S5 User Choice
February 11, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow บทความเบาหวาน arrow โรคเบาหวาน arrow บทความที่น่าสนใจ arrow บทความเบาหวาน 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ บทความเบาหวาน

โรคเบาหวาน
Digg!

Rating 3.8/5 (4 votes)


pic_senior.jpgกลุ่มอาการที่มีน้ำตาลกลูโคสรวมทั้งไขมันและกรดอะมิโนสูงในเลือดเรียกว่า โรคเบาหวาน สาเหตุเนื่องจากต่อมเล็กๆ ในตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรืออินซูลินมีเพียงพอแต่ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้ เพราะอินซูลินไม่สามารถ เปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน ให้ร่างกายใช้การได้ในร่างกาย อินซูลินมีเพียงพอ หรือมีอินซูลินอยู่จริง แต่เซลล์ในอวัยวะของร่างกาย ก็ไม่อาจนำมาใช้เปลี่ยนอาหารให้เกิดพลังงานได้

อาจกล่าวสั้นๆ ก็คือ โรคซึ่งมีน้ำตาลในเลือดสูงนั่นเอง และอาจจะตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะได้ด้วย 

ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดปกติยังไม่ทราบแน่นอน แต่มีปัจจัยเสี่ยงซึ่งได้แก่

  1. กรรมพันธุ์ จะพบโรคเบาหวานได้บ่อยในผู้ที่มีพ่อ แม่ หรือญาติพี่น้องเป็นโรคเบาหวาน
  2. ความอ้วน ความเครียด การไม่ออกกำลังกาย การมีบุตรมาก สิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินและเกิดโรคเบาหวานตามมา
  3. จากเชื้อโรคหรือยาบางอย่าง (รวมทั้งเหล้าด้วย) ไปทำลายตับอ่อน ทำให้สร้างอินซูลินไม่ได้จึงเกิดโรคเบาหวาน
อาการ
  1. ปัสสาวะมากกว่าปกติ ปัสสาวะหลายครั้งตอนกลางคืน เพราะระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเมื่อเลือดไหลผ่านไต ก็ไม่สามารถเก็บกักน้ำตาลไว้ได้ ก็ถูกขับออกทางปัสสาวะ ทำให้เสียน้ำออกไปทางปัสสาวะ
  2. ดื่มน้ำบ่อยและมากกว่าผู้ที่ไม่มีอาการ เนื่องจากถ่ายปัสสาวะมากและบ่อย ทำให้ร่างกายขาดน้ำจึงเกิดความกระหายน้ำ
  3. หิวบ่อย กินจุ แต่ผอมลง เพราะอินซูลินไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถออกฤทธิ์ได้เพียงพอ จึงนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานไม่ได้ ทำให้รู้สึกหิว รับประทานได้มากคือ กินจุ
  4. เป็นแผลหรือฝีง่าย และหายยาก เนื่องจากน้ำตาลสูง เนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นแผลมีความชุ่มชื้นสูงทำให้ความต้านทานต่อเชื้อโรคลดลง
  5. คันตามตัว ผิวหนัง และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ สาเหตุของอาการคันเกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่น ผิวหนังแห้งเกินไป หรือการอักเสบของผิวหนังซึ่งพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน ส่วนการคันบริเวณอวัยวะเพศมักเกิดจากการติดเชื้อรา
  6. ตาพร่ามัว ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย การที่ตาพร่ามัวในโรคเบาหวาน สาเหตุอาจเกิดได้หลายประมาณ คือ อาจเป็นเพราะสายตาเปลี่ยน (ตาสั้นลง) เมื่อน้ำตาลสูงและน้ำตาลไปคั่งอยู่ในตาหรือมัว อาจเกิดจากต้อกระจก เส้นเลือดในตาอุดตันก็ได้
  7. มือชา เท้าชา หมดความรู้สึกทางเพศ เนื่องจากน้ำตาลที่สูงนานๆ ทำให้เส้นประสาทเสื่อม
    บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้ พบบ่อยๆ ว่าผู้ป่วยที่ละเลยไม่รับการวินิจฉัยและรักษาโรคเบาหวานตั้งแต่ต้นจะทราบว่าเป็นเบาหวานต่อเมื่อเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นแล้ว ดังนั้น นอกจากจะต้องตรวจหาโรคเบาหวานในผู้ที่มีอาการดังกล่าวข้างต้นแล้ว ผู้ที่อายุเกิน 40 ปี ขึ้นไปทุกรายควรได้รับการตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคสูง

