ดัชนีศูนย์/โรงเรียน พืชผัก ผักที่เป็นยา |
| ข้าวกล้อง |
|
".... ข้าวที่ออกเป็นสีลักษณะนี้ เป็นข้าวที่มีประโยชน์ อย่างข้าวกล้อง
คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินกัน เพราะเห็นว่าเป็นข้าวของคนจน ข้าวกล้องมีประโยชน์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง
ข้าวขาวเม็ดสวยแต่เขา เอาของดีออกไปหมดแล้ว มีคนบอกว่าคนจนกินข้าวกล้อง เรากินข้าวกล้องทุกวัน
เรานี่ก็คนจน"
ข้าว (Rice) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oryza sativa L หมายถึง ข้าวเจ้าและข้าวเหนียว
จัดเป็นอาหาร ทีมีคาร์โบไฮเดรตสูง เนื่องจากมีแป้งเป็นองค์ประกอบอยู่ถึง ร้อยละ
80 ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของอาหาร ที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย นอกจากมีคาร์โบไฮเดรตแล้ว
ข้าวยังมีโปรตีนประกอบอยู่ร้อยละ 7 แต่เป็นโปรตีน ที่มีกรดอมิโนไม่ครบทุกตัว ที่ขาดไปคือ
ไลซิน (Lysine) มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ร้อยละ 2 มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด
อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหาร (Dietary fiber) ด้วย ข้าวที่ผ่านการขัดสีแต่น้อย จะมีจมูกข้าว
และเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวเหลืออยู่มาก จึงอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร
ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่น่าเสียดายที่ข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย ที่บริโภคกันเป็นส่วนใหญ่
เป็นข้าวขาวหรือข้าวสาร ที่ผ่านการขัดสีมาแล้วถึง 3 ครั้ง จนจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวหลุดออกไปเกือบหมด
จึงไม่ค่อยเหลืออะไร นอกจากแป้ง การบริโภคข้าวเพื่อให้ได้สารอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ควรบริโภคข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยที่สุด ซึ่งได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวกล้องคืออะไร
ข้าวกล้อง (Cargo rice, Loozain rice, Brown rice, Husked rice) คือ ข้าวที่ผ่านการกระเทาะเอา
เปลือกออกเท่านั้น จึงหมายถึง ข้าวที่ผ่านการขัดสีเพียงครั้งเดียว ข้าวที่ได้จึงเป็นข้าวที่มีสีขาวขุ่น
แต่เป็นข้าวที่ยังคงมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (รำ) อยู่มาก เป็นส่วนที่มีคุณค่าอาหาร
เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ประโยชน์ของข้าวกล้อง การบริโภคข้าวกล้องจะได้คุณค่าทางอาหารหลายอย่าง
ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานแก่ร่างกาย โปรตีน ช่วยเสริม สร้าง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ได้ไขมันชนิดที่ไม่อิ่มตัวที่ให้พลังงาน และความอบอุ่นแก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากสารอาหารอื่น
ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีอยู่มาก เป็นส่วนใหญ่ในข้าวคือ วิตามินต่างๆ ได้แก่
วิตามินบี1 (Thiamin) ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยในขบาวการเปลี่ยนแป้ง ในร่างกายให้เป็น พลังงานและช่วยในการทำงานขอระบบประสาท ในการบังคับ กล้ามเนื้อ วิตามินบี2 (Riboflavin) ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก และช่วยในการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน ไนอาซิน (iacin) ช่วยในการทำงานของ ระบบผิวหนังและระบบประสาท นอกจากได้วิตามินแล้ว ข้าวกล้องยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ที่สำคัญต่อร่างกาย คือ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ส่วนในจมูกข้ายังมี วิตามินอี