|
ตามที่ได้มีข่าวเกี่ยวกับยารักษาเบาหวานโรสิกลิตาโซน (rosiglitazone) ชื่อการค้าคืออะแวนเดีย (AvandiaÒ) จากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา สำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าวเอเอฟพี รวมถึงสถานีโทรทัศน์ในเมืองไทยว่าองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ได้สั่งตรวจสอบความปลอดภัยของยารักษาโรคเบาหวาน rosiglitazone เนื่องจากมีรายงานการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ระบุว่าการใช้ยาอะแวนเดียทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 64 ที่จะเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและยังมีโอกาสเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 43 ที่จะเกิดอาการหัวใจวาย
ยา rosiglitazone เป็นยากลุ่ม thiazolidinediones ใช้รักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ที่มีอาการไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรง ได้แก่ cholestatic hepatitis, congestive heart failure, diabetic macular edema, hepatotoxicity และ pulmonary edema
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่า รายงานการศึกษาที่ใช้อ้างอิงในข่าวข้างต้นนั้นเป็นรายงานการศึกษายา rosiglitazone ด้านความเสี่ยงของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย (myocardial infarction) และการ เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดโดย Steven E. Nissen และ Kathy Wolski และได้เผยแพร่ใน New England Journal of Medicine ฉบับวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 โดยเป็นการศึกษาแบบ meta-analysis จากการศึกษา 42 การศึกษา รวบรวมข้อมูลผู้ใช้ยา 15,560 รายและกลุ่มควบคุม 12,283 รายพบว่าความเสี่ยงของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายของผู้ใช้ยาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (odd ratio=1.43, 95% confidence ineterval [CI] 1.03-1.98, p=0.03) และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (odd ratio=1.64, 95% CI 0.98-2.74, p=0.06)
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการศึกษาอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ยา rosglitazone และผลกระทบต่อภาวะหัวใจและหลอดเลือดอีก 5 การศึกษา ได้แก่
1) การศึกษา clinical trial โดยการรวบรวมข้อมูล 42 การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน (pooled analysis) ซึ่งได้วิเคราะห์ข้อมูลการใช้ยา rosiglitazone ในผู้ใช้ยา 8,604 รายเปรียบเทียบกับวิธีการรักษาอื่นและยาหลอก 5,633 ราย จากการศึกษาทั้งหมดนี้มี 38 การศึกษาที่มีระยะเวลาใช้ยานาน 6 เดือนพบอุบัติการของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (myocardial ischemia) ในผู้ใช้ยา rosiglitazone เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมแล้วเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (อุบัติการ 1.99% และ 1.51 % ตามลำดับ, hazard ratio [HR]=1.31, 95% CI 1.01-1.70)
2) การวิจัยแบบ balanced cohort เป็น observational study ในผู้ใช้ยารักษา เบาหวานในช่วงปี พ.ศ. 2543-2547 จำนวน 33,363 ราย โดยร้อยละ 90 ของผู้ใช้ยาไม่มีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือด ติดตามการใช้ยาเป็นระยะเวลา 1.2 ปีพบอุบัติการที่ผู้ใช้ยาต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือเพื่อทำ coronary revascularization (กระบวนการที่ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนในหลอดเลือดได้ดี) ในผู้ที่ใช้ยา rosiglitazone เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมแล้วต่ำกว่าอย่างไม่มีนัยสำคัญ (จากค่า HR= 0.93, 95% CI 0.08-1.10)
