S5 User Choice
February 11, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow บทความเบาหวาน arrow บทนำ เบาหวานชนิดที่ 2 arrow บทความที่น่าสนใจ arrow บทความเบาหวาน 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ บทความเบาหวาน

บทนำ เบาหวานชนิดที่ 2
Digg!

Rating 2.2/5 (5 votes)

บทนำ

Table of Contents

  • ไฮไลต์
  • บทนำเบาหวานชนิดที่ 2
  • สาเหตุ
  • ปัจจัยเสี่ยง
  • อาการ
  • ภาวะแทรกซ้อนฉุกเฉิน
  • การตรวจคัดกรอง
  • กาารรักษา
  • การเปลี่ยนแปลงกิจวัตร
  • ยาที่ใช้ในการรักษา
  • ผลแทรกซ้อนในระยะยาว
  • แหล่งความรู้
  • อ้างอิง

บทนำ


เบาหวานมีอยู่ 2 ชนิดคือ ชนิดที่ 1(เมื่อก่อนเราเีรียก เบาหวานที่ต้องพึ่งอินซูลิน(IDDM) หรือ เบาหวานที่เกิดขึ้นในเด็ก) และชนิดที่ 2 (เมื่อก่อนเราเรียก เบาหวานที่ไม่ต้องพึ่งพาอินซูลิน (NIDDM) หรือเบาหวานในผู้ใหญ่)

อินซูลิน

เบาหวานทั้ง 2 ชนิด คือชนิดที่ 1 และ 2 มีอินซูลิน เป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิด ภาวะดังกล่าว : คือจะมีการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาล(กลูโคส)ในเลือด เนื่องมาจากการขาดอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ผลิตออกมาจากตับอ่อน และแสดงเป็นตัวหลักในการควบคุม การเผาผลาญต่าง ๆ ในร่างกาย โดยอินซูลินจะทำงานดังนี้:

  • ขณะที่กำลังกินอาหาร และ ทันทีหลังกินอาหาร เมื่อระบบย่อยอาหารทำการย่อย คาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นโมเลกุลของน้ำตาล (เช่น กลูโคส) และย่อยสลายโปรตีนให้กลายเป็น กรดอะมิโน
  • ทันทีทันใดหลังจากกินอาหาร กลูโคส และกรดอะมิโน จะถูกดูดซึมโดยตรงเข้าไปยังกระแสเลือด ซึ่งจะทำให้กลูโคสในกระแสเลือดเพิ่มขึ้นทันที และอยู่ในระดับที่สูงอย่างรวดเร็ว
  • การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกลูโคสในกระแสเลือดนี่เอง จะเป็นตัวส่งสัญญาณไปยังตับอ่อน ซึ่งจะทำให้ เซลล์ที่เรียกว่า เบต้าเซลล์ ในตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมา และเข้าไปยังกระแสเลือด ภายใน 10 นาทีหลังจากมื้ออาหาร อินซูลินจะขึ้นถึงระดับสูงสุด
  • อินซูลินจะทำให้กลูโคส และกรดอะมิโน เข้าไปสู่ตัวเซลล์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซลล์กล้ามเนื้อ และเซลล์ตับ และที่ในเซลล์นี่เอง อินซูลินและฮอร์โมนตัวอื่น ๆ จะทำหน้าที่โดยตรง เพื่อทำการเผาผลาญให้เกิดพลังงานแก่ร่างกาย หรือเก็บสะสมพลังงานเหล่านั้นในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น (ส่วนสมอง และระบบประสาท จะไม่ขึ้นกับ อินซูลิน แต่จะมีการควบคุมระดับน้ำตาล ผ่านกลไกอื่น)
  • เมื่อระดับ อินซูลินสูงขึ้น ตับจะหยุดทำการสร้าง กลูโคส และจะเก็บกลูโคสไว้ในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อสำรองไว้ใช้ในยามที่ร่างกายต้องการ
  • เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดถึงระดับสูงสุด ตับอ่อนจะลดการผลิตอินซูลิน
  • ประมาณ 2-4 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร ทั้งระดับกลูโคส และอินซูลินในกระแสเลือด จะอยู่ในระดับต่ำสุด แต่อินซูลินจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเล็กน้อย ระดับน้ำตาลในเลือดในขณะนี้เราจะเรียกกันว่า ระดับความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือดหลังการอดอาหาร( fasting blood glucose concentrations)

diabetes_pancrease.jpg
ตับอ่อนจะวางตัวอยู่ด้านหลังของตับ และจะเป็นแหล่งผลิต ฮอร์โมน อินซูลิน โดยร่างกายจะใช้อินซูลิน เพื่อการเก็บสะสม และ การใช้งานของกลูโคส

เบาหวานชนิทที่ 2

เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นชนิดที่พบได้เป็นส่วนมาก ของผู้ป่วยโรคนี้ โดยจะมีประมาณ 90% ของผู้ป่วยเบาหวาน จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในประเทศสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้ ประมาณ 19 ล้านคน และอีกครั้งนึงของประชากรเป็นผู้ป่วยที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นเบาหวาน ขบวนการหรือกลไกการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 นี้เรายังไม่ทราบแน่ชัิดทั้งกลไก หรือ ขบวนการ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ได้ให้ความคิดเห็นว่า น่าจะมีกลไกการเกิดโรคอยู่ 3 ระยะ ในผู้ป่วยโดยทั่วไป:

