|
วิธีเลือกศูนย์ดูแลผู้ป่วย |
 จากที่เราต้องหาพี่เลี้ยงให้แม่นะคะ เราหาจากหลายศูนย์คะ แต่ละศูนย์น้องๆๆ ก็มาอยู่ไม่เกิน 2 ปีคะ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
เราหามาเกิน 5 ศูนย์แล้วคะ มีข้อคิดดังนี้นะคะ
1 เลือกศูนย์ที่มีคนแนะนำ หรือใช้บริการมาก่อน ของเราลองเลือกจากศูนย์ที่เราจ้างเป็นพี่เลี้ยงก่อนคะ
2 เด็กในศูนย์เดียวกันไม่จำเป็นต้องดีเหมือนกันหมด ขอให้อดทนแล้วก็ค่อยๆๆเลือกจนถูกใจคะ ไม่มีควรรีบ หรือเกรงใจน้องนะคะ เพราะคนที่เค้าต้องดูแลคือ พ่อ แม่เราคะ
3 เท่าที่เราสังเกตุ ยิ่งเงินเดือนมาก แปลว่ามีประสบการณ์มาก แต่อาจเรื่องมากกกกก แต่ก็ดีคะ (มีที่ไม่ดีคือ ชั่วโมงการบินสูง อาจอู้งานได้ง่าย)
4 เราควร set ระบบตรวจสอบของเราให้ดีก่อนคะ
คิดว่าคนแก่ (คุณพ่อ หรือคุณแม่) เป็นเด็กเล็กๆๆๆที่ไม่สามารถฟ้องเราได้เมื่อมีคนแกล้ง ดังนั้นเราอาจหาคนประกบ โดยอย่าให้คนป่วยอยู่ในห้องกับคนดูแล ลับตาเกินไปคะ ถ้าที่บ้านมีคนทำงานบ้าน หรือมีญาติอาศัยอยู่ให้เค้าคอยเป็นหูเป็นตาให้
ของเราโชคดีคะ เราเปิดเป็นร้านขายของ แล้วให้เอาแม่มานั่งในร้านด้วยมีคนมากมาย สบายใจคะ แต่ถึงกระนั้น น้องคนดูแลก็แอบนอนเป็นประจำ (จริงๆๆ ก็นอนให้เห็นโต้งๆๆๆ เลยคะ แต่ว่างานตอนนั้นเสร็จแล้วเลยไม่ว่าอะไร)
หรือถ้าไม่มีใคร ก็ควรติดตั้งกล้องวงจรปิดคะ ไว้ตรวจสอบ และดูคะ
5 ถ้าเรื่องกินยา สำคัญ เราควรหากล่องยาที่จัดได้ อย่างน้อย 1 อาทิตย์ ให้น้องเค้าจัดเพื่อกันลืมเวลาให้ยา และถ้าคุณหมอให้ยาประเภทกล่อมประสามหรือยานอนหลับไม่ควรบิกน้องคนที่ดูแลถึง สรรพคุณตัวนี้
เพราะคุณหมอที่รักษาแม่เคยเล่าให้ฟังว่า คนดูแลฝห้ผู้ป่วยกินยาตังนี้ตลอด เพื่อที่ว่าคนป่วยจะได้หลับอยู่ตลอดเวลา แย่มากกกกคะ
6 ถ้าใน case ที่ พ่อ หรือแม่เราต้องมีพี่เลี้ยงช่วย พยุง หรือ จูงเดิน พี่เลี้ยงต้องสูง และ มี นน. ที่สามารถพยุงกันไม่ให้ ท่านล้มตอนเซได้คะ
7 พี่เลี้ยงที่อายุน้อยจะติดเที่ยวคะ มักจะขออนุญาติไปซื้อของตอนกลางคืน ถ้าเป็นคนมีอายุหน่อยจะไม่ค่อยเป็น
8 ถ้าพี่เลี้ยงสามารถทำ กายภาพอย่างง่ายๆๆใด้ ควรพิจารณาเป็นพิเศษคะ อย่างของเราพี่เลี้ยงคนเก่ามี train งานต่อให้กับพี่เลี้ยงคนใหม่ โขคดีของเราคะ
9 ควรทำตารางว่าเวลานี้ ควรทำอะไร คร่าวๆๆให้กับพี่เลี้ยงคะ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบดูแล หรือว่าให้พี่เลี้ยงช่วยออกความคิดเห็นคะ
