|
“ การผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกสันหลังเทียม (ระดับคอ) ” |
|
อาการปวดคอร้าวไปที่สะบัก , แขนหรือมือ ในประชากรทั่วไป มีจำนวนไม่น้อยที่มีสาเหตุจากภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท ซึ่งพบบ่อยในบริเวณกระดูกสันหลังช่วงคอ หรืออาจจะเป็นจากการยื่นของกระดูกงอก ( แคลเซียมหรือหินปูน) เข้าไปกดทับบริเวณเส้นประสาท การตรวจวินิจฉัย
 การตรวจ MRI ( คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า) จะสามารถมองเห็นตำแหน่ง และความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาท การรักษาที่เป็นมาตรฐาน การผ่าตัดบริเวณด้านหน้าของลำคอ เพื่อเข้าไปทำการผ่าตัดที่ตำแหน่งกระดูกคอ ที่เกิดการกดทับของเส้นประสาท โดยใช้กล้องผ่าตัดที่มีกำลังขยายสูง ( Microscope) มาร่วมในการทำผ่าตัด ทำให้การมองเห็นมีความชัดเจนมาก ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดนำหมอนรองกระดูกออกได้ทั้งหมด ( รวมทั้งส่วนที่กดทับเส้นประสาท) จากนั้น ช่องว่างระหว่างกระดูกที่เกิดจากการนำหมอนรองกระดูกออก ซึ่งต้องหากระดูกอื่น ๆ มาทดแทน อาจจะได้ชิ้นส่วนจากกระดูกตะโพกของผู้ป่วยเอง ( ทำให้มีแผลผ่าตัดเพิ่มอีกหนึ่งแผล) หรือใช้วัสดุทดแทนที่เรียกว่า “ กระดูกเทียม ” (Artificial bone graft) มาใส่แทน (ซึ่งมีราคาแพงพอสมควร) ในบางกรณีอาจใช้ชิ้นส่วนกระดูกจากคนอื่น ที่ผ่านกรรมวิธีในการเก็บรักษาเนื้อเยื่อกระดูกนี้มาใส่แทนได้ ( แต่ผู้ป่วยบางรายมักปฏิเสธเนื่องจากเกรงโรคบางอย่างอาจถ่ายทอดมา) 
ผลลัพธ์ อาการปวดคอจากการกดทับของเส้นประสาทที่หายไปหลังจากผ่าตัดทันที จากนั้น 2-3 เดือนต่อมา จะเกิดการเชื่อมของกระดูกทั้ง 2 ระดับ (ดังรูปภาพที่ 1) ผ่านบริเวณที่เอากระดูก หรือกระดูกเทียมใส่เข้าไปทดแทน แต่เนื่องจากเกิดการเชื่อมของกระดูกทั้ง 2 ระดับ จึงทำให้การเคลื่อนไหวของคอไปในทิศทางต่าง ๆ ได้น้อยลง (ลักษณะคอแข็ง) ยิ่งทำการผ่าตัดหลายระดับ จะเกิดภาวะนี้มากขึ้น นอกจากนั้น พบว่าภายใน 10 ปีหลังการผ่าตัด จำนวนผู้ป่วยประมาณ 25% มีปัญหาความเสื่อมของ กระดูกคอระดับถัดไปทั้งบนและล่างที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับระดับที่ทำการเชื่อมกระดูก ( ระดับที่เคยทำการผ่าตัด) ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกคอระดับดังกล่าวต้องทำงานมากขึ้น เพื่อทดแทนกระดูกคอที่ทำการเชื่อมกระดูกไว้ (ดังรูปภาพที่ 2) ซึ่งอาจเป็นปัญหาทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขอีก ข้อดี
- เป็นกระดูกของผู้ป่วยเอง โอกาสที่กระดูกเสริมจะเชื่อมติดกับกระดูกอื่น ๆ เป็นไปได้มากกว่าแบบอื่น ๆ นอกจากนั้นยังปราศจากความกังวลเรื่องโรคติดต่ออื่น ๆ ที่จะถ่ายทอดมา และราคาไม่แพงมาก
ข้อเสีย - ผู้ป่วยมีแผลผ่าตัดเพิ่มขึ้นอีก 1 แผล เนื่องจากต้องผ่าตัดนำกระดูกมาเสริม ถ้าเป็นปริมาณมากจะต้องคำนึงถึงโครงสร้างของกระดูกที่นำมาว่ามีผลกระทบหรือไม่ นอกจากนั้นผู้ป่วยมักมีอาการปวดแผลจากการที่ผ่าตัดนำกระดูกเพื่อไปเสริม
- การเคลื่อนไหวของคอไปในทิศทางต่าง ๆ ได้น้อยลง (ลักษณะคอแข็ง)
- มีปัญหาเรื่องความเสื่อมของกระดูกคอระดับถัดไป ทั้งด้านบนและด้านล่างของระดับที่เคยทำการผ่าตัด ซึ่งอาจเป็นปัญหาทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขอีก
- ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย เนื่องจากต้องมีการเคลื่อนไหวมาก
ทางเลือกของการรักษาแบบใหม่ การใส่หมอนรองกระดูกเทียม ( ดังรูปภาพที่ 3 และ 4) เข้าไปในช่องว่างระหว่างกระดูกที่เกิดจากการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออกไป หมอนรองกระดูกเทียมนี้ จะยังคงรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงกับภาวะปกติ (ดังรูปภาพที่ 5) คอไม่แข็งดูเป็นธรรมชาติคล้ายเดิม ซึ่งความคาดหวังว่าจะไม่ทำให้กระดูกคอในระดับถัดไปเสื่อม เช่น การผ่าตัดแบบมาตรฐาน ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี หรือผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน ข้อดี - การเคลื่อนไหวของคอใกล้เคียงกับภาวะปกติ
- คาดหวังว่า จะไม่มีปัญหาเรื่องของความเสื่อมของกระดูกคอระดับถัดไป ทั้งด้านบนและด้านล่างของระดับที่ทำการผ่าตัด
• เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ข้อเสีย
- อุปกรณ์ชนิดนี้มีราคาแพง และยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
ข้อควรทราบ การผ่าตัดโดยใช้หมอนรองกระดูกเทียมนี้ ผลเสียในอนาคตยังไม่ทราบแน่นอน ซึ่งคงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ อุปกรณ์ชนิดนี้มีราคาแพง และยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์เดลินิว
|