|
ผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องพิการ สูญเสียนิ้วเท้าต้องตัดแขนขาเพราะพิษร้านของแผลขาดเลือดซึ่งพบมากในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีลักษณะขอบแผลแห้งดำเพราะเนื้อตาย ขาดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยง รักษาไม่หาย ผู้ป่วยทุกข์ทรมาณจากความเจ็บปวด นอกจากจะพบแผลชนิดนี้มากในผู้ป่วยโรคเบาหวานแล้ว ยังพบได้มากในผู้ที่สูบบุหรี่จัด ผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงจนหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน ปัจจุบันรักษาด้วยวิธีมาตรฐานคือการผ่าตัดนำหลอดเลือดดำมาต่อกับหลอดเลือดแดงส่วนที่ดี เพื่อเปิดทางเลือดลงมาเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนที่ขาดเลือดให้ได้ ส่วนการให้ยาฆ่าเชื้อยาปฏิชีวนะเลือดจะลงมาไม่ถึง
อย่างไรก็ตาม มีคนไข้บางส่วนที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ เพราะเป็นโรคหัวใจ ไตวาย หรือเคยผ่าตัดต่อหลอดเลือดดำมาแล้ว จึงต้องปล่อยให้แผลขาดเลือดลุกลามและรอคอยการตัดแขนขา ด้วยเหตุนี้ศัลยแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี จึงสนใจศึกษาเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ หรือเซลล์บำบัดสำหรับรักษาภาวะแผลขาดเลือดแทนการผ่าตัด รศ.นพ.จุมพล วิลาศรัศมี ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านศัลยกรรม หลอดเลือดจากสหรัฐอเมริการ กล่าวว่าได้ศึกษาการใช้สเต็มเซลล์สร้างหลอดเลือดใหม่ในผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดปัญหาแผลเรื้อรัง ควบคู่กับการศึกษาประยุกต์การเจาะกระดูกบางส่วนให้เกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่โดยนำสองวิธีนี้มาใช้ด้วยกัน “ในการรักษาด้วยเซลล์บำบัด ผู้ป่วยจะถูกฉีดสารกระตุ้นร่างกายให้ผลิตสเต็มเซลล์ให้มากพอที่จะก่อตัวเป็นหลอดเลือดใหม่โดยไม่ต้องเจาะเลือดมาเพาะเลี้ยงเป็นสเต็มเซลล์ เพราะร่างกายคนไข้สร้างได้เองคาดว่าเทคนิคนี้ใช้ค่าจ่าย 2 แสนบาทหลังจากนั้นนำสเต็มเซลล์มาฉีดโดยรอบแผลที่ขาให้สร้างหลอดเลือดใหม่”ศัลยแพทย์รามาฯกล่าว ทั้งนี้ การรักษาแผลขาดเลือดด้วยสเต็มเซลล์และการกระตุ้นสร้างหลอดเลือดใหม่ของรศ.นพ.จุมพลและทีมงานถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยโดยโรงพยาบาลรามาธิบดีทำการรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีนี้แล้ว 5 ราย คนไข้พอใจ ความปวดจากบาดแผลลดลงและไม่ต้องสูญเสียขาปัจจุบันทุกราย ได้รับการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง รศ.นพ.จุมพล ในฐานะหัวหน้าทีม ได้นำเสนอผลงานวิจัยนี้ ในการประชุมวิชาการฉลองศิริราชสมบัติ 60 ปี ศิริราช-รามาธิบดี บูรณาการวิชาการ ตั้งแต่วันที่ 18-21 เมษายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพ
|