 ศูนย์ที่เราใช้ อันแรก ชื่อ เครื่องหมายตกใจ ค่ะ น้องๆๆ ที่มาก็จะเด็กๆๆหน่อยค่ะ แบบว่าเพิ่งจบ น้องคนที่เราได้นั้นทำงานดีใช้ได้ค่ะ เสียแต่ชอบเที่ยว และก็แต่งตัวโป๊ไปหน่อยค่ะ พอทำงานกับเราสักพัก น้องศูนย์นี้ก็จะขอลาออกจากศูนย์ และขอทำกับเราเองค่ะ เพราะไม่ต้องโดนศูนย์หักเปอร์เซ็น น้องคนนี้อยู่กับเราได้ 2 ปีค่ะ สาเหตุที่ออกเพราะมีแฟนแล้วชอบออกจากบ้านไปค้างกับแฟน (ศูนย์นี้เรามีจ้างเด็กดูลูกด้วยค่ะ น้องๆๆ จะจบจาก N/A ค่ะ จะค่อนข้างรู้เรื่องทีเดียว)
ส่วนคนที่ 2 ที่มาเราจำศูนย์ไม่ได้แล้วค่ะ หาจากใน net เพราะคนแรกออกแบบกระทันหันเหมือนกัน ให้สามีไปสัมภาษณ์น้องๆๆ ที่ศูนย์เลย สามีบอกว่าจะได้เห็นสิ่งแวดล้อมแล้วก็คนที่จะทำงานด้วย คนที่สามีตั้งใจไปดูจริงๆๆ นั้นไม่ได้รับค่ะ เพราะสามีเหมือนติดใจบางคำตอบ (ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคนสัมภาษณ์เป็นหลักค่ะ) ส่วนคนที่ได้มานั้นสามีบอกว่ามี common sense และก็ใจรักบริการดี คือว่าสามีลองให้ พี่คนนี้ไปซื้อไฟแชค ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้แล้วค่ะ พี่เค้าออกไปซื้อแล้วบอกว่าหาไม่ได้เลยเอาอีกยี่ห้อมาให้ แลบอกสรรพคุณค่ะ คนนี้ลาออกเพราะบอกว่า อยากไปเปิดร้านอาหารกับสามี ค่ะ (คนนี้อยู่ได้ปีกว่า) ให้ศูนย์ส่งเด็กมาเปลี่ยนแต่ไม่ work เลยค่ะ พี่คนที่บอกก็ confirm ว่าน้องไม่ work เพราะพี่เค้าต้อง train เด็กว่า ตารางของแม่เป็นอย่างไรก่อนออก
ส่วนที่ คน 3-4 นั้น สามีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ปรากฎว่า คนที่ 3 เราเองเป็นคนไม่ชอบใจเพราะเวลาที่เค้าดูแลแม่ เวลาเราพาไปเที่ยว ตอนอยู่บนรถก็ใส่ หูฟังเพลงค่ะ (งงไม่เคยเจอ) ตอนที่เราไปสวนสาธารณะ เธอก็เข็นแม่เราไปเดินเล่นซะไกลเลย เรามองหาไม่เจอ (ใจหายเลยค่ะ) แบบเข็นไปม่บอกไม่กล่าว แล้วเราสังเกตุว่าแม่เรามักมีอารณ์ฉุนเฉียวไม่ค่อยยิ้ม (แม่เราไม่สามารถสื่อสารได้แล้วค่ะ) เราเลยบอกสามีว่าคนนี้เราไม่เอานะ จริงๆๆแล้วสามีบอกว่าเราคิดมากจนมี เหตุการณ์ว่า เราจะไปเที่ยวเหนื่อ 2 อาทิตย์แต่ยังไม่ได้บอกเด็กคนนี้ ตอนเช้าเราลงมาปรากฎว่าน้องเค้าไม่อยู่เราเลยถามเด็กที่ทำงานอีกคนปรากฎว่า น้องเค้ากลับศูนย์ไปเอาเสื้อหนาวและ เสื้อผ้า โดยไม่แจ้งให้เรา หรือ นายจ้างคนอีกทราบ พอน้องเค้ากลับมาเลยบอกว่า เราขอเปลี่ยนเด็กนะ
สามีโทรไปเม้งกับศูนย์ ทางศูนย์เลยบอกว่าจะส่งเด็กมาให้ใหม่ น้องคนนี้เพิ่งจบ case มา สามีก็บอกว่า ok
