S5 User Choice
July 30, 2010
ศูนย์พยาบาล 24 ชั่วโมง คลิกดูรายละเอียดสายใยสัมพันธ์เนอร์สซิ่งโฮมแกรนนี่แคร์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ณัฐจรรยา เนอสซิ่งโฮม
สบู่เว็ทแพค
auairak2.gif
med_food.gif
พื้นที่เช่าโฆษณา
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ บทความผู้สูงอายุ

การดูแลภาวะปวดเข่า
Digg!

Rating 0.0/5 (0 vote)


ในชีวิตประจำวันของเราไม่ว่านั่ง นอน ยืน เดิน เราต้องใช้กระดูก และข้อจำนวนมากมาย เนื่องจากในร่างกาย มีกระดูกประมาณ 206 ชิ้น และข้อต่อประมาณ 100 ข้อ ทางองค์การอนามัยโลก WHO ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดูแลรักษาเรื่องข้อและกระดูกเป็นอย่างมาก ถึงกับประกาศให้ปี 2000-2010 เป็นทศวรรษของการดูแลรักษาโรคกระดูกและข้อ ( Bone and Joint Decade )
 
  oldman with golf
ข้อเข่านับเป็นข้อที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในร่างกาย อีกทั้งเป็นข้อที่ต้องทำงานหนักมาก เนื่องจากทุกครั้งที่คนเราเคลื่อนไหวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ข้อเข่าจะต้องรับน้ำหนักตลอดเวลา สาเหตุของการปวดเข่าที่พบบ่อยที่ห้องตรวจกระดูกและข้อ เช่น การได้รับบาดเจ็บจากกีฬาในอดีต อุบัติเหตุเก่าและมีเส้นเอ็นในข้อเข่าหรือกระดูกภายในข้อเข่าได้รับบาดเจ็บ โรคข้ออักเสบเรื้อรังอาทิ รูมาตอยร์ โรคเนื้องอกหรือกระดูกงอกที่ข้อเข่าและโรคที่เกิดจากอายุการใช้งานมากหรือที่เรียกข้อเสื่อม
ข้อเขียนต่อจากนี้ไปจะเน้นถึงภาวการณ์ปวดเข่าในกลุ่มคนที่อายุเลย 40 ปีขึ้นไป โดยจะเน้นถึงสาเหตุที่พบบ่อยและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

 ข้อเข่ามีลักษณะอย่างไร 
ข้อเข่าประกอบไปด้วยกระดูก 3 ส่วนคือกระดูกส่วนต้นขา ส่วนหน้าแข้ง และกระดูกสะบ้า มีเส้นเอ็นยึดอย่างแข็งแรงแต่มีความยืดหยุ่นระดับหนึ่ง กระดูกสะบ้ามีหน้าที่เป็นที่เกาะของเส้นเอ็นด้านหน้าของเข่าทำให้เข่ามีความแข็งแรงเวลาจะก้าวขึ้นหรือลง

บริเวณภายในข้อเข่ามีกระดูกอ่อนที่มีความหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร ลักษณะสีขาวเรียบมัน อีกทั้งยังมีหมอนรองข้อต่อที่เรียกว่าเมนิสคัส ช่วยทำให้การรับน้ำหนักของข้อเข่ามีการกระจายของแรงไปอย่างทั่วถึง
 
 
น้ำเลี้ยงข้อเข่า ปกติจะมีเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยเพิ่มการหล่อลื่นของข้อ ไม่สามารถตรวจหรือเจาะดูดออกมาได้ แต่ในภาวะที่มีการอักเสบของข้อ ร่างกายจะสร้างน้ำออกมามากทำให้เกิดความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
 
จากการศึกษาพบว่า ขณะเดิน น้ำหนักที่ลงมากระทำที่ข้อเข่าจะเป็น 3 เท่าของน้ำหนักตัว ขณะวิ่งจะเป็น 5 เท่า และถ้ากระโดดจะเป็น 7 เท่าของน้ำหนักตัว ผมจะลองยกตัวอย่างว่าคนที่น้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม เวลาเดินน้ำหนักจะลงที่ข้อเข่าเท่ากับ 150 กิโลกรัม ถ้าวิ่งจะเป็น 250 กิโลกรัม และถ้ากระโดดจะเป็นประมาณ 350 กิโลกรัม !!
 
