|
ช่วยลดช่องว่างในครอบครัว ผู้สูงวัยต้องทำตัวแจ่มใส |
ภาวะความเสื่อมทั้งทางร่างกายและความเสื่อมถอยทางจิตใจที่ก่อให้เกิดความเหงาในคนที่สูงอายุ
ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างในครอบครัว
ลูกหลานมีส่วนสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจภาวะของผู้สูงอายุด้วย
แต่ในทางกลับกันผู้สูงอายุก็ต้องปรับปรุงตนเองให้เป็นคนอารมณ์ดี
เมตตาเอื้ออาทรห่วงใยต่อลูกหลาน เพื่อให้คนใกล้ชิดมีความสุข
ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มผู้สูงอายุไทยเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งสอดคล้องกับต่างประเทศ
เนื่องจากวิทยาการด้านการแพทย์ก้าวหน้าและคนรู้จักดูแลสุขภาพร่างกายมากขึ้น
โดยเมื่อปี 2544 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 8.4 ของประชากร ปี 2545
ร้อยละ 9.3 ของประชากร
ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจอายุขัยเฉลี่ยชายอยู่ที่ 67.36 ปี หญิง อายุ
71.70 ปี
ผู้สูงอายุปรับปรุงตนเองให้เป็นคนอารมณ์ดี
เมตตาเอื้ออาทรห่วงใยต่อลูกหลาน เพื่อให้คนใกล้ชิดมีความสุข นอกจากนั้น พบว่า
ผู้สูงอายุ 1 ใน 3 ยังต้องทำงาน ซึ่งสภาพความหนักแตกต่างกันกันไป
การทำงานของผู้สูงอายุมีผลต่อรายได้ของครอบครัว
ที่น่าดีใจคือสุขภาพผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ดี
มีส่วนน้อยที่เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรังตามสภาพความเสื่อมของร่างกาย
ซึ่งโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุคือ ปวดข้อ เวียนศีรษะ นอนไม่หลับ
มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา และเป็นลม
น.พ.พนมทวน ชูแสงทอง จิตแพทย์ โรงพยาบาลวชิร กล่าวว่า
ข้อดีของสังคมไทยส่งผลให้สภาพครอบครัวมีความอบอุ่นมากกว่าต่างประเทศ
โดยผู้สูงอายุอาศัยอยู่กับลูกหลาน อยู่กับครอบครัว
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยวมากกว่าครอบครัวขยาย
ขณะที่ผู้สูงอายุต่างประเทศอาศัยอยู่ในสถานที่สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุต้องรู้จักปรับปรุงตัวเอง เป็นคนน่ารัก
มีความเมตตาเอื้อเอ็นดูลูกหลาน ทำให้เขาอยากเข้าใกล้
"พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่รักลูกโดยไม่มีเงื่อนไข คือ
ขอให้เป็นลูกเรา จะดีจะชั่วจะหล่อ ไม่หล่อก็ยังรัก
การขอพรขอกำลังใจจากพ่อแม่ถือว่าดีที่สุด ซื้อรถยนต์ใหม่ ไม่ต้องให้พระเจิม
ให้พ่อแม่เรานี่แหละเจิม ดีที่สุด เป็นพลังสร้างแรงใจ
คุณค่าของผู้สูงอายุเริ่มจากการเห็นคุณค่าของตนเอง
อย่าปล่อยให้แก่ชราไปตามวัย อย่าปล่อยให้เจ็บป่วยเพื่อดึงดูดความสนใจ
หาเรื่องหดหู่เข้าตัว ญาติก็จะหดหู่ด้วย"
น.พ.พนมทวน กล่าว และว่าตนมีแม่อายุ 80 ปี
ครอบครัวมีลูกสาวหลายคนทุกคนแต่งงานย้ายออกไปสร้างครอบครัวใหม่
เหลือตนอยู่เป็นเพื่อนแม่ แต่ลูกหลานจะมาเยี่ยม
ตนกับแม่มีข้อตกลงระหว่างกันว่า ช่วงที่มีชีวิตอยู่จะทำดีต่อกัน
เพราะความตายอยู่ใกล้ตัวทุกขณะ ไม่ใช่คนชราจะตายก่อนคนวัยทำงาน ทั้งวัยรุ่น
วัยเด็ก มีสิทธิตายได้ทั้งนั้น
ดังนั้นช่วงที่มีชีวิตอยู่ควรทำสัญญากันว่าจะดูแลกันด้วยความรัก เมตตา
หากอยากกิน อยากได้อะไรให้บอก ถ้าไม่เว่อร์เกินไปลูกจะให้
ประการสำคัญก่อนที่เราจะเอาความสุขจากคนอื่น เราทำให้เขามีความสุขหรือไม่
หน้าที่ของเราคือ ตอบแทนทุกคนหรือยัง หากคาดหวังจะให้คนอื่นทำให้เรามีความสุข
เราทำให้คนอื่นมีความสุขหรือยัง
น.พ.พนมทวน กล่าวด้วยว่า ผู้สูงอายุ เป็นวันที่เกิดความเหงาง่าย
การมีกลุ่ม มีชมรม ช่วยให้คลายเหงา เพราะได้มีกิจกรรมร่วมกัน
อีกทั้งด้านร่างกาย เกิดจากความเสื่อมจากวัย ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง
โอกาสเจ็บป่วยง่าย ระบบทางเดินหายใจติดเชื้อง่าย แนะให้จิบน้ำอุ่น
มีปัญหาฟันผุ ระบบการไหลเวียนของเลือดน้อยลงส่งผลให้หลอดเลือดแข็งกระด้าง
เป็นโรคสมองฝ่อ หากพบว่าญาติสูงอายุเริ่มจำเรื่องในปัจจุบันไม่ได้
ต้องรีบพบแพทย์ทำการเยียวยารักษา มีปัญหาสายตายาว กล้ามเนื้อตาเสื่อม
ประสาทหูเสื่อม ต่อมรับรสน้อยลง ท้องอืดท้องเฟื้อ นอนไม่หลับ
ปัญหาด้านจิตใจ มีความวิตกกังวลง่าย หากเป็นมากจะนอนไม่หลับ หงุดหงิด
เครียด ปวดเมื่อยตัว ภาวะเหล่านี้รักษาได้ นอกจากนั้นยังพบภาวะซึมเศร้า
มักมาพบแพทย์ด้วยอาการเพลีย กินไม่ได้ หดหู่ อารมณ์ไม่ดี
รู้สึกตนเองไม่มีคุณค่า อยากตาย บางรายลงมือทำร้ายตัวเอง ระแวง
ไม่ไว้ใจกลัวคนปองร้าย สำหรับผู้สูงอายุควรออกกำลังตามสภาพร่างกาย เช่น
เดินเร็วแทนการวิ่ง ทำงานบ้านเบา ๆ รดน้ำต้นไม้ ว่ายน้ำ
อย่าเล่นกีฬาที่เน้นการแข่งขัน
"ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ
คนวัยนี้ยังต้องการการยอมรับ ความรักจากคนอื่น นอกจากนั้น
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งวัยสูง เพราะความเสื่อมตามอายุ
ควรตรวจร่างกายทุก 6 เดือน ขณะที่รูปร่างภายนอกมีผิวเหี่ยวย่น
เพราะไขมันใต้ผิวหนังลดลง การสวยตามวัยดีที่สุด
ไม่ต้องดึงหน้าหรือทาครีมหน้าเด้ง อย่าทำตัวเป็นวัยตกกระ
มีแต่คำพูดกระแหนะกระแหนลูกหลานจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้" น.พ.พนมทวน กล่าว
ที่มา : หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2547
|