S5 User Choice
February 9, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow โรคผู้สูงอายุ arrow การขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ arrow บทความที่น่าสนใจ arrow โรคผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ โรคผู้สูงอายุที่ควรรู้จัก

การขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ
Digg!

Rating 4.2/5 (6 votes)

caregiver3.jpgเมื่อพูดถึงเรื่องความแก่ ฉบับนี้จึงต้องขออนุญาตเขียน เรื่องคนแก่หรือคนชราหน่อยก็แล้วกันครับ ทุกคนคงจะยอมรับกันว่าคนชรากำลังกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ของสังคม นับวันคนชราก็จะยิ่งมากขึ้น เพราะคนอายุยืนขึ้น เด็กเกิดน้อยลง สัดส่วนของประชากรในวัยชราก็เลยสูงขึ้นทุกปี ปีนี้มีสัดส่วนของคนชรามากกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน 

คนทุกคนหากไม่ตายไปตั้งแต่หนุ่มสาว ก็หนีวัยชราไปไม่พ้นหรอกครับ ก่อนอื่นคงต้องมาดูกันก่อนว่า ความแก่คืออะไร ความแก่หรือความชราเป็นสภาพร่างกายที่แปรเปลี่ยนไปตามอายุ เราก็เลยเรียกผู้สูงอายุว่าคนชรา โดยทั่วไปเรามักจะเข้าใจว่าความชรานั้นเกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดแต่ในข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้น

350x233_seniorhousing.jpg สัตว์บางประเภทแม้จะมีอายุมากแต่ก็ไม่รู้จักแก่ ถึงวันจะตายมันก็ตายของมันเสียเฉยๆ โดยไม่จำเป็นต้องแก่ก่อนที่จะตาย ตัวอย่างเช่น กุ้งมังกร ปลาสเตอร์เจียน ปลาฉลาม จระเข้บางพันธุ์ และเต่ายักษ์บนเกาะกาลาปากอสในมหาสมุทรแปซิฟิก สัตว์เหล่านี้แม้จะมีอายุมากขนาดไหน แต่กลับไม่แสดงลักษณะที่ให้เห็นเลยว่าชราภาพหรือแก่แล้ว

ส่วนมนุษย์นั้นยังหนีความชราไม่พ้น ในอนาคตหากมีเทคโนโลยีมากพอ นักวิทยาศาสตร์อาจจะค้นพบ วิธีการที่จะไม่ต้องแก่ได้ แต่อาจจะเลี่ยงความตายไม่ได้ ตามทฤษฎีที่เชื่อกันนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่า มนุษย์อาจมีอายุขัยได้ยาวนานถึง 120-140 ปี แต่ในข้อเท็จจริงมีน้อยคนนักที่จะมีอายุได้ยืนยาวถึงระดับนั้น

เหตุที่คนอายุไม่ยืนยาวถึง 120 ปี ก็เนื่องมาจากมีหลายปัจจัยที่บั่นทอนชีวิตให้สั้นลง ดังเช่นalz7.jpg ความเจ็บป่วยที่เกิดมาตลอดช่วงชีวิต สิ่งแวดล้อม กิจกรรมการทำงานที่ใช้ร่างกายอย่างหักโหม พฤติกรรมของมนุษย์เองที่สร้างความเสี่ยงให้กับตนเอง เช่นการบริโภคมากเกินไป น้อยเกินไป บริโภคอย่างไม่สมดุล การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า สภาพจิตใจ ฯลฯ

หากพิจารณากันที่ประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายโดยรวม ความชรานั้นเขาให้เริ่มต้นนับกันที่อายุ 65 ปี นักวิทยาศาสตร์เขาแบ่งความแก่เป็น 3 ช่วง คือ แก่อ่อน (young old) หรืออายุระหว่าง 65-75 ปี แก่แก่ (old old) ซึ่งมีอายุระหว่าง 75-85 ปี และช่วงสุดท้ายคือแก่แก่มาก (oldest old) หรือมีอายุมากกว่า 85 ปีขึ้นไป

ลองไปถามคนแก่เถอะว่าพอใจกับสภาพความแก่ของตนเองหรือเปล่า ไม่มีใครพอใจหรอก ร่างกายเมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา ย่อมมีสภาพที่ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ ผิวหนังเหี่ยวย่น ดวงตาฝ้าฟาง หูตึง ฟันหลอ ผมขาว ผมบาง ศีรษะล้าน หลังโกง ฯลฯ