เซเลเนียม และแมกนีเซียม ประกอบอยู่ด้วยแร่ธาตุต่างๆ เหล่านี้ช่วยเสริมสร้างการทำงาน ในระบบต่างๆ ของร่างกาย ส่วนเส้นใยอาหาซึ่งเป็นสารประกอบน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ เชิงซ้อน (Polysaccharides) ที่มีอยู่ในผนังเซลล์ของพืช มีอยู่มากในเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวของข้าวกล้อง เมื่อบริโภคเข้าไปอล้วจะผ่านกระเพาะและลำไส้เล็กได้ง่าย เนื่องจากน้ำย่อยไม่สามารถย่อย เส้นใยอาหารได้ทั้งหมด จึงถูกขับออกมาและช่วยพาสิ่งที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกไปเป็นกากอาหาร ทำให้ขบถ่ายสะดวก ป้องกันอาการ ท้องผูกและช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย การที่คนไทยกลับมาบริโภคข้าวกล้อง จึงมิใช่เรื่องใหม่และยงไม่สายจนเกินไป ที่จะหันกลับคืนสู่ธรรมชาติ มีการดัดแปลงหรือปรุงแต่น้อย คุณค่าอาหารจะเหลืออยู่มาก เหตุที่คนไทยไม่นิยมกินข้าวกล้องนั้น มีหลายสาเหตุ เนื่องจากไม่ทราบถึงคุณค่าของข้ากล้อง หรือข้าวกล้องมีสีสรรไม่น่ากิน เมื่อหุงแล้ว ไม่นุ่มเท่าข้าวขาว คนที่ไม่เคยบริโภคจึงไม่ค่อยนิยม และอีกประการหนึ่งคือ การใช้เครื่องจักรสีข้าว สามารถขัดสีข้าให้ดูน่ากินได้ ตามความต้องการ คนไทยจึงคุ้นเคยกับข้าวขาวที่ได้พบเห็นอยู่เป็นประจำ จนเกิดความเคยิน การกลับมาบริโภคข้าวที่ขัดสีเพียงครั้งเดียว เพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นเรื่องที่กระทำได้ไม่ยาก เนื่องจากมีปัจจัยเอื้ออำนวยอยู่แล้ว สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ตลอดจนการหุงต้มได้ไม่ยุ่งยาก ในปัจจุบัน ผู้จำหน่ายข้าวกล้อง ได้นำข้าวกล้องมาผสมกับข้าวอื่น เช่น ข้าวมันปูผสมกับข้าวกล้อง ข้าวกล้องผสมกับข้าวขาว เพื่อให้ผู้ที่ยังไม่สามารถบริโภค ข้าวกล้องล้วนๆ เพราะคุ้รเคย แต่ข้าวนิ่มๆ ได้ซื้อไปทดลองหุงกิน นอกจากนี้ประเทศไทย ได้มีการพัฒนาพันธ์ข้าวมากขึ้น ทำให้คนไทยมีข้าวที่ ไม่เพียงแต่เหนียวนุ่มอร่อยแล้ว ยังมีกลิ่นหอมน่ากินอีกด้วย คือ ขาวพันธุ์หอมมะลิ ซึ่งมีจำหน่าย อย่างแพร่หลายทั้งชนิดที่เป็นข้าวขาวธรรมดา และชนิดที่เป็นข้าวกล้อง จึงควรเริ่มต้นจากข้าวกล้องชนิดนี้ก่อน วิธีหุงข้าวกล้อง หลายคนคงเข้าใจว่า ข้าวกล้องเป็นข้าวที่ค่อนข้างแข็ง หุงยากใช้เวลานาน ความจริงแล้วไม่ได้ยุ่งยาก อย่างที่คิด การหุงข้าวกล้องไม่จำเป็นต้องแช่ข้าว ก่อนนำไปหุงต้มควรปฏิบัติดังนี้ 1. เก็บกากและสิ่งสกปรกก่อนซาวข้าว 2. ซาวข้าวโดยไม่ต้องใช้น้ำมาก ซาวเร็วๆ เพียงครั้งเดียวเพราะวิตามินในข้าวละลายน้ำได้ 3. ใส่น้ำให้มากกว่าหุงข้าวปกติ คือปริมาณข้าวต่อน้ำ 1 : 2 ข้าวกล้องจะสุกยากกว่าข้าวขาว การหุงต้มขนาด 5 คนบริโภค ( 2 ถ้วยตวงข้าว ) จากการทดลองในห้องปฎิบัติการ พบว่า ต้องเพิ่มเวลาในการหุงนานขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย สำหรับการรับประทานข้าวนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้บริโภคด้วย ถ้าผู้บริโภคชอบรับประทาน ข้าวค่อนข้างสวย อาจลดน้ำที่ใช้ในการหุงลง แต่ถ้าชอบข้าวค่อนข้างนุ่ม อาจใช้สูตร ข้าว 1 น้ำ 2 นี้ ในกรณีที่หุงข้าวไว้แล้ว ยังไม่ได้รับประทานเลยทันที อาจจะพบว่าข้าวค่อนข้างแข็ง อาจจะอุ่นอีกครั้ง ก่อนรับประทานก็จะได้ข้าวที่อร่อย หอมนุ่ม สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับการบริโภคข้าวกล้อง ควรบริโภคข้าวกล้องผสมกับข้าวขาว เป็นอัตราส่วน 1:2 ไปก่อน เมื่อมีความเคยชินมากขึ้นแล้ว จึงเพิ่มปริมาณข้าวกล้องเพิ่มขึ้น และลดปริมาณข้าวขาวลง จนกระทั้งเป็นข้าวกล้องอย่างเดียว
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
|||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|