สาเหตุของการปวดเข่าที่พบบ่อยคืออะไร
 
สำหรับกลุ่มคนที่วัยกลางคนขึ้นไปคือประมาณ 35 – 45 ปี สาเหตุที่พบบ่อยๆจะเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นรอบๆข้อเข่า โดยจะสังเกตอาการได้จากจะมีอาการเจ็บเมื่อเริ่มเคลื่อนไหวหลังจากที่อยู่ในท่าเดียวมานานๆ เช่น นั่งทำงานประมาณ 2 ชั่วโมงติดต่อกัน หรือนั่งรถไกลๆ พอจะลุกเดินแล้วเกิดอาการปวด หลังจากขยับไปสักครู่อาการจะเริ่มดีขึ้น อาจพบเห็นเป็นรอยแดงๆรอบๆข้อ ถ้าเป็นคนผิวค่อนข้างขาว
 
อีกสาเหตุหนึ่งคือข้ออักเสบ มักพบในกลุ่มที่อายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป เข่าจะดูบวมโดยรอบเมื่อเทียบกับอีกข้างหนึ่ง การบวมเนื่องจากมีการสร้างน้ำภายในข้อเข่าที่มากเกิน อาการจะปวดเกือบตลอดเวลา จะปวดยิ่งขึ้นถ้าต้องเดินหรือลงน้ำหนัก
 
การปฏิบัติตัวเมื่อมีปัญหาปวดเข่า
 
1. น้ำหนักตัว การลดน้ำหนักเพียงหนึ่งกิโลกรัม อาจทำให้อาการปวดเข่าดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้เข่ารับน้ำหนักลดลงถึงประมาณ 3 กิโลกรัม ทุกๆครั้งที่เดิน วิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลคือ พยายามลดอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาล
 
2. การออกกำลังกาย ไม่ควรออกกำลังกายที่หนักหน่วง เช่น วิ่งหรือกระโดด เนื่องจากจะมีแรงกระทำที่ข้อเข่ามากเกินไป การเดินเร็วๆ จะทำให้กล้ามเนื้อได้ออกกำลัง กระดูกได้รับการกระตุ้น หัวใจได้ทำงาน การกระแทกต่อข้อเข่าก็ไม่มากนัก
 
3. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้งานของข้อเข่า นิสัยการใช้งานที่ไม่ถูกต้องที่พบประจำเช่น การทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานๆ จะทำให้เส้นเอ็นไม่มีการยืดหยุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่อายุมากกว่า 40 ปีคุณภาพของเส้นเอ็นเริ่มไม่มีความยืดหยุ่นที่ดี เมื่อมีการเปลี่ยนท่าทันทีทันใด จะทำให้มีการอักเสบระบมหรือบาดเจ็บของเส้นเอ็นรอบเข่าได้ นอกจากนี้การปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกต้องบางประการ อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น เช่น การไปบีบนวดอย่างรุนแรง การบีบนวดที่รุนแรงจะทำให้เกิดการระบม อันจะทำให้เกิดการปวดขึ้นมากไปกว่าเดิมอีก
 
4. ยาแก้ปวดหรือยารักษาอาการปวดข้อ ในกรณีที่มีอาการปวดมาก ยาที่วงการแพทย์ยอมรับว่าปลอดภัยมากที่สุดในปัจจุบันคือพาราเซททามอล ( paracetamal ) ในกรณีที่อาการปวดไม่ดีขึ้นจริงๆ ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดข้อด้วยตนเอง ควรอย่างยิ่งที่จะทำการปรึกษากับแพทย์กระดูกและข้อ เนื่องจากสาเหตุของการปวดเข่ามีหลากหลายมาก อีกทั้งยาสำหรับรักษาการอักเสบของข้อและเส้นเอ็น จะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
 