3) A Diabetes Outcomes Progression Trial (ADOPT) study เป็นการศึกษาแบบ randomized, double-blind เปรียบเทียบการใช้ยา rosiglitazone, metformin และ glyburide ในผู้ป่วยหวานประเภทที่ 2 รายใหม่ 4,351 ราย ติดตามการใช้ยาประมาณ 4 ปี พบอุบัติการของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในผู้ใช้ยาชนิดต่าง ๆ ดังนี้ (1) ผู้ใช้ยา rosiglitazone เปรียบเทียบกับผู้ใช้ยา metformin พบอุบัติการต่ำกว่าอย่างไม่มีนัยสำคัญ (ค่า HR=0.96, 95% CI 0.66-1.73) (2) ผู้ใช้ยา rosiglitazone เปรียบเทียบกับผู้ใช้ยา glyburide พบอุบัติการสูงกว่าอย่างไม่มีนัยสำคัญ (ค่า HR=1.16, 95% CI 0.78-1.73) และ (3) ผู้ใช้ยา metformin เปรียบเทียบกับผู้ใช้ยา glyburide พบอุบัติการสูงกว่าอย่างไม่มีนัยสำคัญ (ค่า HR=1.22, 95% CI 0.082-1.80) ซึ่งการศึกษานี้ได้เผยแพร่ใน New England Journal of Medicine ฉบับ December 7, 2006
4) The Diabetes Reduction Assessment with Ramipril and Rosiglitazone Medication (DREAM) study เป็นการศึกษาแบบ randomized, double-blind clinical trial ในผู้ป่วย 5,300 คน ติดตามการรักษาเป็นเวลา 3 ปี พบว่าผู้ใช้ยา rosiglitazone มีความเสี่ยงของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) และการตายจากโรคหัวใจและหลอดเลือดไม่เพิ่มขึ้น
5) The Rosiglitazone Evaluated for Cardiac Outcomes and Regulation of Glycaemia in Diabetes (RECORD) Study เป็นการศึกษาแบบ randomized, open-label trial ในผู้ใช้ยามากกว่า 4,400 คนเพื่อศึกษาผลกระทบระยะยาวของการใช้ยากลุ่ม thiazolidinedione โดยติดตามผลการใช้ยา rosiglitazone ร่วมกับ metformin และ rosiglitazone ร่วมกับ sulfonylurea เปรียบเทียบกับการรักษาด้วยยาเดี่ยว metformin และ sulfonylurea ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดและภาวะเบาหวานของผู้ที่ใช้ยา โดยเริ่มศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2544 ติดตามการใช้ยาเป็นเวลา 6 ปี ศึกษาที่สหภาพยุโรปและประเทศในทวีปออสเตรเลีย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2551
จากผลการศึกษาที่เกี่ยวข้องข้างต้นซึ่งแต่ละการศึกษาต่างมีจุดอ่อนต่าง ๆ กัน เช่น บางการศึกษาไม่ได้ออกแบบเพื่อติดตามผลกระทบด้านระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง เกณฑ์การเลือกตัวอย่างที่มีประเด็นข้อโต้แย้ง ผลการศึกษาในบางการศึกษาไม่มีนัยสำคัญทางสถิติและไม่สอดคล้องกับผลการศึกษาอื่น ๆ ทำให้หน่วยงานติดตามกำกับด้านความปลอดภัยในการใช้ยาของประเทศต่าง ๆ เช่น USFDA (สหรัฐอเมริกา) EMEA (สหภาพยุโรป) อยู่ระหว่างรวบรวมและทบทวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทั้งข้อมูลยา rosiglitazone และยารักษาเบาหวานในกลุ่มเดียวกัน (เช่น pioglitazone) เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าการใช้ยาจะมีผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดเช่นเดียวกันหรือไม่ จึงยังไม่มีมาตรการใด ๆ ออกมาในขณะนี้ นอกจากการเผยแพร่ข้อมูลความเสี่ยงจากการใช้ยาให้แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทราบ เพื่อให้ตระหนักถึงความเสี่ยงและเฝ้าระวังอันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ยาดังกล่าวอย่างใกล้ชิดในผู้ใช้ยาทั่วไปและผู้ใช้ยาที่มีความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงขอแจ้งข้อมูลความเสี่ยงจากการใช้ยา rosiglitazone ที่มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบและเฝ้าระวังการใช้ยาดังกล่าว ทั้งนี้ หากพบอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา rosiglitazone รวมทั้งยาอื่น ๆ ขอให้รายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ฯ มายังศูนย์ติดตามอาการไม่พึงประสงค์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จังหวัดนนทบุรี หรือแจ้งมายังโทร 0-2590-7261, 7288 โทรสาร 0-2591-8457 อีเมล์
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
ที่มา: จดหมายข่าว. ศูนย์ติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ.
|