|
แม่บ้านกับอาการ"ข้อเข่าเสื่อม" |
|
คอลัมน์ หมอสนาม
*น.พ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์และคณะ *คำถามจาก **คุณวราภรณ์** ถามมาว่า "ดิฉัน อายุ 55 ปี เป็นแม่บ้านออกกำลังกาย โดยการรำมวยจีน รู้สึกปวดเข่า อยากขอความกรุณาคุณหมอแนะนำในการดูแลเรื่องเข่าด้วยนะคะ
ผมขอตอบคำถามดังนี้ครับ
อาการของคุณวราภรณ์น่าจะเป็นอาการปวด ซึ่งเกิดตามวัยที่มากขึ้น คือ โรคข้อเข่าเสื่อม ผมขอตอบโดยรวมๆ ดังนี้
**โรคข้อเข่าเสื่อม** เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ และเป็นเหตุให้เกิดการปวด เข่าบวมแดงอักเสบฝืดยึดหรือมีเสียงดังในเข่า ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ดังปกติ ซึ่งมีความรุนแรงมากน้อยต่างกันไป สาเหตุนี้มีได้หลายประการเช่น
1. การใช้ข้อเข่าที่ไม่ถูกต้องมานานตั้งแต่วัยหนุ่มสาว และยังคงปฏิบัติเรื่อยมาหรือการมีน้ำหนักตัวมากๆ ทำให้เข่าต้องแบกรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในขณะที่ก้าวเดิน
2. การที่เคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อนเช่น บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาต่างๆ
3. ข้อนั้นๆ เคยมีการอักเสบติดเชื้อหรือเป็นโรคข้อ เช่น โรครูมาตอยด์เป็นต้น
อาการของโรค
1. ปวดเป็นอาการสำคัญที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์ เริ่มต้นจากปวดเป็นๆ หายๆ เมื่อได้พักการใช้เข่าอาการปวดก็จะทุเลา อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการขยับใช้งานข้อนั้นมาก ในรายที่เป็นมากขึ้นอาการปวดจะเป็นตลอดเวลา
2. ข้อติด บางรายมาด้วยอาการข้อฝืดๆ ใช้งานไม่ถนัด
3. ข้อผิดรูป ในรายที่เป็นมานานจะเริ่มมีข้อผิดรูปที่เห็นได้ชัดคือ ขาโก่ง
วิธีการป้องกันและรักษามุ่งลดอาการปวดด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้งให้คำแนะนำผู้ป่วยให้ทราบถึงการใช้เข่าที่ถูกต้องดังนี้
1. เมื่อมีอาการปวดเข่า ควรใช้ความร้อนช่วยประคบ เพื่อลดอาการปวด อาการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบเข่า
2.บริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าให้แข็งแรงเพื่อช่วยลดแรงกระทำต่อข้อเข่า ดังนี้
ท่านั่ง : 1.นั่งชิดเก้าอี้เหยียดเข่าตรงเกร็งค้างไว้นับ 1-10 หรือเท่าที่ได้แล้วเอาลงถือเป็น 1 ครั้ง ทำสลับข้างให้ได้ประมาณข้างละอย่างน้อย 10-20 ครั้ง/ชุด วันละหลายชุดยิ่งมากยิ่งดี
2.ทำได้เก่งขึ้นอาจใช้ขาด้านตรงข้ามกดขาที่ต้องการบริหาร โดยนั่งไขว้ขาให้ขาบนกดลงในขณะที่ขาล่างพยายามเหยียดขึ้น เกร็งนับ 1-10 ทำ 10-20 ครั้ง/ชุด วันละหลายๆ ชุดเช่นกันทำสลับข้างด้วย ท่านี้จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าขาแข็งแรงขึ้น รวมทั้งกล้ามเนื้อท้องขาก็แข็งแรงด้วย
ท่านอน : นอนหงายชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งแล้วเหยียดเข่าด้านตรงข้าม เกร็งไว้นับ 1-10 แล้วเอาลงทำสลับซ้ายและขวาข้างละ 10 ครั้งต่อชุด วันละ 2-3 ชุด
3.สนับเข่าเลือกใช้ในรายที่เป็นมาก เข่าเสียความมั่นคง สนับเข่าจะช่วยให้ข้อเข่ากระชับลดอาการปวด ถ้าใช้นานๆ กล้ามเนื้อรอบเข่าอาจลีบได้จากการไม่ได้ใช้งาน จึงควรมีการบริหารข้อเข่าร่วมด้วยเสมอ
4.อิริยาบถต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นตัวเร่งส่งเสริมให้เกิดความเสื่อมในข้อเข่าเร็วขึ้น ได้แก่การนั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิ นั่งยองๆ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้เมื่อทำซ้ำๆ กันนานถึงระดับหนึ่งจะส่อแสดงอาการให้เห็น ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนงานบางอย่างให้เหมาะสมกับโรคเข่าเสื่อมตัวอย่างเช่น
4.1การซักผ้าซักทีละไม่มากชิ้น นั่งซักบนม้าเตี้ยๆ และเหยียดเข่าสองข้าง ถ้าสามารถใช้เครื่องซักผ้าได้ก็จะเป็นการดี
4.2 การรีดผ้าใช้การยืนรีดแทนการนั่งรีด และควรหาม้าเตี้ยๆ มารองขาข้างหนึ่งไว้
4.3 การก้มขัดพื้นห้องน้ำหรือการก้มถูกพื้นบ้านให้ใช้ไม้ม็อบถูกพื้นแทนการคุกเข่าถูพื้น
4.4 การนั่งพับเพียบไปวัดฟังเทศน์อาจเลี่ยงโดยนั่งขอบบันไดหรือนั่งม้าเตี้ยๆ แทน
4.5 การนั่งขัดสมาธิทำสมาธิอาจเลี่ยงโดยนั่งสมาธิบนเก้าอี้แทนการนั่งขัดสมาธิที่พื้น
4.6 การเลี้ยงหลานพยายามอย่าก้มลงไปเลี้ยงเองที่พื้นบ้าน เนื่องจากต้องงอเข่ามากและงอบ่อยเวลาลุกขึ้นลง
4.7 กรณีใช้ส้วมซึมที่ต้องนั่งยองๆ อาจปรับโดยหาม้าสามขาคล่อมบนส้วมซึมและนั่งบนม้าสามขา
5. ลดน้ำหนักเนื่องจากเวลายืนเดินเข่าต้องรับน้ำหนักถึง 3-4 เท่า ของน้ำหนักตัว ดังนั้น คนอ้วนเข่าจะยิ่งต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าคนผอม การลดน้ำหนักเป็นการลดแรงกระทำต่อข้อเข่า
สรุป : เมื่อท่านดูแลข้อเข่าได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยชะลอความเสื่อมและยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าได้ เมื่อท่านปฏิบัติตนดังกล่าวข้างต้นอาการปวดเข่าของท่านก็จะทุเลาลงอย่างแน่นอน
หวังว่าคุณวราภรณ์คงเข้าใจนะครับ สำหรับท่านใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา สามารถส่งคำถามของท่านมาได้ที่สาขาเวชศาสตร์การกีฬา ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ฯ ตึกสลากกินแบ่ง ชั้น 4 โรงพยาบาลศิริราช ถ.พรานนก แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ หรือ สามารถส่ง E-mail มาได้ที่
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
ที่มา : หนังสือพิมพ์ มติชน วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547
|