ยาแก้ปวดหรือแก้ปวดเข่าออกฤทธิ์อย่างไร
 
ยาที่เรารับประทานจะออกฤทธิ์ได้ 2 ที่คือที่สมอง (โดยจะกดศูนย์ที่ควบคุมความเจ็บปวด) และที่ข้อเข่า ( โดยการลดการระบมของข้อหรือเส้นเอ็น) ผู้ป่วยหลายท่านมาปรึกษาว่าเวลากินยาอาการดีขึ้น แต่เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่งอาการกลับเป็นอีก สาเหตุเนื่องจากอะไร ถ้าท่านประสบกับเหตุการณ์แบบนี้ ขอให้ทำความเข้าใจว่า นั่นเป็นเพราะสาเหตุของการปวดเข่าที่แท้จริงยังไม่ได้รับการแก้ไข ยาที่รับประทานเพียงแต่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เคลื่อนไหวหรือใช้งานได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานยาแก้ปวดเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีเหตุผลที่จำเป็นจริงๆ ย่อมไม่มีความปลอดภัย สาเหตุที่พบบ่อยๆ คือนิสัยการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง และเรื่องน้ำหนักตัว
 
นอกจากนั้นน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่มาก อาจส่งผลต่ออาการของการปวดเข่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากการที่เข่าต้องรับน้ำหนักมาเป็นเวลาหลายสิบปี อีกทั้งเวลาใช้งานนั้นน้ำหนักที่เข่ารับจะเพิ่มมากกว่าปกติ 3 -4 เท่า จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมพบว่า คนเราจะมีน้ำหนักสมดุลของตนเองไม่เท่ากัน และน้ำหนักสมดุลนี้ควรจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น
 
การปฏิบัติตัวในภาพรวม
 
1. หลีกเลี่ยงการทำงานในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะนั่งหรือยืนนาน
2. ไม่ควรนั่งยองๆหรือนั่งพับเข่ามากๆ เนื่องจากจะทำให้ผิวกระดูกส่วนต้นขา เสียดสีกับผิวกระดูกส่วนหน้าแข้งมาก
3. พยายามลดน้ำหนัก โดยตั้งเป้าหมายครั้งละ 1 กิโลกรัม
4. เมื่อปวด อย่าบีบนวดอย่างรุนแรง วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือใช้ของเย็นประคบ
5. ไม่ควรซื้อยาชุดรับประทาน เนื่องจากอาจมีตัวยาที่ประกอบด้วยสารสเตียร์รอย ซึ่งมีอันตรายต่อร่างกายมาก
6. การออกกำลังกายโดยการเดินเร็ว เป็นการถนอมเข่า อีกทั้งสร้างความแข็งแรงของกระดูกส่วนอื่นๆด้วย
7. เมื่อปฏิบัติดังกล่าวแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพบกับแพทย์ที่ท่านคุ้นเคยเพื่อปรึกษา
 

