S5 User Choice
February 8, 2012
บ้านอุ่นไอรัก คลิกดูรายละเอียดsaiyai_flood.gifแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ลิฟวิ่งเวล ดีดี เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุbanner.gifบ้านอิ่มอุ่นมอบส่วนลด 10% ตลอดเดือนมกราคมดวงใจเนอร์สซิ่งโฮม ศิวนาถ เนิร์ซซิ่งโฮม  โอเรียลทอล โฮม แคร์ จำกัด Oriental Home Care.Co.,Ltd  แฮปปี้ไลฟ์ โฮมแคร์ บ้านมีรัก วีไอพี โฮมแคร์ vip home care pd_banner2.gif สถานบำบัดฟื้นฟู อธิคมเฮลท์แคร์ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม ดีดี เนอร์สซิ่งแคร์บริษัท โครนัส(ประเทศไทย) จำกัดบ้านพักผู้สูงอายุ ธรรมดี
You are here:  Home arrow บทความที่น่าสนใจ arrow เกร็ดการดูแลสุขภาพ arrow ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอย่างไรจึงได้ผล arrow บทความที่น่าสนใจ arrow ทริปการดูแลสุขภาพ 
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ ทริปการดูแลสุขภาพ

ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอย่างไรจึงได้ผล
Digg!

Rating 1.0/5 (5 votes)

sunburn.jpgเรารู้จักคุณประโยชน์ของแสงแดดกันมาเนิ่นนานแล้วนับตั้งแต่เป็นแหล่งพลังงานความร้อนและแสงสว่างช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดี แสงแดดยามเช้าสื่อถึงการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส แต่ทุกอย่างย่อมมีสองด้าน ปัจจุบันเรารู้แล้วว่าแสงแดดก็มีอันตรายด้วยเช่นกัน รังสีอัลตราไวโอเล็ตจากแสงแดดอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ สังเกตง่าย ๆ ว่าเมื่อเราอยู่กลางแจ้งแสงแดดจ้าแม้ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ สามารถมีผลให้ผิวหนังของเราหมองคล้ำดำไม่สวย แต่ถ้าใช้เวลานานกว่านั้นผิวจะเริ่มแสบร้อน แดง คันยุบยิบ หรือที่รู้จักกันว่าผิวไหม้ (sunburn) ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอันตรายที่อาจเกิดขึ้นลึกลงไปที่ผิวหนังชั้นในอีกด้วย (โดยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า) นั่นคือทำให้ผิวแก่ก่อนวัย (premature skin aging) และเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งผิวหนัง 


การ หลบเลี่ยงแสงแดดจัดจ้าตั้งแต่แดดยามสายไปจนบ่ายคล้อยจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะลดความเสี่ยงจากรังสีอัลตราไวโอเล็ต แต่ในชีวิตจริงบางครั้งก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้เพราะคนเราย่อมมี ภารกิจกลางแจ้งกันบ้างไม่มากก็น้อย อย่างเช่นตอนเที่ยงแดดร้อนเปรี้ยงจนต้องหยีตาแต่จำเป็นต้องเดินไปหยิบของที่ รถ หรือต้องเดินไปติดต่องานที่อาคารอื่น หรือแม้แต่การเดินเลาะเลียมริมตึกก็ยังได้รับแสงสะท้อนหรือไอแดดอยู่ดี นี่ยังไม่รวมแสงแดดที่สะท้อนจากผิวน้ำรวมทั้งแสงสะท้อนจากหิมะด้วย (ถ้าอยู่เมืองนอก)

        ที่กล่าวมานี้ก็ไม่ต้องกังวลถึงขั้นว่าเมื่อโดนแสงแดดแล้วจะเป็นมะเร็งผิว หนังไปเสียทั้งหมด แต่ติงเตือนกันไว้บ้างสำหรับผู้ไม่ใส่ใจที่จะหลบเลี่ยงแสงแดดเอาเสียเลย เพราะความจริงแล้วบรรพบุรุษของเราท่านก็ตรากตรำกรำแดดกันมานักต่อนักไม่เห็น ท่านจะเป็นอะไรร้ายแรง เพียงแต่ยุคปัจจุบันสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก โอโซนในชั้นบรรยากาศก็บางลงเรื่อย ๆ (เป็นผลกระทบจากการใช้สารเคมีต่างๆ) เพราะฉะนั้นทุกวันนี้รังสีอัลตราไวโอเล็ตจึงมีโอกาสลงมาที่ผิวโลกมากขึ้น การป้องกันตนเองไว้ก่อนจึงเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้นะคะ 

    
uv_beach.jpg  คน ไทยเรานับว่าได้เปรียบคนผิวขาวเพราะเรามีเม็ดสีเมลาลินที่ผิวหนังมากพอสมควร เสมือนมีเกราะ (ตามธรรมชาติ) ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเล็ต ประกอบกับคนไทยนิยมว่าผิวขาวจึงจะสวยดังนั้นการรณรงค์ให้หลบเลี่ยงแสงแดดจึง ไม่ฝืนความรู้สึกของคนไทยสักเท่าใด ในขณะที่คนผิวขาวอยากมีผิวสีแทน นิยมการอาบแดดซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเล็ต 

