณ 4
– 6 เซนติเมตร จึงถอนไปชำในถุงพลาสติกบรรจุดินขนาด
10 x 15 เซนติเมตร โดยใช้ไม้จิ้มดินให้เป็นรูแล้วหย่อนกล้าลงไปแล้วบีบให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่อง
อากาศ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดรากแห้ง กล้าขี้เหล็กอาจตายได้
เสร็จแล้วนำไปวางเรือนเพาะชำโดยวางให้เป็นแถวเป็นแนวเพื่อสะดวกต่อการรดน้ำ
ถ้าไม่มีเรือนเพาะชำก็อาจสร้างเรือนเพาะชำอย่างง่ายๆ โดยฝังเสาไม้เป็นโครงมุงหลังคาด้วยทางมะพร้าวให้แสงแดดส่องผ่านได้พอสมควร
การบำรุงรักษาให้รดน้ำ
เช้า – เย็น คอยสังเกตว่ามีโรคหรือแมลงรบกวนกล้าไม้ขี้เหล็กหรือไม่
เมื่อกล้าไม้ขี้เหล็กมีความเจริญเติบโตให้คัดต้นที่มีความสูงมากมาจัดเรียง
ไว้ที่หัวแปลง โดยจัดเรียงตามลำดับ
ความสูง
เพื่อให้กล้าไม้ได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง
ถ้าไม่ทำเช่นนี้ต้นกล้าทีสูงกว่าจะบดบังแสงแดดต้นที่เล็กกว่าจะทำให้กล้าต้น
เล็กแคระแกรน อีกทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้รากของกล้าไม้ไชลึกลงสู่พื้นดิน
เมื่อกล้าไม้ขี้เหล็กมีอายุประมาณ 3 – 4 เดือน หรือมีความสูงประมาณ 20 –
40 เซนติเมตร ก็พร้อมที่จะนำไปปลูกได้
ส่วนที่ใช้เป็นยา
ใบอ่อนและดอก
สาระสำคัญ
ในใบและดอกขี้เหล็กพบสารจำพวกโครโมน
(chromone) เช่น บาราคอล (barakol) ในใบมีสารแอนทราควิโนน (anthraquinone) และ
อัลคาลอยด์บางชนิด เช่น ไซเอมีน (siamine) แคสเซียมีน (cassiamine) และในใบอ่อน
และดอกตูมยังมีวิตามินเอ วิตามิบี 2 และวิตามนินซี ในปริมาณค่อนข้างสูง
ขี้เหล็ก เป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันดี นำมาประกอบอาหาร
เช่น แกงขค้นเหล็กหรือใช้ลวกเป็นผักจิ้ม เมื่อรับประทานขี้เหล็ก จะรู้สึกเจริญอาหารเนื่องจากมีรสขมเล็กน้อย
ช่วยระบายอ่อน ๆ ทำให้การขับถ่ายดี และใบขี้เหล็ก ยังมีสารที่ออกฤทธิ์ระงับประสาท
ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น คลายกังวล และระงับอาการตื่นเต้นทางประสาทได้
พ.ญ.อุไร อรุณลักษณ์ และคณะ จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ได้ศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า
สารสกัดด้วยอัลกอฮอล์ของใบขี้เหล็ก มีฤทธิ์กดระบบประสาท
ส่วนกลาง และเมื่อใช้กับ ผู้ป่วยที่มีอาการกระวนกระวาย นอนไม่หลับ พบว่า สารสกัดใบขี้เหล็ก
มีฤทธิ์สงบประสาทได้ดี ช่วยให้นอนหลับ และระงับอาการตื่นเต้นทางประสาทได้ โดยไม่พบอาการเป็นพิษจึงมีความปลอดภัยในการใช้สูง
ยาเม็ดขี้เหล็ก ไฟโตแคร์
บริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย จำกัด ภายใต้ลิขสิทธิ์ขององค์การเภสัชกรรม
ได้พัฒนาสูตรต้นตำรับจนได้ผลิตภัณฑ์ยาเม็ดขี้เหล็กที่มีมาตราฐาน การผลิตที่ดี
(GMP) ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมม่าและตรวจผ่านมาตรฐานสารสำคัญ ช่วยให้นอนหลับโดยรัลประทานครั้งละ
1-4 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอนหรือตามแพทย์สั่งใน 1 เม็ดจะประกอบด้วยผงใบขี้เหล็กแห้ง
400 มก
ที่มา http://www.medmart.worldmedic.com/
|