ความคิดเห็น
เพิ่มข้อความใหม่ ค้นหา
น้าหนึ่ง   |203.130.145.xxx |2009-12-24 14:30:23
แฟนของผมมีอาการ ปวดหัวเข่าขึ้นมาทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุ เดินไม่ได้ ไปหาหมอที่ ร.พ.
หมอก็บอกว่าสะบ้าหัวเข่าอักเสบทั้งกินยา ฉีดยา 2 เดือนก็ไม่หายเลยเปลี่ยน ร.พ.ใหม่ ก็ยังไม่หาย
กลับทรุดลงเรื่อยๆ ขาเริ่มลีบเล็กลงสุดท้ายกลับไปหาหมอคนเดิมอีก หมอสรุปว่าต้องผ่าตัด
ส่องกล้องเข้าไปเพื่อหาสาเหตุ ผมว่าชักจะไปกันใหญ่แล้ว ผมจึงมองหาวิธีการรักษาแบบอื่น
เมื่ออ่านเจอหมอพิภัทรในเวปและได้คุยกับคุณหมอแล้ว ผมคิดว่าน่าลองมากเพราะถึงอย่างไร
ก็ไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ดีกว่าไปลองผ่าตัด ตัดทิ้งไปแล้วเอาคืนมาไม่ได้ผมจึงตัดสินใจนัดหมอ
เพื่อรักษาทันที หลังจากรักษาเพียงแค่วันเดียว วันนั้นแฟนผมเดินได้ วิ่งได้เลยครับ
ยังเหลืออาการเจ็บเล็กๆ น้อยๆ บางครั้งที่เดินหนักมากๆ ยังมีเจ็บอยู่นิดๆ จึงกลับไป
รักษากับหมออีกนิดหน่อย ตอนนี้แฟนผมหายแล้วครับ ขึ้นบรรไดตึก 5 ชั้นได้สบาย
ขับรถและทำทุกอย่างได้ปกติ ระหว่างช่วงเวลาที่ไปรักษากับหมอพิภัทรผมเห็น
คนป่วยที่อาการหนักๆ หลายคนหายเป็นปกติ กับตาผมเองมาแล้วนับไม่ถ้วนเลยครับ
ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นเรื่องวิทยาศาตร์ล้วนๆ เลยครับ หมอพิภัทรเข้าใจระบบต่างๆ
ของร่างกายมนุษย์ได้ลึกซึ้งระดับเทพตามวิชาแพทย์แผนจีนที่คุณหมอเรียนมา
ผมขอเป็นกำลังใจให้หมอพิภัทรช่วยเพื่อนมนุษย์ที่กำลังทุกข์ทรมานให้หายจากโรค
ไปอีกนานเท่านานครับ เบอร์หมอพิภัทร 089-9848872 ครับ
--------------------------------------------------
ลองไปอ่านที่นี่ดูนะ
http://healthnet.md.chula.ac.th/cyber_board/room6/messages/1663.html

