|
คอลัมน์ พบหมอรามา
ศ.น.พ.รัชตะ รัชตะนาวิน คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
โรคกระดูกพรุน เป็นความผิดปกติของกระดูกทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ โดยเนื้อกระดูกจะมีปริมาณลดน้อยลงและมีความผิดปกติในด้านโครงสร้าง ทำให้มีความแข็งแรงต่ำลง กระดูกเปราะมากขึ้นและหักได้ง่าย กระดูกหักที่เกิดจากโรคนี้ เกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย แต่ที่พบบ่อยได้แก่ กระดูกสันหลังและกระดูกสะโพก
โอกาสที่จะเกิดกระดูกสะโพกหักจากโรคนี้สูงถึงร้อยละ 15 ในสตรีเพศ ซึ่งสูงพอๆ กับโอกาสเกิดมะเร็งเต้านม มดลูกและรังไข่รวมกันในสตรี ผู้ป่วยที่มีกระดูกสะโพกหักมีเพียงครึ่งหนึ่งที่สามารถเดินได้เหมือนเดิม
นอกจากนี้ร้อยละ 20 ของผู้ป่วยที่มีกระดูกสะโพกหักเสียชีวิตภายใน 5 ปี และพบว่าในสตรีอายุมากกว่า 65 ปี กระดูกสันหลังหักจากโรคกระดูกพรุนสูงถึง 1 ใน 3 ทำให้ปวดหลังเรื้อรัง หากเป็นมากขึ้น หลังจะค่อมโกง เป็นผลเสียต่อบุคลิกภาพและการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
โรคกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว เพราะกว่าผู้ป่วยจะรู้ตัวอาการมักจะถึงขั้นรุนแรงแล้ว ทำให้ผู้ป่วยต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานไปตลอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน หรือถูกตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง รูปร่างเล็กบอบบาง มีญาติสายตรงป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน ตลอดจนใช้ยาบางชนิดอยู่เป็นประจำ เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ชา กาแฟ มากเกินไป รับประทานเนื้อสัตว์หรือรสเค็มจัดมากเกินไป และไม่ค่อยออกกำลังกาย
แม้โรคกระดูกพรุนจะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่ทันรู้ตัว แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้ ผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อเสริมสร้างกระดูก เช่น นมสด กุ้งแห้งตัวเล็ก ปลาตัวเล็กทอดกรอบ เต้าหู้ขาว ถั่วเหลืองสุก ใบยอ ใบคะน้า มะขามฝักสด มะเขือพวง เป็นต้น เพราะจะช่วยให้ปริมาณเนื้อกระดูกเพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงจากโรคกระดูกพรุน
สตรีที่อยู่ในช่วงใกล้หมดประจำเดือน และรู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
ยิ่งต้องให้ความสนใจกับสุขภาพของตนเองเป็นพิเศษเพราะเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน ร่างกายจะขาดฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่าเอสโตรเจนในทันที ทำให้ร่างกายสูญเสียเนื้อกระดูกเร็วขึ้น จึงต้องหมั่นออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และมีแคลเซียมให้พอเพียง
ในสตรีที่มีกระดูกบางมากหรือเป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว ต้องได้รับฮอร์โมนหรือยาบางชนิดร่วมอยู่ด้วย การรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือนคือการให้ฮอร์โมนเพศหญิงชดเชย แต่หากผู้ป่วยไม่สามารถใช้ฮอร์โมนได้หรือเกิดอาการข้างเคียงก็ต้องใช้ยาในกลุ่มอื่นแทน ซึ่งการใช้ฮอร์โมนหรือยาต่างนี้ ผู้ป่วยต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
นอกจากมาตรการดังกล่าวแล้ว ผู้ป่วยจะต้องระมัดระวังอุบัติเหตุจากการหกล้มหรืออุบัติเหตุอื่นๆ ที่จะทำให้กระดูกหักได้ โดยสร้างความปลอดภัยให้ชีวิตและสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
ที่มา : หนังสือพิมพ์ ข่าวสด วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
|