การวินิจฉัย วิธีที่ดีที่สุดในการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวาน คือ
การตรวจหาน้ำตาลในเลือดมักทำการตรวจเลือดในตอนเช้าหลังงดอาหารประมาณ 6 ชั่วโมง แต่การตรวจเลือดทำให้ค่อนข้างยากในชนบท เพราะราคาแพงและต้องการเครื่องมือพิเศษ ดังนั้น เราอาจจะใช้การตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะแทน ซึ่งจะใช้ช่วยในการวินิจฉัยโรคนี้ได้ดีพอสมควร โดยที่การตรวจปัสสาวะทำได้ง่าย และราคาถูกกว่า แม้ผลที่ได้จะไม่แน่นอนเท่ากับการตรวจเลือดก็ตาม การตรวจน้ำตาลในปัสสาวะ ถ้าตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะเกินกว่า 1+ ขึ้นไปควรแนะนำให้ไปตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่า เป็นเบาหวานอีกครั้งที่โรงพยาบาล

โรคแทรกซ้อน
โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับโรคเบาหวาน แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท
ก. ประเภทเฉียบพลัน
ข. ประเภทเรื้อรัง

ก. ประเภทเฉียบพลัน เป็นโรคแทรกที่เกิดขึ้นหลังจากเป็นเบาหวานในเวลาไม่นานนัก อันตรายมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพและการรักษา มีดังต่อไปนี้
  1. การติดเชื้อโรคได้ง่าย เนื่องจากการที่น้ำตาลในเลือดสูง ทำให้การทำงานของเม็ดเลือดขาวในการต้านทานเชื้อโรคลดลง การติดเชื้อพบได้ในแทบทุกอวัยวะ
  2. ภาวะหมดสติจากน้ำตาลในเลือดสูงมากหรือต่ำมาก ซึ่งสามารถเปรียบเทียบอาการทั้ง 2 ได้จากตาราง
ตารางเปรียบเทียบอาการแสดงของผู้ป่วยที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำและสูง

diabetes_table.gif

ข. ประเภทเรื้อรัง เป็นโรคแทรกที่เกิดขึ้นหลังเป็นเบาหวานในเวลานานๆ อาจนานนับ 10 ปี เกิดขึ้นเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพของหลอดเลือดเล็กๆ ( Microvascular) และหลอดเลือดโต (Macrovascular) ซึ่งจะนำไปสู่พยาธิสภาพเรื้อรังและถึงตายได้
  1. โรคความดันเลือดสูง ในโรคเบาหวานพบได้ประมาณ 2 เท่าของคนไม่เป็นโรคเบาหวานเกิดเนื่องจากมีอินซูลินในร่างกายมากโดยกลไกเกิดขึ้นที่ท่อไต ทำให้มีการคั่งของเกลือโซเดียมเพิ่มปริมาตรของเลือดขึ้น และภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เพิ่มปริมาตรในเลือดเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้เกิดความดันเลือดสูงได้
  2. หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย จะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปที่หัวไหล่โดยเฉพาะข้างซ้าย อาจมีอาการหอบเหนื่อยจากหัวใจล้มเหลว เสียชีวิตได้โดยเฉียบพลัน
  3. หลอดเลือดสมองตีบตัน ทำให้เป็นอัมพาต บางรายอาจมีอาการกลืนลำบาก พูดไม่ชัด การทำงานของสมองเลวลง
  4. โรคของจอตา พยาธิสภาพเกิดขึ้นที่จอตา มีเลือดออก ขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดการเปลี่ยนแปลงทำให้ตามองไม่เห็น
  5. เส้นเลือดที่เท้าอุดตัน ทำให้เกิดเนื้อเน่าและเป็นแผลหายยาก
  6. ไตวาย เริ่มแรกจะมีอาการบวม อ่อนเพลีย ต่อมาเมื่อไตเสียมากจะมีของเสียคั่งในร่างกายทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนในที่สุดจะปัสสาวะลดลงและเสียชีวิต
  7. ประสาทอักเสบ ทำให้มีอาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า ปัสสาวะลำบาก หมดความรู้สึกทางเพศ ท้องผูกสลับท้องเดิน
โรคแทรกของเบาหวานดังกล่าวแล้วพบได้เกือบทุกอวัยวะ โดยเฉพาะโรคแทรกเรื้อรังทำการรักษาได้ยากมาก และมักไม่หายขาด ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกเหล่านี้ขึ้น จึงเป็นวิธีที่ดีมาก การป้องกันนี้ทำได้โดยควบคุมรักษาเบาหวานให้ดี ต้องทำให้เร็วที่สุด และทำโดยสม่ำเสมอ จึงจะได้ผล