ก่อน อื่นมารู้จักรังสีอัลตราไวโอเล็ต (ultraviolet) กันสักหน่อยดีกว่านะคะ รังสีนี้แบ่งตามความยาวคลื่น (wavelengths) ได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 

       
uvabc.gifUVC มี ความยาวคลื่นประมาณ 200-290 นาโนเมตร ซึ่งความยาวคลื่นสั้นที่สุดจะมีพลังงานมากที่สุดและสามารถก่อให้เกิดอันตราย ได้อย่างร้ายแรง แต่โชคดีที่ขณะนี้รังสี UVC นี้ถูกดูดซับด้วยโอโซนในชั้นบรรยากาศก่อนที่จะมาถึงพื้นโลก 

       UVB มีความยาวคลื่นประมาณ 290-320 นาโนเมตร เป็นสาเหตุสำคัญของอาการผิวไหม้ 

       UVA มี ความยาวคลื่นประมาณ 320-400 นาโนเมตร สามารถแทรกซึมลึกลงถึงผิวชั้นในก่อให้เกิดอันตรายได้ในระยะยาว ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยและเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งที่ผิวหนัง 

       การ หลีกเลี่ยงแสงแดดนั้นทำได้หลายวิธี ตั้งแต่สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด สวมหมวกปีกกว้าง กางร่ม สวมแว่นกันแดด หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงแสงแดดจัดจ้า และการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยง จากรังสีอัลตราไวโอเล็ตอย่างได้ผล 

       เรา จะเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอย่างไรจึงจะเหมาะสม ก่อนอื่นต้องมั่นใจก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัย เริ่มจากเกณฑ์ทั่วไปในการเลือกซื้อเครื่องสำอาง นั่นคือซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน (หากมีปัญหาสามารถติดตามย้อนกลับได้) ผลิตภัณฑ์มีฉลากภาษาไทยแสดงข้อบังคับครบถ้วนโดยเฉพาะแหล่งผลิต และในกรณีที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดที่จัดเป็นสารควบคุม (มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ 19 ชนิด) เครื่องสำอางนั้นจะจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุม ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องจดแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนผลิต หรือนำเข้า และที่ฉลากจะต้องแสดงข้อความว่า “เครื่องสำอางควบคุม” รวมทั้งแสดงคำเตือนที่ฉลากด้วย 

        ประเด็นต่อไป คือ ประสิทธิผลในการป้องกันแสงแดด ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เป็นเครื่องสำอางที่จำเป็นต้องมั่นใจได้ว่าสามารถป้องกัน แสงแดดได้จริง ๆ เราจึงต้องรู้จักสารป้องกันแสงแดดกันได้ด้วย สารประเภทนี้แบ่งได้ง่าย ๆ เป็น 3 กลุ่ม คือ สารดูดซับรังสียูวีเอ สารดูดซับรังสียูวีบี และสารที่สามารถสะท้อนรังสีได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี 

        จากการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดพบว่าส่วนใหญ่จะผสมเฉพาะ สารดูดซับรังสียูวีบีเท่านั้นจึงเน้นเฉพาะป้องกันผิวไหม้ ทำให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์มีความเสี่ยงต่ออันตรายจากรังสียูวีเอซึ่งอาจก่อให้ เกิดอันตรายได้ในระยะยาว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าสามารถป้องกัน รังสีได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี วิธีง่าย ๆ ก็คือพยายามจำชื่อสารที่ดูดซับรังสียูวีเอเอาไว้บ้างจะได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ มีสารเหล่านี้ผสมอยู่ด้วย สารดูดซับรังสียูวีเอมีไม่กี่ชนิดหรอกค่ะ เช่น เอโวเบนโซน (avobenzone) ออกซีเบนโซน (oxybenzone)  เบนโซฟีโนน 4 (benzophenone 4) เมนทิลแอนทรานิเลต (menthyl anthranilate) หรือจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผสมสารที่สามารถสะท้อนรังสีได้ทั้งยูวีเอและยูวีบี เช่น ติตาเนียมไดออกไซด์ (titanlum Dioxide) หรือซิงก์ออกไซด์ (Zinc oxide) ก็ได้ค่ะ 

หลายท่านคงจะเคยได้ยินคำแนะนำว่า ที่เมืองไทยเรานี้ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้อง
กันแสงแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 15 (SPF นี้ย่อมาจากคำว่า sun protection factor ซึ่งบ่งบอกประสิทธิผลในการดูดซับรังสียูวีบีเท่านั้น) เมื่อท่านทาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่ามีค่า SPF 15 ท่านจะสามารถทนต่อแสงแดดได้นานกว่าปกติถึง 15 เท่า สมมติว่าตามปกติเมื่อท่านอยู่กลางแจ้งนานราว 10 นาทีจะเริ่มรู้สึกแสบร้อน คันยุบยิบ แต่เมื่อท่านทาผลิตภัณฑ์นี้ท่านจะสามารถอยู่กลางแจ้งได้นานถึง 10X15=150 นาที (โดยที่ผิวไม่ไหม้) แต่ข้อควรระวังที่สำคัญคือถ้าผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้มีส่วนผสมเฉพาะแต่สารดูดซับรังสียูวีบีแต่ไม่มีสารที่สามารถดูดซับหรือสะท้อนรังสียูวีเออยู่ในตำรับด้วย ท่านอาจจะผิวไม่ไหม้แต่ได้รับอันตรายจากรังสียูวีเอไปแล้ว 