นอกจากจะมีรูปลักษณ์ที่ไม่น่ามองแล้ว ยังมีอาการป่วยเจ็บที่เป็นผลพวงตามมาอีก สร้างความทุกข์ให้กับทั้งตนเองและลูกหลาน ทำงานทำการได้ยาก ต้องพึ่งพาคนอื่น อาจจะเดินเหินไม่ได้กลายเป็นคนพิการ เหตุนี้เองที่ทำให้มนุษย์กลัวความชราเป็นนักเป็นหนา อยากหลีกหนีไปเสียให้พ้นๆ

giftguidemorganvalleylamb.jpg มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อย ที่พยายามแสวงหาหนทาง หรือหาสิ่งที่เชื่อว่า จะช่วยให้ตนเองหนีพ้นจากความชราได้ หรือเพียงทำให้สภาพความชราชะลอตัวลง ดูเหมือนอาหาร และโภชนาการนี่แหละครับ ที่อาจจะนับเป็นหนทางหนึ่งที่เป็นทางออก มีคนจำนวนไม่น้อยครับ ที่เชื่อว่าอาหารจะมีส่วนช่วยทำให้ความชราชะลอลงได้

  ความสำคัญของอาหาร และโภชนาการต่อคนชรานั้น มีอยู่หลายประการครับ ประการแรกคือ ช่วยทำให้คนชราไม่ขาดอาหาร ที่ช่วยทางด้านนี้ก็เพราะคนชรามีแนวโน้มว่าจะขาดสารอาหารได้ง่ายเหลือเกิน

มีคำถามอยู่บ่อยครับว่า ทำไมคนชราจึงมักเป็นโรคขาดสารอาหาร คำตอบก็คือ เมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะชราภาพ สภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงไป กลไกการทำงานทั้งภายนอก และภายในเกิดความผิดปกติ ปรากฏว่าแต่ละกลไกล้วนส่งผลทำให้ภาวะโภชนาการของร่างกาย ถูกกระทบได้ทั้งนั้น

ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีกลไกอะไรบ้างที่เปลี่ยนแปลงในวัยชรา


การขาดอาหารของคนชรา เป็นผลมาจากกลไกการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย อันได้แก่572286_great_hope_mini.jpg การสัมผัสและรับรู้รสชาติอาหารลดลง สุขภาพในช่องปากเปลี่ยนไป มีปริมาณน้ำลายลดน้อยลง (xeropstomia) ปัญหาฟันผุ รากฟันไม่แข็งแรง ทางเดินอาหารลดประสิทธิภาพของการย่อยและดูดซึมสารอาหาร บักเตรีจากลำไส้เจริญเติบโตล่วงล้ำเข้ามาในทางเดินอาหาร

    นอกจากนี้เมแทบอลิซึมในร่างกายยังเปลี่ยนแปลง เช่น ความทนทานต่อกลูโคสลดลง เมแทบอลิซึมพื้นฐานค่อยๆ ลดลง ระบบหัวใจและหลอดเลือดลดความยืดหยุ่น ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้มากขึ้น มีระดับไขมันคอเลสเตอรอลและไขมันอื่นสูงขึ้น การทำงานของไตลดลงมาก การกรองโปรตีนต่างๆ ทำได้ยากขึ้น ระบบกล้ามเนื้อลดลง มีไขมันเข้าไปแทนที่มากขึ้น อีกทั้งผู้สูงอายุเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับประสาทได้มากขึ้น ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ระบบภูมิคุ้มกัน ผู้สูงอายุจะมีภูมิคุ้มกันในระบบต่างๆ ลดลง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย สภาวะทางจิตใจเปลี่ยนแปลง มีอาการซึมเศร้าได้ง่าย

  เมื่อปี ค.ศ.1989 ทางกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาเขากำหนดไว้ว่าใครที่มีอายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไป ควรจะต้องลดพลังงานจากอาหารให้น้อยลงประมาณ 600 กิโลคาลอรีต่อวันสำหรับผู้ชาย และ 300 กิโลคาลอรีต่อวันสำหรับผู้หญิง หมายความว่าผู้สูงอายุไม่ค่อยจะมีกิจกรรมอะไรแล้วน่าจะได้อาหารน้อยลง ไม่ยังงั้นต้องเจอปัญหาโรคอ้วนแน่ๆ

