|
พบโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุถึง 12,000 คนต่อปี |
 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยคนไทยอายุยืนขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคสมองเสื่อมมากขึ้น พบแล้ว 900,000 คน และมีรายใหม่เพิ่มอีกถึงปีละ 12,000 คน
รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลคนละ 600,000 - 800,000 บาทต่อปี เร่งสร้างความรู้ประชาชนให้เข้าใจโรคสมองเสื่อม ด้วยการจัดหากิจกรรมให้ผู้สูงอายุทำ พร้อมเตือนผู้ดื่มสุราแม้อายุไม่ถึงวัยผู้สูงอายุ ก็สามารถเป็นโรคสมองเสื่อมได้
ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ จัดโดยสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข วันนี้ (12 ธ.ค.) ศ.นพ.สุชัย กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรของประเทศไทยมีแนวโน้มอายุยืนมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาโรคสมองเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยจากการสำรวจล่าสุด พบคนไทยเป็นโรคสมองเสื่อมประมาณ 900,000 คน จากจำนวนผู้สูงอายุที่สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจประมาณ 6 ล้านคน ขณะเดียวกัน พบผู้ป่วยรายใหม่แต่ละปีถึง 12,000 คน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้เฉลี่ยถึงปีละ 600,000 - 800,000 บาทต่อราย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคสมองเสื่อมส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ แต่บางรายอายุไม่ถึง 65 ปี ก็สามารถเป็นโรคสมองเสื่อมได้ ซึ่งสาเหตุมาจากหลายสาเหตุ ยกตัวอย่าง ผู้ดื่มสุรามาก ๆ เชื้อไวรัสบางอย่างทำให้สมองเสื่อมก่อนวัยได้
“ โรคของผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงของสังคม และภาวะด้านสาธารณสุขของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว เพราะเมื่อการสาธารณสุขดีขึ้น อายุคนก็มากขึ้น ทำให้สังคมนั้นมีเปอร์เซ็นต์ผู้สูงอายุมากขึ้น อย่างประเทศไทย ก็เห็นชัดเจนว่า การให้บริการด้านสาธารณสุขมีมาตรฐานดีมากขึ้น คนอยู่นานขึ้น คนสูงอายุก็มากขึ้น เป็นภาระของครอบครัวที่ต้องดูแล กระทรวงสาธารณสุขเห็นปัญหาตรงนี้จึงได้จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจประชาชน เพราะผู้สูงอายุเวลาเบื่อจะเบื่อหนัก และดูแลยาก เช่น ปอดอักเสบขึ้นมา ภูมิต้านทานของร่างกายก็ไม่ดี จะต้องใช้ยาที่มีราคาแพง และสมองเสื่อมก็มีปัญหาอีกเป็นภาระของคนที่อยู่” ศ.นพ.สุชัย กล่าว
ศ.นพ.สุชัย กล่าวต่อว่า สำหรับโรคสมองเสื่อมสามารถป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกายสมอง โดยให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมยามว่าง อ่านหนังสือ เล่นเกมฝึกสมอง เล่นดนตรี หรือเต้นรำ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคสมองเสื่อมได้ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุทุกตำบล ขณะนี้สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมกว่าร้อยละ 70 แล้ว เพื่อให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมร่วมกันทำ ทั้งการออกกำลังกายสร้างสุขภาพและกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อฝึกสมอง และเพิ่มคุณค่าของผู้สูงอายุ
“การดูแลผู้สูงอายุ จะทำให้เขามีค่า และสามารถช่วยดูแลลูกหลานให้เป็นพลเมืองดีของสังคมได้ด้วย และคนเราต้องมีกิจกรรมทำ อยู่เฉย ๆ ไม่ได้ อยู่เฉย ๆ จะทำให้เซลล์สมองฝ่อได้ ฉะนั้น การออกกำลัง การมีกิจกรรมต่อเนื่องในผู้สูงอายุ จะช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุได้” ศ.นพ.สุชัย กล่าว.-สำนักข่าว
ที่มา : อ.ส.ม.ท. วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2547
|