|
เหน็บชา เป็นอาการที่พบบ่อย
เกือบทุกคนเคยมีอาการเหน็บชา
เฉพาะที่เป็นครั้งคราวจากการนั่ง หรือนอนผิดท่า
สาเหตุเกิดจากการกดทับเส้นประสาทบางเส้น เช่น
อาการเหน็บชาบริเวณเท้าขณะนั่งพับเพียบไหว้พระ
เมื่อเปลี่ยนท่าสักครู่หนึ่งอาการก็จะหายไป
แต่ถ้าฝืนทนหรือไม่สามารถเปลี่ยนท่าได้
เนื่องจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ หลับลึกเกินไป
เมาสุรา ป่วยหนักจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
พิการทางสมอง หรือเส้นประสาท เป็นต้น
เส้นประสาทที่ถูกกดทับจะช้ำมาก
จนไม่สามารถฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติภายในเวลาอันสั้น
หรืออาจเสียหายถาวะได้ นอกจากเหน็บชาจากการกดทับ
ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเหน็บชา
ที่พบได้บ่อยมีดังนี้
- ชาปลายเท้า และปลายมือเข้าหาลำตัว เกิดจากปลายประสาทอักเสบ
หรือเสื่อม มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น ขาดวิตามิน บี
1 บี 6 หรือ บี 12 จากโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต
โรคมะเร็ง และจากยา หรือสารพิษ เป็นต้น
- ชามือแต่เท้าไม่ชา
- ชาปลายนิ้วเกือบทุกนิ้ว โดยนิ้วก้อยไม่ชา
หรือชาน้อย มักเป็นตอนกลางคืน หรือตื่นนอน
ตอนกลางวันมักชามากในบางท่า หรือบางกิจกรรม เช่น
ชูมือ ใช้โทรศัพท์ ขี่มอเตอร์ไซด์
หรือขณะใช้มือทำงานหนัก
เกิดจากเอ็นกดทับเส้นประสาทตรงข้อมือ
ควรลดงานที่ใช้มือ และหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ชา
- ชา
นิ้วก้อย นิ้วนาง และขอบมือด้านเดียวกัน ไม่เลยเกินข้อมือ
เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับตรงข้อศอก ควรหลี่กเลี่ยงท่าที่ทำให้ชา
ถ้าชาเลยข้อมือขึ้นมาถึงข้อศอกเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับที่บริเวณกระดูกไห
ปลาร้า ควรปรึกษาแพทย์
- ชาหลังมือไม่เกินข้อมือ
โดยเฉพาะบริเวณง่ามระหว่างนิ้วหัวแม่มือ
และนิ้วชี้ เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ ที่ต้นแขน
ห้ามนั่งเอาแขนพาดพนักเก้าอี้
โดยเฉพาะเวลาดื่มสุรา ถ้าชาเลยข้อมือมาถึงแขน
เกิดจากเส้นประสาทบาดเจ็บบริเวณรักแร้
- ชาเป็นแถบบริเวณแขนลงไปถึงนิ้วมือ
เกิดจากกระดูกต้นคอเสื่อม กดทับเส้นประสาท
ควรปรึกษาแพทย์
- ชาเท้าแต่มือไม่ชา
- ชาหลังเท้าขึ้นมาหน้าแข้ง
เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณใต้เข่าด้านนอก
ควรหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง นั่งพับเพียบ
นั่งขัดสมาธิ
หรือนอนโดนใช้ของบางอย่างรองไว้ใต้ข้อพับเข่า
- ชาฝ่าเท้า
เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณใต้ตาตุ่มด้านใน
หรือในอุ้งเท้า ควรหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้ชา
และลดการยืน หรือเดินนานๆ
- ชาทั้งเท้า แต่เป็นข้างเดียว
มักชาขึ้นมาถึงใต้เข่า
เกิดจากเส้นประสาทบาดเจ็บที่สะโพก ควรปรึกษาแพทย์
- ชาด้านนอกของต้นขาคล้ายยืนล้วงกระเป๋ากางเกง
เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับที่ขาหนีบ
ควรหลีกเลี่ยงการงอพับบริเวณสะโพก
และแก้ไขเรื่องหน้าท้องหย่อนยาน
- ชาเป็นแถบจากสะโพกลงไปถึงเท้า
เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทันเส้นประสาท
ควรรีบไปปรึกษาแพทย์
- อาการชาอื่นๆ
ที่ควรปรึกษาแพทย์ ได้แก่
ชาครึ่งซีกของร่างกาย
ชาครึ่งล่างหรือครึ่งบนของลำตัว และแขนขา
ชาบริเวณใบหน้า และศรีษะ หรือชาเป็นแถบ
หรือเป็นปื้น บริเวณอื่นๆ นอกจากที่ระบุไว้แล้ว
|