     คนทั่วไปต้องการพลังงานจากอาหาร 2,000-2,500 กิโลแคลอรี ให้ลดลง 600 หมายถึงแนะนำให้ได้รับประมาณ 1,500 กิโลแคลอรี แต่หากพิจารณากันในข้อเท็จจริงกลับพบว่าผู้สูงอายุยุคใหม่แม้อายุจะมากแล้วแต่กลับมีกิจกรรมมากขึ้น กว่าแต่ก่อนแยะ การลดอาหารจึงไม่จำเป็น แม้จะได้อาหารเท่าเดิมก็ไม่น่าจะมีปัญหา ดังนั้น นักโภชนาการสมัยใหม่ เขาไม่แนะนำให้ลดการรับประทานอาหาร

        ที่น่าสังเกตคือ เขากำหนดผู้สูงอายุไว้ตั้งแต่อายุ 51 ปีขึ้นไป อันที่จริงอายุ 51 ปียังไม่แก่หรอกครับ แต่ในยุคนั้นเขาพิจารณาจากข้อมูลที่ว่าคนอายุเกิน 50 ปี เริ่มจะมีตำแหน่งหน้าที่การงาน ที่ใช้กำลังกายน้อยลงแล้วเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าแก่ อย่าเพิ่งตกใจครับ  

    เราลองมาดูกันว่าหากสูงอายุแล้ว แม้จะได้รับพลังงานเท่าปกติ แต่สัดส่วนของอาหารแต่ละกลุ่ม แต่ละชนิดอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ อย่างอาหารประเภทโปรตีนนั่นไง

  ผู้สูงอายุจะมีปริมาณโปรตีนในร่างกายประมาณ 60-70% เท่านั้นเมื่อเทียบกับคนในวัยหนุ่มสาว โปรตีนหรือกล้ามเนื้อหายไป สัดส่วนของไขมันในร่างกายกลับเพิ่มขึ้น ดังนั้น เมื่อคนทั่วไปต้องการโปรตีน วันละ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ผู้สูงอายุก็ควรได้รับโปรตีนในปริมาณที่สูงขึ้นกว่าคนทั่วไป ทั้งนี้ เนื่องจากเกิดการสูญเสียปริมาณโปรตีนออกจากร่างกายผู้สูงอายุมากขึ้น

     โดยสรุปแล้วผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีน 1.1-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หรือหมายความว่าผู้สูงอายุควรจะได้โปรตีนมากขึ้นประมาณ 10-20% ลองสังเกตดูก็ได้นะครับว่า ผู้สูงอายุมีอาการขาดโปรตีนบ้างหรือเปล่า อย่างเช่น สังเกตจากการเจ็บป่วยบ่อยขึ้น เพราะภูมิต้านทานลดลง เป็นผลมาจากโปรตีนในร่างกายน้อยลง

    วิธีสังเกตง่ายๆ อีกอย่างหนึ่งคือ ผู้สูงอายุมักมีอาการคันเล็กคันน้อยอยู่บ่อยๆ แสดงว่า ร่างกายเริ่มจะขาดโปรตีน ดังนั้น หากได้รับโปรตีนเพิ่มขึ้นสักหน่อยก็น่าจะดีต่อสุขภาพ แต่อย่าเสริมโปรตีนกันจนเกินขนาดหรือเสริมมากจนเกินไป เพราะจะสร้างปัญหามากกว่าจะให้ประโยชน์ เพียงแค่ให้กินอาหารตามปกติแล้วเสริมอาหารประเภทเนื้อ ประเภทปลาให้มากขึ้นพอประมาณเท่านั้น

  ในกรณีของแป้ง ต้องระวังนิดหน่อย เพราะผู้สูงอายุมักจะทนกับอาหารที่มีน้ำตาลมากนักไม่ได้ ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องความทนทานต่อกลูโคสลดลง (glucose tolerance) ทำให้เกิดโรคเบาหวานขึ้นมากลายๆ ได้


    ควรให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลน้อยลงสักหน่อย หากชอบอาหารหวานจากน้ำตาลทราย ก็ต้องให้ลดลงบ้าง การเป็นเบาหวานขณะที่อายุมากแล้วไม่ใช่เรื่องสนุกสักเท่าไหร่ ควรให้อาหารที่มีแป้งเชิงซ้อน มากกว่าที่จะให้น้ำตาล ควรเพิ่มใยอาหารมากขึ้นด้วย ผักผลไม้ที่ไม่หวานนักน่าจะเป็นประโยชน์