ให้มาเลยเพราะว่าจะขึ้นเหนือแล้ว น้องคนนี้ดีมากกกค่ะ เรียนจบ N/A มา รู้จักการ พยุงเดิน การ psyco แม่เราให้ทำตาม คือละเอียดอ่อนกับผู้ป่วย แต่เหมือนมีกรรมมาบัง น้องเค้ามาบอกกับเรามา เค้ามาเป็นแค่ตัวเสริมให้ ชัวคราวเพราะเค้ากำลังจะแต่งงานแล้วไปนอกกับสามี ที่สำคัญเค้าแจ้งศูนย์ไปแล้ว แต่ศูนย์ไม่แจ้งเรา ฮ้าฮ้า งานเข้า เศร้าครับ
จากนั้นก็ไม่ไว้ในแล้วศูนย์นี้โกหกเป็นไฟเลย สามีเลยหาเองอีกครั้งโดยเอามาจากศูนย์ที่เคยเลี้ยงลูกเรา แต่ด้วยความที่อยากได้เร็วๆๆ สามีเลยโทรอย่างเดียว ตอนแรกก็บอกว่า แม่เป็น alz อยากได้เด็กที่มี ปสก และก็ ทำกายภาพได้ด้วย ศูนย์ก็ ok บอกว่าเด็กคนนี้ทำงานมาหลายปี บลา บลา บลา เราก็ ok ส่งมาเลย พอส่งมาสืบได้ว่า เธอทำงานเป็นแม่บ้าน แล้วก็ไม่เคยดูแลผู้ป่วยเลย ที่สำคัญต้องสูบ บุหรีหลังอาหารด้วย อุแม่ เราเลยขอโทษแล้วบอกว่าไม่รับค่ะ เพราะเรามีลูกเล็กไม่อยากให้มีตัวอย่างที่ไม่ดี แล้วที่สัญคัญเราเหม็นกลิ่นบุหรีค่ะ
ส่วนน้องคนเก่ายังอยู่นะคะ น้องเค้าบอกว่าจะอยู่จนกว่าหาคนใหม่แล้ว train ให้ก่อนจึงจะไปค่ะ
เมื่อหาไม่ได้จริงๆๆ เลยถามน้องเค้าค่ะ ว่าพอแนะนำศูนย์ให้ได้ไหม น้องเค้าก็แนะนำให้ค่ะ สามีก็โทรไปอีก และเค้าก็บอกว่ามีเด็กเพิ่งจบ case มาแต่น้องคนนี้กำลังเรียน สอบเทียบอยู่ จะต้องหยุดอาทิตย์ละ 1 วัน ทุกอาทิตย์ เราก็ ok มาเลย น้องคนเก่าก็ train ให้ค่ะ พอดูว่าน้องคนนี้พอไหวก็ ออกค่ะ น้องเค้ามีน้ำใจจริงๆๆ
ส่วนคนใหม่ก็ดีค่ะ แต่ว่า อยู่ 1 ปีก็ขอลาออกไปแต่งงาน เศร้า แต่ว่า พี่เลี้ยงแม่คนที่ 2 หลังจากออกก็ยังมีแวะมาหา แล้วก็เปรยๆๆว่าอยากกลับมาอยู่ด้วย ถ้าน้องคนปัจจุบันออก
พอน้องเค้าออก เค้าก็โทรมาของานทำค่ะ เราเลยรับ และก็ยังทำถึงปัจจุบันค่ะ
อ่านยาวหน่อยนะคะ
อยากจะบอกว่าทุกศูนย์เค้าก็อยากส่งเด็กออกมา ถ้ามีเด็ก แต่อยู่ที่ว่าเราจะต้องใจเย็นค่อยๆๆ สกรีนเองค่ะ อยากได้แบบไหนก็ค่อยๆๆหาค่ะ ไปสัมภาษณ์เองที่ศูนย์ work กว่า
ไปคุยอย่าลืมลอง list คำถามที่สำคัญ ถามคำถามวกไปวนมา เดี๋ยวเค้าต้อง แพลมอะไรออกมาให้เราเห็นค่ะ
ไม่มีศูนย์ไหนที่ดีเลิศ หรือว่า ศูนย์ไหนที่แย่เลยค่ะ (ยกเว้นศูนย์ที่ต้องการโกงเงิน)
Trick ที่เจอคือ
1.เด็กคนที่เราเลือกเอง มักจะ ok ถ้ามีการหาคนแทนเช่นน้องลานานๆๆ มักส่งเด็กไม่มีคุณภาพมาให้ 2. เวลาที่เด็กของเราออก แล้วเราให้ศูนย์หาเด็กใหม่มาให้ มักจะไม่ดีค่ะ 3.อันนี้เราไม่เคยเจอแต่อ่านใน Net คือว่า ริบเงินเรา แล้วเด็กที่มาทำก็ทำเป็นขอไปที่อื่น แล้วไม่กลับมา