หรือ
http://sites.google.com/site/piput2010/
pim   |118.175.34.xxx |2010-03-18 18:56:31
ดิฉันเคยเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท แล้วเคยไปรักษากับคุณหมอพิภัทรมาเหมือนกันนะคะ ไม่ได้เป็นหน้าม้านะคะ แต่เคยไปรักษามาจริง ๆ แล้วประทับใจคุณหมอและครอบครัวมาก ๆ เมื่อประมาณปลายปีที่แล้วน่ะค่ะ เป็นเพราะนั่งทำงานอยู่นิ่ง ๆ กับโต๊ะทั้งวันมานานเป็นสิบปี แล้วก็ขับรถเยอะไปหน่อย ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเค้าบอกว่ากระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท จนขาชา อ่อนแรง เดินนาน ๆ ไม่ไหว นั่งนาน ๆ ก้อไม่ได้ ปวดหลังค่ะเลือดก็ไม่ไปเลี้ยงเท้า ทำให้เล็บเท้าเสียไปเล็บนึงแล้วนะคะ นึกว่าจะต้องเล็บเสียไปทั้งชีวิตซะแล้ว ไปรักษาหมอแผนปัจจุบัน กินยา ฉีดยา กายภาพบำบัดก็ไม่หายซะที เลยไปลองหาข้อมูลการรักษาทางอื่นดู เจอข้อมูลของหมอพิภัทรเยอะมาก แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นในแง่บวก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไรจะเสีย ดีกว่ารอผ่าตัดน่ะค่ะ เพราะเพื่อนที่ทำงานเป็นกัน ส่วนใหญ่ก็ต้องผ่าตัด แล้วก็ไม่หายสนิทซักราย ก็เลยลองไปรักษาเมื่อช่วงเดือนที่แล้วนะคะ การรักษาคุณหมอใส่ใจรายละเอียดของร่างกายคนไข้มากนะคะ รู้จักระบบของร่างกายมนุษย์อย่างน่ามหัศจรรย์ ดีกว่าคุณหมอที่โรงพยาบาลอีก ที่ไม่เคยใส่ใจถามรายละเอียดของคนไข้อย่างละเอียดเลย แค่พูดคุยสิบนาที ฉีดยา จ่ายยาแค่นั้นก็จบ แต่ไม่หาย คุณหมอพิภัทรจะให้เรายืน เดิน นั่ง นอนให้ดู และรักษาเราตามอาการ แล้วก็ให้เรายืน เดิน นั่ง นอนให้ดู อีกจนกว่าจะแน่ใจว่าหายจริง ๆ หลอกท่านไม่ได้นะคะว่าหายหรือไม่หาย แค่ท่านดูท่าทางของเราก็รู้เลย รวมถึงสอนวิธีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง และการบริหารร่างกายที่จะไม่ให้กลับมาเป็นอีกให้เราด้วยค่ะ แต่ในการรักษาก็ต้องอาศัยเวลาและความอดทนทั้งของคนไข้และของคุณหมอนะคะ คุณหมอรักษาได้วันละหนึ่งคน ซึ่งก็จะเหนื่อยมากในการรักษาแต่ละครั้งนะคะ ที่ทราบเพราะหลังจากที่ตัวเองหายแล้ว ก็มีเพื่อนสนใจให้พาไปรักษาหลายคน เลยมีโอกาสไปนั่งดูคุณหมอรักษาคนอื่นค่ะ เห็นถึงความทุ่มเทที่จะรักษาคนให้หายจริง ๆ ถ้าคิดว่าอยากหายและมีความอดทนพอเพื่อจะรักษาตัวเองให้หาย สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้ได้ ดิฉันแนะนำเลยค่ะ คุ้มค่ามากไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจไปรักษาเร็วนะคะ โดยส่วนตัวแล้ว ร่างกายตัวเองกลับมาดีกว่าก่อนป่วยซะอีกนะคะ เพราะเท่าที่คุยกับคุณหมอ ท่านบอกว่าการนวดแบบนี้เป็นการนวดปรับธาตุด้วย ทำให้เลือดลมในร่างกายเรากลับมาปกติ ตอนนี้ทานอะไรก้อไม่อ้วน เลือดลมดี ที่เคยเป็นฝ้านิดหน่อยก็หายไป หน้าเป็นสีชมพูตลอดเวลาเลยค่ะ หน้าตาก็ดูเด็กลงมาก อันนี้ชอบมากค่ะ ดีใจที่ป่วยเร็วด้วย เลยได้มีโอกาสเจอคุณหมอเร็ว ดีกว่าไปเป็นตอนแก่ค่ะ สนใจรักษากับคุณหมอต้องโทรจองล่วงหน้านะคะ ท่านคิวยาว เบอร์โทร 0899848872 หรืออยากได้ข้อมูลของดิฉันเพิ่มเติมโทรถามได้ค่ะที่ 0875391068 ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาและรายละเอียดค่ะ
แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
Email:
 
Website:
เรื่อง:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."





Reddit!Del.icio.us!Facebook!Slashdot!Netscape!Technorati!StumbleUpon!Newsvine!Furl!Yahoo!Ma.gnolia!Free social bookmarking plugins and extensions for Joomla! websites! title=
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ศูนย์จัดส่งพนักงาน ทรัพย์สมบูรณ์ธุรกิจ
rk_banner.gif
baan_auainruk2.gif สบายดี เนอสซิ่งโฮม new_ads_300x100.gif
eldercarethailand.com รวมข้อมูล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านพักผู้สูงอายุ เนอร์สซิ่งโฮม เนอสซิ่งโฮม เนอร์สซิ่งแคร์
 *ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*
bandwidth test
My Google Page Rank
               ยังไม่ได้เป็นสมาชิก?
กดเพื่อลงชื่อเข้าใช้
กดเพิ่มปิด tab นี้