    ผู้สูงอายุหลายคนอาจมีปัญหาเรื่องแพ้นมก็ได้ ดื่มนมหรืออาหารที่เข้านมอาจเจอปัญหาท้องร่วงท้องเสีย หรือท้องอืดท้องเฟ้อ ที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องมาจากความไม่ทนทานต่อน้ำตาลแลคโตสของผู้สูงอายุนั่นเองครับ ดังนั้นจึงควรแนะนำให้ผู้สูงอายุดื่มนมที่ไม่มีแลคโตส หรือโดยการให้รับประทานโยเกิร์ตซึ่งเป็นนมเปรี้ยว ที่บักเตรีย่อยสลายแลคโตสในนมจนหมดเปลี่ยนไปกรดไปหมดแล้ว นมเปรี้ยวจึงเปรี้ยวเพราะกรด น้ำตาลลดน้อยลงไปแล้ว  

    ในเรื่องไขมันนั้น ผู้สูงอายุมักมีปัญหาไขมันสูงในเลือดได้บ่อยทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น ผู้สูงอายุเมืองไทยเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจมากขึ้น เรื่องนี้ก็รู้ๆ กันอยู่ เป็นผลมาจากไขมันในเลือดสูงนี่แหละ ดังนั้นจึงควรแนะนำให้ผู้สูงอายุลดการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง และมีกรดไขมันอิ่มตัวมากไป ต้องระวังปริมาณไขมันอย่าให้เกิน 30% ของพลังงานที่ร่างกายได้รับก็แล้วกัน หากไม่รู้ว่า 30% เป็นปริมาณสักเท่าไหร่ วิธีง่ายๆ คือ ลดไขมันลงก็เท่านั้น หากจะรับประทานไขมันก็ควรเป็นไขมัน ประเภทกรดไขมันไม่อิ่มตัวแต่ก็อย่าให้กรดไขมันกลุ่มนี้มากจนเกินไป โดยปกติจะพิจารณาให้กรดไขมันอิ่มตัว ไม่เกิน 10% กรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง 10% กรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง 10%

  การแนะนำให้รับประทานน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงมากๆ อย่างเช่นน้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลืองเป็นการแนะนำที่ผิด เพราะจะเร่งทำให้ร่างกาย สะสมอนุมูลอิสระได้มากขึ้นได้ ทางที่ดีแนะนำให้บริโภคน้ำมันพืชสลับกันจะดีกว่า เป็นน้ำมันรำข้าวบ้าง ปาล์มโอเลอินบ้าง ถั่วเหลืองบ้าง

  ในเรื่องของเกลือแร่นั้น ผู้สูงอายุมักไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการขาดเกลือแร่สักเท่าไหร่ ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นผลเนื่องมาจากกล้ามเนื้อในร่างกายมีปริมาณลดลงทำให้ความต้องการเกลือแร่ลดลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม การที่ผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องความไม่ทนทานต่อกลูโคส อาจแสดงว่าผู้สูงอายุต้องการ แร่ธาตุโครเมียมมากขึ้นก็ได้

    นอกจากนี้แล้วการสูญเสียมวลกระดูกอาจทำให้ต้องเสริมธาตุแคลเซียมให้กับผู้สูงอายุกันบ้าง ส่วนเรื่องวิตามินนั้น เพียงแค่เสริมวิตามินบีรวมบ้างบางครั้งก็น่าจะเพียงพอแล้ว ที่สำคัญคือเรื่องน้ำ ผู้สูงอายุขาดน้ำได้ง่าย เป็นเพราะกระหายน้ำน้อยลง ไม่ค่อยดื่มน้ำสักเท่าไหร่ ผู้สูงอายุจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ หากมีภาวะท้องผูก หรือแม้กระทั่งท้องเสียจะต้องแนะนำให้ดื่มน้ำมากขึ้น ดูแลผู้สูงอายุให้ได้อย่างนี้ ก็น่าจะเป็นการตอบแทนบุญคุณท่านได้บางส่วนแล้วครับ


(update 20 พฤษภาคม 2002)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 11 ฉบับที่ 501-502 วันที่ 7 - 20 ม.ค. 2545 ]

ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้