      
skin_cream_and_sun_block.jpgบางท่านอาจเคยเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่อ้างว่าสามารถป้อง กันรังสีอัลตราไวโอเล็ต ได้อย่างสมบูรณ์ 100 % (total protection หรือ sunblocker)  อย่าไปหลงเชื่อนะคะ ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดปกป้องได้สมบูรณ์แบบขนาดนั้น และที่สำคัญยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอีกด้วย มีการศึกษาวิจัยพบว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควรคือการใช้ไม่ถูกวิธี มาลองดูวิธีใช้ที่ถูกต้องกันก่อนนะคะ 

       1. ปริมาณที่ใช้ในแต่ละครั้ง ซึ่งจะสัมพันธ์กับกิจกรรมแต่ละประเภท พิจารณาง่าย ๆ ว่าถ้าท่านไปเล่นน้ำทะเล เล่นกีฬากลางแจ้ง หรือเดินไปตลาดตอนสายๆ ย่อมต้องใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในปริมาณที่แตกต่างกัน 

หากท่านจะเตรียมตัวไปชายทะเล ว่ายน้ำเล่นให้ชุ่มฉ่ำใจ ท่านต้องเตรียมผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดขวดใหญ่ไปด้วยเพราะท่านจะต้องทาผลิตภัณฑ์ทั่วตัวทีเดียว มีคำแนะนำว่าถ้าท่านต้องการประสิทธิผลในการป้องกันแสงแดดต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร อีกทั้งขณะเล่นน้ำผลิตภัณฑ์ย่อมถูกน้ำชะล้างออกไปจากผิวกายดังนั้นจึงต้องทาซ้ำบ่อยๆ ด้วย 

ในขณะที่ท่านเล่นกีฬากลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล เทนนิส หรือกอล์ฟ ต้องมีเหงื่อออกแน่ ๆ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่ทาไว้ตั้งแต่ก่อนเล่นย่อมถูกเหงื่อชะออกไปบ้างหรือติดไปกับผ้าขนหนูที่ใช้ซับเหงื่อบ้าง จึงต้องทาซ้ำบ่อย ๆ เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ต้องใช้ในปริมาณมากเท่ากับขณะที่ว่ายน้ำก็ตาม 

เมื่อเปรียบเทียบกับการที่ท่านเดินไปตลาดตอนสาย ๆ แต่งกายมิดชิด แถมกางร่มอีกด้วย ผิวกายย่อมมีโอกาสโดนแสงแดดน้อย แม้ว่าอาจมีเหงื่อออกบ้างเล็กน้อย ผิวหนังที่พ้นร่มผ้าก็มีพื้นที่ไม่มาก ดังนั้นปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้แต่ละครั้งย่อมน้อยกว่า เมื่อเล่นกีฬากลางแจ้งหรือว่ายน้ำ 

        2. ควรทาผลิตภัณฑ์ก่อนออกไปกลางแจ้ง 15 ถึง 30 นาที เพื่อให้ผิวหนังได้ดูดซับสารป้องกันแสงแดดได้ดีพร้อมที่จะทำหน้าที่ป้องกันแสงแดดอย่างเต็มที่ 

บางท่านอยากมีผิวสีแทนบ้างในบางโอกาสแต่ก็ไม่อยากอาบแดดเพราะตระหนักถึงอันตรายของรังสีอัลตราไวโอเล็ต มีอีกทางเลือกหนึ่งค่ะคือใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผิวให้เป็นสีแทน ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศมักจะแสดงข้อความว่า sunless tanning หรือ bronzers ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มีสารสำคัญคือไดโฮดรอกซีแอซีโทน (dihydroxyacetone) สารนี้สามารถปรับให้ผิวเป็นสีแทนได้ด้วยกลไกการทำปฏิกิริยากับโปรตีนที่ผิวหนังชั้นนอก (ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดสีเมลานิน) ซึ่งทำให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีแทนเมื่อโดนแสงแดด โดยความเข้มของสีแทนขึ้นกับความเข้มข้นของสารในผลิตภัณฑ์และความถี่ในการใช้ แต่สีแทนนี้จะคงอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น สีแทนจะอ่อนจางลงตามวงจรของการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังชั้นนอก ที่สำคัญก็คือสีแทนที่เกิดจากเครื่องสำอางประเภทนี้แทบจะไม่มีผลในการป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเล็ต ดังนั้นหากท่านใช้เครื่องสำอางประเภทนี้ก่อนออกจากบ้านก็อย่าลืมใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดด้วยนะคะ

 

ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
new_ads_300x100.gif rk_banner.gif
บ้านอิ่มอุ่น sabydee_new1.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้