  • ระยะแรก ในการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 คือสภาวะที่เรียกว่า insulin resistance หรือการดื้อต่อ อินซูลิน ถึงแม้ว่า อินซูลินสามารถจับกับ ตัวรับทั้งในเซลล์ตับและกล้ามเนื้อได้ตามปกติ แต่ขบวนการจริง ๆ แล้วคือการป้องกันไม่ให้อินซูลินเคลื่อน กลูโคส จากเลือดเข้าสู่เซลล์ได้ ซึ่งที่ตับและกล้ามเนื้อจะเป็นบริเวณที่มีการใช้น้ำตาลได้ ถึงแม้ว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะสามารถสร้าง อินซูลินได้ในระดับที่เป็นปกติ หรือมากกว่าปกติก็ตาม ในช่วงแรก ๆ ของเบาหวานชนิดที่ 2 การผลิตอินซูลินอาจจะเพียงพอ ที่จะเอาชนะภาวะดี้อต่อินซูลินนี้ได้
  • เมื่อเวลาล่วงเลยไป ตับอ่อนจะไม่สามารถสร้างอินซูลินให้เพียงพอ ที่จะเอาชนะภาวะดื้อต่ออินซูลินได้ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะเริ่มไ้ด้รับผลกระทบจากภาวะที่มีน้ำตาลเิิพิ่มขึ้นในเลือดอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะหลังจากมื้ออาหาร (เรียกว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหลังมื้ออาหาร postprandial hyperglycemia) ปัจจุบันเราเชื่อว่าภาวะนี้ จะมีผลอย่างยิ่งยวดต่อความเสื่อม-เสียหายของร่างกาย
  • ในที่สุด วงจรการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือด จะทำให้ เบต้าเซลล์ในตับอ่อน ทำงานผิดปกติ หรืออาจจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้ ทำให้การผลิตอินซูลินของตับอ่อนต้องหยุดไปอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดภาวะเบาหวานอย่างสมบูรณ์ คือไม่มีช่วงเวลาที่น้ำตาลในเลือดลดลงอีกต่อไป ระดับน้ำตาลจะยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งผู้ป่วยไม่ได้กินอาหารใด ๆ เข้าไประดับน้ำตาลในเลือดก็ยังคงสูงกว่าค่าปกติ

เบาหวานชนิดที่ 1

ในเบาเบาหวานชนิดที่ 1 ขบวนการของโรคค่อนข้างรุนแรงกว่า และมักพบในช่วงวัยเด็ก :

  • เบต้าเซลล์ในตับอ่อนที่ผลิตอินซูลินถูกทำลายบางส่วน จนกระทั่งอินซูลินในร่างกายไม่เพียงพอต่อความต้องการ
  • เมื่อไม่มีอินซูลินที่จะนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ น้ำตาลในกระแสเลือดจึงมากเกินปกติ ภาวะนี้รู้จักกันว่าเป็น ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia)
  • เนื่องจากร่างกายไม่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำตาลได้ ทำให้น้ำตาลถูกขับออกทางปัสสาวะ และสูญเสียน้ำตาลทางปัสสาวะ
  • อ่อนเพลีย, น้ำหนักลด, หิวบ่อย กระหายน้ำ ถึงแม้จะทานมากอย่างไรแต่ร่างกายก็จะผอม."
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้จะต้องได้รับอินซูลิน เพื่อจะทำให้สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้. [สามารถอ่านรายละเอียดได้ใน บทความเรื่อง เบาหวานชินดที่1]
pancrease1.jpg คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพประกอบเกี่ยวกับตับอ่อน (pancrease).

ภาวะเบาหวานอันเกี่ยวเนื่องมาจากภาวะอื่นๆ

ภาวะที่มีการทำลาย หรือเกิดความเสียหายกับตับอ่อน เช่น ตับอ่อนอักเสบ ศัลยกรรมตับอ่อน หรือ ได้รับสารเคมีบางชนิด สามารถทำให้เกิดภาวะเบาหวานได้ โรคถุงน้ำในรังไข่มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับเบาหวานเช่นกัน ยาบางชนิดอาจจะทำให้เกิดภาวะเบาหวานชั่วคราว เช่น สเตียรอยด์, ยาความคุมความดันชนิด เบาต้า บล็อคเกอร์ (beta-blocker) และ ฟีนีโตอิน(phenytoin) โรคทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น Klinefelter's syndrome, Huntington's chorea, Wolfram's syndrome, leprechaunism, Rabson-Mendenhall syndrome, lipoatrophic diabetes และภาวะฮอร์โมนผิดปกติ เช่นacromegaly, Cushing's syndrome, pheochromocytoma, hyperthyroidism, somatostatinoma, aldosteronoma เป็นภาวะที่ทำให้มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานได้อย่างมาก

ความคิดเห็น (0)Add Comment

เขียนแสดงความคิดเห็น
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
ลดขนาด | เพิ่มขนาด

security code
Write the displayed characters


busy




Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้