บทความที่น่าสนใจ
บทความผู้สูงอายุ
ดัชนีศูนย์/โรงเรียน บทความที่น่าสนใจ บทความผู้สูงอายุ |
| ถุงน้ำดีถูกตัดออกไปแล้วมีผลอย่างไรต่อร่างกาย |
เนื่องจากถุงน้ำดีเป็นที่เก็บน้ำดีไว้ เมื่อต้องการใช้ถุงน้ำดีก็จะบีบตัวไล่น้ำดีออกมา คนที่ถูกตัดถุงน้ำดี จะมีน้ำดีไหล ออกมาตลอดทำให้ผู้ป่วย บางรายมีอาการท้องอืด ท้องร่วง กินอาหารที่มีไขมันไม่ได้ ตลอดชีวิต บางรายงานแนะนำต้องตรวจระดับ cholesterol การตัดเอาถุงน้ำดีออก ซึ่งบางครั้งอาจทรมารกว่ามีนิ่วในท่อน้ำดีเสียอีก ดังนั้นท่านต้องชั่งใจและปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีข้อเสียก่อน และแพทย์ส่วนใหญ่ก็มักจะแนะนำให้ตัด เอาถุงน้ำดีออกก็ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลอันใด ผู้ป่วยจะไม่เกินิ่วอีกจริงแท้แน่นอน แต่ผู้ป่วยก็จะมีอาการ ปวดท้องเหมือนกับมีนิ่วอยู่เพราะปริมาณน้ำดีที่ตับอ่อน ผลิตมันมี ไม่เพียงพอกับ ความต้องการใช้ หรืออาจมีมากเกินความจำเป็นเปลียบเหมือนเราไม่ม่ Stock สินค้า การ Supply ของให้กับลูกค้า ก็ไม่คล่องตัว ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ถ้าจะเลือกการผ่าตัด ก็ควรเลือกผ่าตัดเอานิ่วออก ไม่ใช่เอาถุงน้ำดี ออกมากกว่า การตัดถุงน้ำดี ย่อมมีผลกระทบต่อการย่อยอาหารจำพวกไขมันอย่างแน่นอน เนื่องจากน้ำดีที่ผลิตจากตับ จะขาดที่กักเก็บ(ปกติน้ำดีที่สร้างเสร็จ จะถูกเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี) ดังนั้นน้ำดีที่สร้างเสร็จจะยังอยู่ที่ตับ ทำให้อัตราการไหล ของน้ำดีลดลง เพราะตับไม่สามารถบีบตัวเพื่อให้น้ำดีเคลื่อนไปยังลำไส้ ทำให้เกิดปัญหาอาหารไม่ย่อย ท้องผูก หรือท้องเสีย และเมื่อน้ำดีคั่งในตับมากเกินไปตับ จะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ( ภาวะปัญหาการคั่งของ ตับและปัญหาการย่อยของลำไส้เล็ก ทำให้เกิดปัญหานอนไม่หลับ ลมหายใจมีกลิ่น) นอกจากนี้ภาวะอัตราการไหล ของน้ำดีที่ลดลง ยังทำให้ม้ามและตับอ่อนอ่อนแอลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดเบาหวานอีกด้วย เนื่องจากม้ามมีเส้นประสาท ที่เชื่อมต่อกับถุงน้ำดี ดังนั้นเมื่อถุงน้ำดีถูกตัดออก ย่อมมีผลกระทบต่อการทำงาน ของม้ามเช่นกัน (ตามหลักของแพทย์แผนจีนแล้ว ม้ามมีความสัมพันธ์กับหัวใจ เมื่อม้ามผิดปกติ หัวใจจะทำงานผิด ปกติด้วย) และจากสถิติแล้วพบอัตราการเกิดภาวะหัวใจวายในผู้ที่ถูกตัดถุงน้ำดีได้มากกว่าคนทั่วไป ภาวะภูมิแพ้ และภูมิไวเกิน ยังเป็นภาวะที่เกิดจากการตัดถุงน้ำดีอีกด้วย (ทั้งนี้เป็นผลกระทบจากภาวะที่ตัดและม้ามไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ) นอกจากนี้ปัญหาอื่นๆที่พบได้ในผู้ที่ตัดถุงน้ำดีคือ 1. มีอาการคันตามผิวหนัง (ในกรณีที่มีผื่นร่วมด้วย เกิดจากม้ามทำงานผิดปกติ, ในกรณีที่ไม่มีผื่นคัน เกิดจากตะกอนของบิลิลูบิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของน้ำดี นั้นตกตะกอนบริเวณใต้ผิวหนัง) 2. ข้ออักเสบ เนื่องจากตับและม้ามทำงานผิดปกติ 3. โลหิตจาง (ภาวะที่มีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ) เนื่องจากตับและม้ามเป็นอวัยวะที่กำจัดเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ (ปกติเม็ดเลือด แดงจะมีอายุเฉลี่ย 100-120 วัน) เมื่อตับและม้ามทำงานผิดปกติ วงจรการทำลายและสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่จะผิดปกติไปด้วย ในผู้ที่ตัดถุงน้ำดีทิ้ง จะพบมีปัญหาน้ำดีคั่งที่ตับ ซึ่งการแก้ปัญหานี้ ก็คือ พยายามเพิ่มอัตราการไหลของน้ำดี ด้วยการกินมะระจีนในตอนเช้า เพื่อช่วยทำความสะอาดตับ และกินCoptis ในช่วงเย็นเพื่อกระตุ้นอัตราการไหลของน้ำดี ซึ่งสามารถใช้ได้ผลดี สามารถช่วยลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นจากการตัดถุงน้ำดีได้เป็นอย่างดี รวมถึงปัญหานอนไม่หลับ ปัญหาอาหารไม่ย่อย เริ่มจากเมื่อตื่นเช้า ให้ดื่มน้ำอุ่น 2 แก้วแล้วออกกำลังกาย หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงให้กินมะระจีน และรออีกประมาณครึ่งชั่วโมงจึงรับประทานอาหารเช้า (น้ำอุ่นจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้เล็กและไต) จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นวิธีการช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ที่เคยผ่านการตัดถุงน้ำดี มีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การกำจัดนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยวิธีทางธรรมชาติ และไม่ต้องใช้การผ่าตัดนั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
Powered by !JoomlaComment 3.26
3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved." |
|||||||||||||||||||
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|