เราเองต้อง set ระบบ ขึ้นมาให้เด็กที่มาทำงานกลัว หรือรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้างใน 1 วัน (เด็กบางคนคิดไม่เป็น ต้องให้เราจัดให้ค่ะ) ที่สำคัญอย่าทิ้งผู้ป่วยไว้กับพี่เลี้ยง 2 ต่อ 2 ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ติดกล้องวงจรปิดแบบให้เด็กคนนั้นรู้ตัว
เพิ่มเติมค่ะ เราอาจจะมี motivation ให้น้องเค้าอยู่กับเรานานๆๆ โดยให้วิธีของทางบริษัทคือ เราออมให้น้องเค้าคะ ชื่อบัญชีเป็นของเค้า แต่ Book อยู่กับเรา โดยปีแรก ฝากให้เดือนละ500 บาท ถ้าอยู่ปีถัดไป ฝากให้เดือนละ 1000 บาท และถ้าอยูครบในปีที่ XX (ตามที่ตกลง) จะสะสมเงินให้อีกเท่าหนึ่ง แต่ถ้าออกก่อนก็จะได้แค่เงินสะสม ส่วน bonus อีกเท่าก็จะไม่ได้ค่ะ
ปรกติ เวลาน้องคนไหนที่ดีออก แล้วก็จะให้เงินก้อนแก่น้องเค้าอยู่แล้ว ทำแบบนี้ตอนน้องเค้าอกก็จะมีเงินก้อนไปด้วยค่ะ
อุปกรณ์
1.เก้าอี้ในห้องน้ำสีส้ม เราซื้อจาก ร้านขายยา ฟาสซิโน ค่ะ ราคาประมาณ 3 พันกว่าๆๆๆ จำไม่ได้แล้วค่ะ
2.เตียงที่ใช้ เราซื้อที่ mbk ตอนมี show อะคะ จำไม่ได้ ไม่แน่ใจว่า แต่เราเคยเห็นเค้ามาออกงาน ตามศูนย์ประชุมสิริกิต นะคะ ราคา ก็ตามขนาดค่ะ ของเราเป็นเตียง 3 ฟุต เพราะจะได้หาผ้าปูเตียงง่ายๆ ราคาจำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ น่าจะประมาณ 30000-40000 ค่ะ เราขอให้เค้าทำที่กั้นเตียงให้ด้วย (มันเป็นเตียงเพื่อสุขภาพเลยแพงนิดหนึ่ง) เบาะทำมาจากยางพารา ค่ะ แล้วก็ สามารถ ยกได้ทั้งหัว แล้วก็ ขา ค่ะ โดยระบบ remote
3.รถตู้เรามาทำ ระบบ ไฮโดรลิกเองค่ะ มีให้เลือก 2 แบบ คือแบบที่เราทำ (เค้าว่าเป็นของ ญี่ปุ่น) กับ อีกแบบที่คนไทยทำคือ พอยกลงมาก้สามารถเข็นเป็นรถเข็นได้เลยค่ะ (ก็ดูสะดวกดีค่ะ) ค่าทำ เราจำไม่ได้แล้วค่ะ จำได้แต่ว่า 100,000 up ค่ะ ถ้าต้องการชื่อร้านเดี๋ยวเราหามาให้นะคะ แต่เราขอบอกว่า ถ้าเราสามารถที่จะทำได้ ทำเถิดค่ะ เพราะมันสะดวกจริงๆๆ เราสามารถพาท่านไปกับเราด้วยความสะดวกสบาย ท่านก็สะดวกด้วย (ถ้าเที่ยบกับท่านที่เลี้ยงดูเรามา แล้วเราสามารถทำตรงนี้ได้ มันน้อยมากกค่ะ) ข้อมูลจากคุณมิ้วมิ้ว ที่มา: http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mui-mui&date=16-12-2008&group=2&gblog=3
|