การวินิจฉัยการดูแลรักษา
หลักการของการให้การรักษาได้แก่
  1. โภชนาการด้วยการควบคุมอาหาร
    เนื่องจากโรคเบาหวานไม่สามารถใช้น้ำตาลได้เช่นคนปกติ จึงมีความจำเป็นต้องให้การควบคุมอาหาร เพื่อให้น้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำกว่าปกติ หลักในการควบคุมอาศัยหลักสำคัญ 3 ประการคือ
    1.1 ปริมาณอาหาร ควรจะเพียงพอกับพลังงานที่ร่างกายใช้ในแต่ละวัน ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวคงที่
    1.2 ส่วนประกอบของอาหารที่รับประทาน ยึดหลักอาหาร 5 หมู่ แต่ต้องปรับให้เหมาะสมคือ
    (1) งดอาหารที่มีน้ำตาลทุกชนิด
    2) ลดอาหารจำพวกแป้ง
    (3) รับประทานอาหารประเภทผักให้มากขึ้น
    (4) อาหารประเภทโปรตีน แต่เนื้อสัตว์ไม่ควรติดมัน
    (5) งดไขมันจากสัตว์ทุกชนิด ใช้น้ำมันพืชแทน
    (6) งดกะทิ หนังสัตว์ทุกชนิด
    (7) งดดื่มเหล้า เบียร์ บุหรี่
    1.3 การแบ่งมื้ออาหาร ควรกระจายอาหารออกเป็นมื้อบ่อยๆ รับประทานทีละน้อย แต่รับประทานทุกมื้อ
  2. ยาลดน้ำตาลในเลือด
    ยาลดน้ำตาลแบ่งเป็น 2 ชนิด
    2.1 ยารักษาเบาหวานชนิดฉีด
    2.2 ยารักษาเบาหวานชนิดรับประทาน
    ในโรคเบาหวานมีความจำเป็นมากจะต้องใช้ยาตามแพทย์สั่งทั้งขนาดและจำนวน สำหรับยารักษาเบาหวานชนิดฉีด ควรฉีดยาก่อนอาหาร ประมาณ 30 นาที
    ยาสมุนไพร ใช้รักษาเบาหวาน ยังไม่มียาสมุนไพรใดที่มีสรรพคุณแน่นอนในการรักษาโรคเบาหวาน นปัจจุบันการค้นคว้าวิจัยยังกระทำอยู่ไม่นานมานี้มีงานวิจัยใหม่ ที่น่าเชื่อถือได้ และได้ทำการทดลองในโรงพยาบาลของรัฐบาล ถึง 4 แห่งในไต้หวัน และตีพิมพ์ในวรสารทางการแพทย์ ว่าสารอาหารชนิดนี้ช่วยทำให้น้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้โดยผู้ผลิตเรียกผลิตภัณฑ์นี้ว่า GT&F 
  3. การออกกำลังกายที่เหมาะสม
    การออกกำลังกายช่วยได้หลายประการ คือ
    3.1 ทำให้กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลเป็นพลังงานมากขึ้น ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
    3.2 ช่วยให้น้ำหนักลดลง
    3.3 ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ซึ่งช่วยลดโรคแทรกของเบาหวานบางอย่างลงได้
  4. การดูแลตนเองในผู้ป่วยเบาหวาน
    4.1 ควบคุมอาหารอย่าปล่อยให้อ้วน ไม่รับประทานของหวาน
    4.2 ออกกำลังกายพอควรและสม่ำเสมอ ตามสภาพที่ร่างกายอำนวยให้
    4.3 หมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะ เพื่อดูระดับน้ำตาลในร่างกาย
    4.4 รับประทานยาตามแพทย์สั่งโดยเคร่งครัดและสม่ำเสมอ
    4.5 งดบุหรี่ สุราและของเค็ม
    4.6 ดูแลรักษาเท้าให้สะอาดอยู่เสมอเพราะเมื่อมีบาดแผลจะทำให้แผลหายช้า
    4.7 ทำจิตใจให้สบาย
    4.8 มีท๊อฟฟี่หรือน้ำตาลไว้ เพื่อป้องกันการหมดสติจากน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป
    4.9 ถ้ามีแผลหรือมีความผิดปกติใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที การตัดเล็บโดยเฉพาะเล็บเท้า ไม่ควรตัดสั้นติดผิวหนัง
