Highlights
ยาใหม่
- -Exenatide (Byetta) เป็นยาฉีดชนิดใหม่ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุม น้ำตาลในเลือดได้ โดยใช้ยากิน ได้รับการยอมรับในปี 2005 โดยยาExenatide นี้จะใช้ร่วมกับยารับประทาน เพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด
- -Exubera เป็นอินซูลินชนิดสูดดม ได้รับการทดสอบและยอมรับในปี 2006 เป็นอินซูลินชนิดแรกที่ไม่จำเป็นต้องใช้การฉีด
- -Pramlintide (Symlin) เป็นยาฉีดใหม่ ที่ใช้ร่วมกับ อินซูลิน ได้รับการทดสอบและยอมรับ ในปี 2005 ซึ่งจะใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ด้วยการฉีด อินซูลินเพียงอย่างเดียว
ยาที่มีคำเตือน!
ยาRosiglitazone (Avandia) อาจจะทำให้เกิดการบวม หรือทำให้อาการบวมในส่วน แมคคิวล่า (macular) ใน เรตินาของตา แย่ลง ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ ที่เคยประสบกับปัญหานี้ จะมีภาวะบวมที่ขา และเท้าด้วย อาการเหล่านี้จะหายไปทันทีเมื่อหยุดยา
ยาที่กำลังอยู่ในการทดลอง
ยา Gliptins เช่น vildagliptin (Galvus) และ sitagliptin (Januvia) เป็นยาชนิดใหม่ ที่กำลังอยู่ในการทดลองขั้นสุดท้าย ก่อนนำออกมาใช้ ผู้วิจัยได้ศึกษายาเหล่านี้ในการใช้ร่วมกับ ยา metformin หรือ thiazolidinediones.
เบาหวานและความดันโลหิตสูง
- - ยาขับปัสสาวะกลุ่ม thiazide ทำงานเช่นเดียวกันกับ ยากลุ่ม ACE inhibitor หรือ กลุ่มcalcium channel blocker เพื่ิอใช้ในการควบคุมความดันโลหิตในผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูง สอดคล้องกับผลที่ได้จากการทดลองในปี 2005 เรื่่อง การใช้ยาต้านความดันโลหิตสูง และยาลดไขมัน เพื่อป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว นอกเหนือจากนั้น ACE inhibitors และ angiotensin-receptor blockers (ARBs) ยังมีประโยชน์พิเศษอย่างหนึ่งคือ ช่วยป้องกันโรคไตในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน
- ยาควบคุมความดันโลหิตสูงบางชนิด อาจเพิ่มความเสีียงในการ เกิดโรคเบาหวาน ในผู้ป่วยที่ไม่เป็นเบาหวานได้ ตามการศึกษาจากหลาย ๆ การศึกษาในปี 2006
เบาหวานและคอเลสเตอรอล
- ผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีภาวะโรคหัวใจร่วมด้วย ควรมุ่งเป้าในการรักษาเพื่อที่จะทำให้ปริมาณ โคเลสเตอรอลไม่ดี หรือ LDL ให้มีระดับต่ำกว่า 70 mg/dL (แนะนำโดยสามาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา)
- ในปี 2006 มีการศึกษาที่แนะนำว่าการให้ยา atorvastatin (Lipitor) ในปริมาณที่สูง อาจช่วยทำให้ผู้ป่วย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว และหลอดเลือดสมอง อัมพฤต อัมพาต ได้ประมาณ 25%