ฟ้าใสโฮมแคร์  ลาดพร้าว 101

น้ำใจรักษ์ เนอร์สซิ่งโฮม สถานพักฟื้น และ ดูแลผู้สูงอายุ

วีไอพี เนอร์สซิ่งโฮม นวมินทร์

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ริณท์ลาภัสร์

ผู้ป่วยชราพุ่ง! โรคความดัน-ทางเดินหายใจคุกคาม

สธ.ลุยพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยสูงอายุแบบครบวงจร ปลื้มบริการ "70 ปีไม่มีคิว" ตอบรับดี พบว่ามีอัตราเข้ารับบริการรักษาสูงกว่าวัยอื่นมากถึง 2 เท่า ส่วนใหญ่ป่วยโรคความดันและทางเดินหายใจมากสุด คาดค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุปี 65 สูงขึ้น 2.2 แสนล้านบาท...

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามนโยบายการให้บริการ 70 ปี ไม่มีคิวยังโรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ผู้สูงอายุและญาติพอใจในการใช้บริการในระดับดีถึงดีมากสูงถึงร้อยละ 92 เนื่องจากได้รับบริการในการตรวจรักษาและรับยาเร็วขึ้นทำให้ไม่เสียเวลา

นายวิทยา ระบุว่า นโยบายของรัฐบาลในช่วงระยะเวลา 4 ปี จะเน้นการพัฒนาสุขภาพของประชาชนตั้งแต่ตั้งครรภ์ วัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ วัยบรรลุนิติภาวะ วัยชรา และผู้พิการ และเสริมสร้างให้ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ให้โรงพยาบาลทุกแห่งปรับปรุงอาคารสถานที่ทั้งห้องน้ำ ทางลาด ที่จอดรถให้ผู้สูงอายุและผู้พิการ ใช้ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้สูงอายุไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจึงจะเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยเฉพาะโรคสมองเสื่อม และได้ให้สำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศสำรวจคัดกรองเพื่อให้การดูแลอย่างเหมาะสม

ขณะที่ นพ.คำรณ ไชยศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูลจากการวิเคราะห์การให้บริการสุขภาพกับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ของสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพในปี 2553 ภายใต้ 3 กองทุนภาครัฐคือ ประกันสังคม ประกันสุขภาพ และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ พบอัตราการใช้บริการทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในของผู้สูงอายุสูงกว่าวัยอื่น มีอัตราการใช้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ย 6.2 ครั้งต่อคนต่อปี อัตราการใช้บริการผู้ป่วยในเฉลี่ย 0.23 ครั้งต่อคนต่อปี ซึ่งสูงกว่ากลุ่มวัยอื่น 2 เท่าตัว

สำหรับโรคที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนโรงพยาบาลมากที่สุดคือ โรคระบบการไหลเวียนโลหิต และโรคทางเดินหายใจ คาดการณ์ว่าในอีก 12 ปีข้างหน้า ค่าใช้จ่ายสุขภาพของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้น 3.6 เท่าตัว จาก 63,000 ล้านบาทในปี 2553 เป็น 220,000 ล้านบาท ดังนั้นในปี 2565 จะต้องเร่งพัฒนาระบบบริการและขยายการตรวจคัดกรองความเสี่ยง ในกลุ่มประชาชนตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการป่วย เร่งรัดการจัดระบบบริการฟื้นฟูสุขภาพให้ต่อเนื่องหลังรักษาจนถึงในชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

*ข้อความที่เป็นโฆษณาทั้งหมดใน eldercarethailand.com ท่านผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณของท่านในการตัดสินใจ กรุณารวบรวมข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเลือก ทาง Elder Care Thailand ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของทางศูนย์ดูแลฯ ใด ๆ ทั้งสิน*

Copyright © 2011 ข้อมูล ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ การดูแลผู้สูงอายุ Eldercarethailand. Designed by eldercarethailand