  5. การป้องกัน
    1. รับประทานอาหารให้ถูกหลักและคงที่ โดยรับประทานพวกแป้งชนิดไม่หวาน เช่น ข้าว หลีกเลี่ยงพวกน้ำตาล อาหารโปรตีนควรได้จากพืชหรือสัตว์ ไขมันจากพืช เช่น ข้าวโพดและพวกผักเพราะส่วนใหญ่เป็นการทำให้การดูดซึมอาหารของลำไส้ช้าลง ทำให้น้ำตาลในเลือดไม่สูงมาก
    2. การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังทำให้เนื้อเยื่อของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อเอาน้ำตาลไปใช้เพิ่มขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงไป
การส่งต่อผู้ป่วย
ในกรณีต่อไปนี้ ควรนำส่งผู้ป่วยไปยังสถานบริการสาธารณสุข
  1. ในผู้สูงอายุที่สงสัยว่าจะเป็นเบาหวานแล้วมาตรวจปัสสาวะพบว่า น้ำตาลในปัสสาวะ 1+ ขึ้นไปและนัดมาตรวจซ้ำอีกใน 1 สัปดาห์ต่อมาพบว่าผลการตรวจน้ำตาลในปัสสาวะยัง 1+ ขึ้นไป ให้แนะนำหรือส่งต่อผู้สูงอายุ เพื่อมาตรวจน้ำตาลในเลือดที่ รพ.ชุมชน หรือสถานบริการต่อไป
  2. ผู้ป่วยหมดสติ ผู้ป่วยเบาหวานจะหมดสติได้จากหลายสาเหตุ เหตุที่สำคัญคือ น้ำตาลในเลือดต่ำจากการให้ยาเบาหวานมากเกินไป หรือผู้ป่วยกินอาหารไม่สม่ำเสมอ กรณีน้ำ อาจพบอาการใจสั่งเหงื่อออกมาก วิงเวียนศีรษะนำมาก่อนหมดสติ เมื่อพบผู้ป่วยเบาหวานหมดสติ ควรให้กินน้ำตาล ถ้าพอกินได้ใช้น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมใส่ไปในปากผู้ป่วยถ้ากินเองไม่ได้ (ระวังอย่าให้สำลัก) หากยังไม่ฟื้นต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะน้ำตาลในเลือดต่ำอยู่นาน จะรักษาไม่ได้)
สาเหตุอื่นที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานหมดสติ ได้แก่
  1. น้ำตาลในเลือดสูงมากๆ กรณีนี้เป็นภาวะฉุกเฉินซึ่งต้องรีบรักษาเช่นกัน ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
  2. เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อย เกิดเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนเช่นกัน
  3. เป็นแผลที่เท้าที่ทำท่าจะลุกลาม แผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานจะลุกลามได้รวดเร็วมาก บางครั้งอาจลุกลามไปทั่วขาในเวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น ถ้าผู้ป่วยเบาหวานเป็นแผลแล้วทำท่าจะลุกลามมากขึ้นต้องรีบนำส่งสถานบริการสาธารณสุข
  4. ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ 3+ หรือ 4+ ติดต่อกันหลายๆ ครั้ง แสดงว่า การควบคุมเบาหวานยังไม่ดีพอ ภาวะนี้ยังไม่ฉุกเฉินเท่ากับภาวะอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น แต่ก็ควรไปให้แพทย์ตรวจดูอีกครั้งว่าทำไมจึงควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี เพื่อป้องกันโรคแทรกที่รุนแรงอื่นๆ ต่อไป

lyso_care_logo2.jpg

ความคิดเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
ลดขนาด | เพิ่มขนาด

security code
Write the displayed characters


busy




Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้